ส่วนต่างดอกเบี้ย ‘เงินกู้-เงินฝาก’ ของไทย...ยังสูง!!!

เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ ผู้มีเงินฝากในระบบแบงก์คงต้องระทมไปตามๆ กัน


แต่ทุกคนมีทางเลือกครั้งก่อนๆเราได้นำเสนอทางเลือกในการออมเงิน ที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตเงินฝากของคุณได้ผ่านกลุ่มกองทุนตราสารหนี้เอาใจคนไม่ชอบเสี่ยงกันมาแล้ว


ครั้งนี้จะมาดูดอกเบี้ยเงินกู้กันบ้าง แม้ในยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ ก็ยังดู สูง อยู่นั่นเอง เฉลี่ย 7.00-7.91% ต่อปี จนอดรู้สึกไม่ได้ว่า ต่ำตรงไหน? และส่งผลกระทบกับลูกหนี้ต่างไปอีกลักษณะ


ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

“ดอกเบี้ยเงินกู้”...ลงน้อยกว่า ‘ดอกเบี้ยเงินฝาก’

ยุคดอกเบี้ยต่ำที่ชัดเจน คือ ดอกเบี้ยเงินฝาก ต่ำเตี้ยติดดิน จนผู้มีเงินฝากที่ทนไม่ได้ ก็ต้องขยับไปแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า (Search for Yield) นั่นเอง ส่วนคนที่รับสภาพได้ หรือเลือกที่จะทนกับสภาพเช่นนี้ก็ยังคงหนักแน่นกับ เงินฝาก ต่อไป (ไม่มีผิด...ไม่มีถูกนะ) เพราะเงื่อนไขของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันออกไป 


ครั้งนี้เราจะมาดูฝั่ง ดอกเบี้ยเงินกู้ กันบ้าง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดอกเบี้ยนโยบาย (R/P 1 วัน)’ ของไทยลดลงจาก 2.0% มาอยู่ที่ 1.5% ลดลง 0.5% ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากปรับลดลงมา 0.08 – 1.25% ในขณะที่ ดอกเบี้ยเงินกู้ ลดลง 0.19-1.58% น้อยกว่าการปรับลดลงของ ดอกเบี้ยเงินฝากจะมีเพียง ดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ปรับลดลงมาถึง 1.37% แต่นั่นเป็นผลมาจากมาตรการกำกับดูแลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)’ เป็นสำคัญ ไม่ใช่เป็นผลจากการส่งผ่านนโยบายดอกเบี้ยแต่ประการใด

 

 

ในขณะที่ ผู้ฝากเงิน มีปัญหา ดอกเบี้ยต่ำ จนยากจะทนทาน ฝั่ง ลูกหนี้ก็มีปัญหาดอกเบี้ย ยังสูงก็ถือเป็นปัญหาคนละแบบไป (นี่เฉพาะเงินกู้ในระบบนะ เงินกู้นอกระบบ...ยิ่งสาหัส)


จากข้อมูลของ ธนาคารโลก (World Bank)’ นั้น พบว่าส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้กับ เงินฝาก ปรับตัวลงมาเรื่อยๆ จากที่เคยสูงประมาณ 7.0% ในปี2002 ลงมาเหลือ 5.0 – 5.5% ในปัจจุบัน ในขณะที่ในไทยเองส่วนต่างนี้ยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง 6.0 – 7.0% ก็ทำให้ ลูกหนี้ เงินกู้เหนื่อยไปตามๆ กัน


“เพราะดอกเบี้ยขาลง ดอกเบี้ยเงินกู้ ก็ลงไม่มาก แต่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ก็ขยับปรับตัวขึ้นแซงหน้า ดอกเบี้ยเงินฝาก อีก เรียกว่า...ในฝั่งเงินกู้ บอบช้ำทั้งดอกเบี้ย ขาขึ้นและ ขาลง เลยทีเดียวก็คงไม่ผิดนัก”

 

 

‘ดอกเบี้ยต่ำ’…โอกาสทองของการ ‘ปลดหนี้’

เมื่อมีหนี้ ก็ต้อง ชำระ และในช่วงดอกเบี้ยต่ำก็ถือเป็นโอกาสทองในการ ปลดหนี้ เช่นกัน แต่สำคัญเราต้องยอมรับความจริงและตั้งใจแก้ปัญหาอย่างจริงจัง สำหรับใครที่อยาก ปลดหนี้ ได้เร็ว เพื่อประกาศอิสรภาพให้กับตัวเองนั้น ก็มีวิธีมาตรฐานที่แนะนำกันอยู่ทั่วไป 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่


1.‘ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ ถือเป็นเรื่องที่สามารถเริ่มต้นทำได้ทันทีด้วยตัวเอง ง่ายสุด คือ การลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หลายคนสงสัยว่า...ก็มันจำเป็นทุกอย่าง แบบนั้นก็คงลำบาก เช่น กาแฟจำเป็นมั้ย? ในมุมนักวางแผนทางการเงินคงบอกว่าเป็นรายการที่ตัดได้ แต่คุณอาจบอกว่า...นั่นจำเป็นนะ คุณก็ลองทำรายการบัญชีใช้จ่ายประจำวันดู เผื่อจะเจอรายการอะไรที่คุณสามารถลดได้ 


“ค่าใช้จ่ายที่ลดได้ก็เสมือนหนึ่งเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น ของคุณ ก็เก็บไว้ใช้หนี้ได้ นอกจากนี้ก็อาจจะมองหาทางสร้างรายได้เสริม แน่นอนในทางปฏิบัติอาจไม่ง่ายนัก การลดค่าใช้จ่ายจึงเป็นทางเลือกแรกๆ ที่พึงทำ แต่มันก็ลดลงได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงมั้ย?”

 

 

 

2. ‘รีไฟแนนซ์ (Refinance)’ เป็นการเปลี่ยนเจ้าหนี้จากรายเดิม ไปขอกู้เจ้าหนี้รายใหม่ แล้วนำเงินกู้ใหม่ที่ได้มาจ่ายหนี้เจ้าหนี้รายเดิม นั่นแสดงว่า...คุณสามารถหาแหล่ง เงินกู้ใหม่ ที่มีต้นทุน ดอกเบี้ย ที่ต่ำกว่า เงินกู้เดิมได้ ซึ่งในยุคที่การแข่งขันสูง ก็มีให้เห็นเช่นกัน เช่นตัวอย่างดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน เป็นต้น แต่อย่าลืมดูว่าสุดท้ายแล้วภาระในการส่งต่องวดของคุณ เพิ่มขึ้นหรือ ลดลง ด้วย ดูว่าคุ้มที่จะ Refinance หรือไม่?


3. ‘ปรับโครงสร้างหนี้ โดยการเข้าไปพูดคุยกับทาง เจ้าหนี้ โดยตรงหากคุณมีปัญหาในการชำระหนี้เพื่อขอเจรจา แสดงความตั้งใจในการชำระหนี้ วิธีนี้...ดีกับทั้ง 2 ฝ่าย เจ้าหนี้ ก็ได้เงินคืน อาจจะลดลงไปบ้าง ลูกหนี้ ก็ภาระหนี้ลดลง เช่น 

  1. ขอลดอัตราดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่ผิดนัด 
  2. ขอขยายเวลาการชำระหนี้โดยขอให้มีระยะปลอดหนี้ 
  3. ขอลดจำนวนเงินผ่อนต่องวด 
  4. ขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดดอกเบี้ยค้างชำระหรือค่าปรับกรณีผิดนัด 
  5. ขอโอนหลักประกันเพื่อชำระหนี้ เป็นต้น 

4. ‘ตัดหนี้ (Hair cut)’ ในยุควิกฤติต้มยำกุ้งเจอคำหนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ค่อนข้างบ่อย ถือเป็นอีกวิธีในการปลดหนี้ยอดฮิต แม้ในปัจจุบันก็ตาม เป็นการเจรจาเพื่อ ขอลดยอดหนี้ ที่ค้างชาระ โดยแลกกับการจ่ายหนี้ส่วนที่เหลือทั้งหมดคืนให้เจ้าหนี้ทันที โดย ลูกหนี้ สามารถเสนอเงื่อนไขต่อเจ้าหนี้ได้ตามความเหมาะสม แต่สุดท้ายแล้วการพิจารณาทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ เจ้าหนี้ อยู่ดี


5.รูปแบบอื่นๆเช่น ขายทรัพย์สิน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ไป 


ยุทธการปลดหนี้เหล่านี้ โดยเนื้อแท้สามารถใช้ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงแต่ในช่วงดอกเบี้ยขาลงเช่นนี้ ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการขยับมาจัดการเรื่องหนี้สินที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน