"เศรษฐกิจสหรัฐ" ยังห่างไกล Recession 'หุ้นTech' เพิ่งเริ่มต้นวงจรขาขึ้น 

ในท่ามกลางสงครามทางการค้าและเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว แต่ หุ้นสหรัฐ ยังคงเดินหน้าทำ จุดสูงใหม่ เป็น All Time High อย่างต่อเนื่อง ส่วน หุ้น Tech’ แม้จะมีความผันผวนมากขึ้นแต่ก็ยังเดินหน้าในเส้นทางแนวโน้มขาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

           
หุ้นสหรัฐ เข้าสู่ตลาดกระทิงมานานร่วม 10 ปี แล้ว ยังจะไปต่อหรือไม่? ตอนนี้จะเป็นยอดดอยหรือเปล่า? หุ้น Tech’ เองถือเป็น ‘Mega Trend’ หนึ่งของโลกยังจะร้อนแรงไปอีกไกลแค่ไหน

         
ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจจากงานสัมนาเรื่อง “มองเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการเติบโตเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” ที่จัดโดย บลจ.กรุงไทย ร่วมกับพันธมิตรอย่าง ‘Allianz Global Investors’ มาฝากกันเช่นเคย


“เศรษฐกิจสหรัฐ”...แค่ชะลอตัว แต่ยังโตดีสุดในกลุ่ม
ตลาดพัฒนาแล้ว


สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนดูจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม Kelvin Lam” Head of Retail Distribution, South East Asia, Allianz Global Investor ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แม้เศรษฐกิจโลกจะโตช้าลงและทำให้เศรษฐกิจของ ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Economy)’ โตช้าลงจาก 2.3% ในปี18 เหลือ 1.8% และ 1.6% ในปี19 และ20 ตามลำดับ แน่นอนเศรษฐกิจสหรัฐก็โตช้าลงด้วยเช่นกันแต่ยังคงโตมากสุดในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วจากที่โต 2.9% ในปี18 เหลือโต 2.5% และ 1.8% ในปี19 และ 20 ตามลำดับ


“และยังไม่เข้าสู่ภาวะ เศรษฐกิจถดถอย (Recession) อย่างที่หลายฝ่ายกังวลกันเพราะตัวเลขต่างๆ ก็ยังออกมาดี เศรษฐกิจยังโตได้แค่โตช้าลงเท่านั้นเอง ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ก็เปลี่ยนท่าทีต่อทิศทางนโยบายการเงินจากต้นปี19 ที่ตลาดมองว่าเป็นดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. FED ก็ออกมาส่งสัญญาณจะลดดอกเบี้ย และคาดว่าจะลดครั้งแรกในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค. นี้ ส่วนจะลด 0.25% หรือ 0.5% เท่านั้นเอง และจะเป็นการกลับลำทิศทางดอกเบี้ยที่ต่ำสุด คือจากระดับ 2.5% เท่านั้น จากในอดีตต้องเห็นดอกเบี้ยระดับ 5% ก่อนถึงจะเริ่มลดดอกเบี้ยกัน นี่ก็ยังจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐให้ยังไปต่อได้”
 
 
( Kelvin Lam )

 


“หุ้นสหรัฐ”...ยังเป็น
ตลาดกระทิงในวงจร Mid-Late Cycle


“หุ้นสหรัฐ”
ยังคงเดินหน้าทำ ‘All Time High’ อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่หุ้นสหรัฐเข้าสู่ ตลาดกระทิง (Bull Market)’ แล้วยังจะไปได้อีกมั้ย? หรือใกล้อวสานจบรอบแล้ว?

         
Kelvin Lam” ตอบคำถามนี้ว่า ‘Bull Market’ ของหุ้นสหรัฐที่กินเวลายาวนานขนาดนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารกลางที่คุมเงินในโลกในช่วงที่ผ่านมาต่างปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ส่งผลให้ สภาพคล่อง ในระบบมีมาก ดอกเบี้ยต่ำเงินก็เข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า ไม่เพียง FED เท่านั้นที่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ธนาคารกลางอื่นๆ ทั้ง ‘ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)’ และ ‘ธนาคารกลางยุโรป (ECB)’ ก็มีแนวโน้มจะผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่อง สภาพคล่องที่มีอยู่มากในโลกน่าจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงอยู่ต่อไปได้
ปัจจุบัน ‘Bull Market’ ในหุ้นสหรัฐก็ยังอยู่ ยังมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีจากตลาดหุ้นสหรัฐได้ ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนตลาดหุ้นสหรัฐจริงๆ ก็คือ กำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแม้จะไม่มากเท่าปีที่แล้วก็ตาม แทนที่นักลงทุนจะไปสนใจดูดัชนีว่าสูงไปแล้วหรือไม่ นั่นอาจทำให้คุณพลาดโอกาสการลงทุนที่ดีไปได้ เพราะสุดท้ายตลาดหุ้นก็เปลี่ยนแปลงไปตาม ผลกำไร ของบริษัทจดทะเบียนที่ทำได้นั่นเอง โดยเรามองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐปีนี้จะโตได้ 6-7%


“กำไรบริษัทจดทะเบียนของหุ้นสหรัฐไตรมาสที่2/19 ประกาศออกมาแล้วประมาณ 23% ในจำนวนที่ประกาศออกมามี 75% ที่กำไรออกมาดีกว่าคาด หากดูค่า Earning revision Momentum ของหุ้นสหรัฐเทียบกับภูมิภาคอื่นจะเห็นว่าหุ้นสหรัฐ (S&P500) มีค่าเกิน 1 นั่นคือมีโอกาสที่จะมีการประมาณการของกำไรบริษัทจดทะเบียนขึ้นในอนาคต หุ้นสหรัฐ ตอนนี้เราเชื่อว่าอยู่ในช่วง Mid Cycle-Late Cycle ซึ่งผลตอบแทนคาดหวังจะเท่ากันเฉลี่ย 9.7% แต่จะต่างกันอยู่ที่ ค่าความผันผวน (S.D.)’ ซึ่งในช่วง Late Cycle จะสูงกว่าคืออยู่ที่ 17.2% ในขณะที่ Mid Cycle จะอยู่ที่ 14.2% ดังนั้นการกระจายความเสี่ยงจึงมีความสำคัญสำหรับการลงทุนในภาวะตลาดเช่นนี้”

 


AI”...Mega Trend-โอกาสการลงทุนแห่งอนาคต

         
“ปัญญาประดิษฐ์ (
Artificial Intelligence : AI)” นั้นเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนกระแสหลักของโลก (Mega Trend) เปรียบได้กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4 ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลตามมา

         
Stephen B. Jue” Director, Co-Portfolio Manager ของกองทุน Allianz Global Artificial’ ขยายความให้ฟังว่า ‘AI’ ถือเป็นหนึ่งในการสร้างเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับโลกจึงเป็นแนวโน้มที่ใหญ่มาก 'AI' ก็เหมือนกับเด็กที่มีข้อมูลเป็นอาหาร และทุกครั้งที่บริโภคอาหารมันก็จะมีการเรียนรู้และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘AI’ นั้น แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. ‘AI Infrastructure’ เป็นโครงสร้างพื้นฐานพวก Hardware ต่างๆ เช่น Big Data ,Cloud ,Mobile หรือ Internet of things เป็นต้น
  2. ‘AI Applications’ เป็นการนำ AI มาใส่ Software เพื่อให้บริการต่างๆ เช่น Machine Vision ,Robotics หรือ Deep Learning เป็นต้น
  3. ‘AI-enabled Industries’ ถือเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่สุดเป็นบริษัทที่อยู่ในภาคการผลิตจริงในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีการปรับใช้ ‘AI’ ในธุรกิจของตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้ดีขึ้น

           
“ปัจจุบัน ‘AI’ ยังทำงานได้ทีละอย่าง แต่ในอนาคตจะพัฒนาไปจนสามารถทำงานหลายอย่างที่ซับซ้อนได้คล้ายกับมนุษย์มากขึ้น ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้อีกไกล นี่จึงเป็นอนาคตแห่งการลงทุนธีมหนึ่งของโลกการลงทุนในปัจจุบัน”

 
Stephen B. Jue )

 


“หุ้นเทคโนโลยี”...ในระยะยาวยังน่าสนใจ
-ความผันผวนระหว่างทางยังมี

        
Stephen B. Jue” ยังบอกอีกว่า ผลตอบแทนของ หุ้นเทคโนโลยี (MSCI World Information Technology Index)’ (ณ 30 มิ.ย. 19)

  • ย้อนหลัง 10 ปี +16.4% >>> MSCI World Index +10.7%
  • ย้อนหลัง 5 ปี +16.6%>>> MSCI World Index +6.6%
  • ย้อนหลัง 3 ปี +24.6% >>> MSCI World Index +11.8%
  • ย้อนหลัง 1 ปี +12.7%>>> MSCI World Index +6.3%


ผลตอบแทนในช่วง 10 ปี ดีกว่าหุ้นทั่วไปในทุกช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ความผันผวน ในระหว่างทางก็มีเช่นกัน แต่จะพบว่าทุกครั้งที่ หุ้น Tech’ ปรับตัวลง จะสามารถฟื้นกลับขึ้นมาได้เร็วกินเวลาเฉลี่ย 1-6 เดือน ก็กลับมาที่จุดเดิมได้ ดังนั้นนักลงทุนที่ลงทุน หุ้น Tech’ ควรจะมีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวเพื่อชดเชยกับความผันผวนในระยะสั้นระหว่างทางที่อาจเกิดขึ้นได้ และแม้ว่า หุ้น Tech’ จะดูแพง แต่ก็เป็นแพงที่มีการเติบโตของกำไร ทำให้ตลาดยังให้ ‘Premium’ อยู่นั่นเอง
กอง Pure Technology ก็จะมีธีมการลงทุนที่ชัดเจน แต่ก็จะมีการกระจุกตัวเช่นกัน อีกทั้งยังเจอกฎระเบียนใหม่ๆ เข้ามาอาจทำให้ผลตอบแทนไม่ได้ดีเช่นในอดีตที่ผ่านมาแล้ว ส่วน ‘กอง Allianz Global Artificial’ เรากระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก เป็นหุ้นที่อยู่ในภาคการผลิตจริงที่มีการนำ AI เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีกว่าและยังคงสามารถตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนในระยะยาวเอาไว้ได้อีกด้วย”


สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสกระจายการลงทุนของพอร์ตตัวเองอยู่ ‘หุ้นสหรัฐ’ และธีม ‘AI’ น่าจะเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย