“7 จุด” ต้องดู ช่วยเช็ค “ผลตอบแทน” กองทุนให้เคลียร์

สิ่งที่นักลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ทุกคนให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ นั่นคือเรื่อง “ผลตอบแทน” ของกองทุนนั่นเอง แต่คุณทราบหรือไม่ว่า...ใน ‘หนังสือชี้ชวนส่วนสุรปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet)’ ของกองทุนนั้น แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ผลตอบแทน’ กองทุนไว้ถึง ‘7 จุด’

 

           

แล้ว ‘ผลตอบแทน’ ที่คุณสนใจดูกันอยู่นั้นเป็น ‘ผลตอบแทน’ ในรูปแบบไหน?

           


ถ้าที่ผ่านมาคุณไม่เคยมอง ‘ความเสี่ยง’ ของกองทุนเลย ภาพผลตอบแทนของกองทุนที่คุณเห็นเรียกว่ายัง ‘ไม่ครบถ้วน’ เพราะ ‘ผลตอบแทน’ กับ ‘ความเสี่ยง’ เป็นของคู่กันเสมอ

           


วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

“ผลตอบแทน-แบบปักหมุด”...แสดงผล ‘ตอบแทน/ความเสี่ยง’ ของ ‘กองทุน’ เทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’

             

 

เรื่อง “ผลตอบแทน” ของกองทุนนั้น ต้องย้ำอีกครั้งว่า สิ่งที่คุณเห็นข้อมูลทั้งหมดนั้นล้วนเป็น ‘ผลตอบแทนในอดีต (Past Performance)’ ทั้งสิ้น โดยจะแสดงข้อมูลย้อนหลังไปจากวันที่ประกาศข้อมูล เดี๋ยวนี้ในยุคดิจิทัลผลตอบแทนของกองทุนที่แสดง ณ สิ้นวันก็ดูได้ตามหน้าเว็บของบลจ.ต่างๆ แต่นั่นก็เป็นข้อมูลย้อนหลังจากวันที่ประกาศเช่นกัน และแน่นอนว่า ‘ผลตอบแทนในอดีต’ ไม่ได้การันตีถึง ‘ผลตอบแทนในอนาคต’ แต่ประการใด

 

 

มาดู ‘ผลตอบแทน’ รูปแบบแรกและน่าจะเป็นแบบที่นักลงทุนคุ้นหน้าคุ้นเคยกันมากที่สุด นั่นคือ ‘ผลตอบแทน-แบบปักหมุด’ จะแสดงผลตอบแทนของ ‘กองทุน’ เทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’ ย้อนหลังไป ณ วันที่ประกาศข้อมูล เช่น ข้อมูล ณ วันที่ 30 ส.ค. 19 ย้อนหลัง 3 เดือน, ย้อนหลัง 6 เดือน, ย้อนหลัง 1 ปี, ย้อนหลัง 3 ปี,ย้อนหลัง 10 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ในบางแห่งอาจจะมีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ด้วย)

           

 

“นักลงทุนก็ดูได้เลยว่าผลงานกองทุนเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดในช่วงเวลาต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร ‘ชนะ’ หรือ ‘แพ้’ ที่ชนะๆ มากหรือน้อย ที่แพ้ๆ มากหรือน้อย ในระยะสั้นเป็นไง ระยะกลางเป็นยังไง ระยะยาวเป็นยังไง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาเป็นยังไง ซึ่งหากสงสัยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผลการดำเนินงานของกองทุนก็สอบถามบลจ.ที่ท่านลงทุนอยู่ได้โดยตรง ไม่ต้องเกรงใจแต่ประการใด”

           

 

นอกจากนี้ยังแสดง ‘ความผันผวน’ ของกองทุนเทียบกับดัชนีเทียบวัดเอาไว้ให้ดูอีกด้วย ตรงนี้ก็มีประโยชน์มากสำหรับนักลงทุน

 

 

“ผลตอบแทนรายปี”...แสดงผลตอบแทน ‘กองทุน’ เทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’

 

 

ผลตอบแทนรูปแบบนี้นักลงทุนก็น่าจะพอเห็นกันมาบ้าง แต่คงไม่มากเท่าแบบปักหมุด แนวคิดก็เหมือนกันเพียงแต่การแสดงผลออกมาเป็น ‘รายปี’ ตามปีปฏิทินแทนไปเลย ดูผลตอบแทนทั้งปี เป็นปีๆ ไป ว่าปีนี้กองทุนได้ผลตอบแทนกี่% แล้วดัชนีเทียบวัดได้กี่% ก็จะเห็นภาพในอีกมิติหนึ่ง นักลงทุนก็สามารถติดตามดูได้ว่าผลงานของกองทุนตัวเองมีความเสมอเสมอหรือไม่ในแต่ละปี เมื่อเทียบกับดัชนีเทียบวัดแล้วเป็นอย่างไรนั่นเอง

 

         

“โดยรูปแบบของ ‘หนังสือชี้ชวนส่วนสุรปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet)’ ที่จัดทำขึ้นในปัจจุบันจะแสดงข้อมูลต่อเนื่องที่เป็นประโยชน์อยู่ใต้การแสดงผลตอบแทนรายปีอีกชุดข้อมูลหนึ่ง เพื่อให้ผู้ลงทุนมองดู ‘ผลตอบแทน’ ของกองทุนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”


 

          - กองทุนนี้เคยขาดทุนสูดงสุด (Maximum Drawdown) ในช่วงเวลา 5 ปี เท่าไร? ค่านี้จะบอกว่าในช่วง 5 ปี นี้กองทุนมีผลขาดทุนสูงสุดเท่าไร นับตั้งแต่จุดที่ผลตอบแทนสูงสุดลงมาถึงจุดที่ผลตอบแทนต่ำสุด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ความเสี่ยงที่จะเกิดการ ‘ขาดทุนสูงสุด’ จากการลงทุนในกองทุนนั้นคือเท่าไรนั่นเอง

 

 

            - ความผันผวนของผลการดำเนินงาน (Standard Deviation : S.D.) จะบอกถึง ‘ความเสี่ยง’ ของกองทุนผ่านค่า S.D. ที่จะเคลื่อนไหวออกไปจากค่า ‘ผลตอบแทนคาดหวัง (Expected Return)’ ของกองทุนได้ทั้งทาง ‘บวก’ และ ‘ลบ’ ถ้าผลตอบแทนคาดหวัง 12% ต่อปี ผลตอบแทนของกองทุนก็เคลื่อนไหวได้ในกรอบ (12+X%) – (12-X%) เลยทีเดียว  

 

 

“ดังนั้นถ้าผลตอบแทนน้อยแล้วผันผวนมากไม่ดี ถ้าผลตอบแทนมาก ผันผวนน้อยน่าจะดีกว่า เป็นต้น ที่ ‘ผลตอบแทนเท่ากัน’ กองที่มีความผันผวนน้อยกว่าย่อมดีกว่า หรือที่ ‘ความเสี่ยงเท่ากัน’ กองที่ผลตอบแทนมากกว่า ก็น่าจะดีกว่ากองที่ผลตอบแทนน้อย เป็นต้น (แต่สำคัญต้องเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนเหมือนกันนะ)”

           

“นอกจากนี้ยังจะบอกถึงความผันผวนของส่วนต่างของผลการดำเนินงานกับดัชนีเทียบวัด (Tracking Error) ด้วย ในกลุ่มกองทุนหุ้นที่เป็น Passive Fund จะแสดงค่านี้เอาไว้ แต่กอง Active Fund ส่วนใหญ่ไม่ค่อยแสดงค่าว่าผลตอบแทนจะคลาดเคลื่อนจากดัชนีเทียบวัดสักเท่าไร รวมถึงการบอกถึง ‘กลุ่มกองทุน’ ของคุณว่าจัดอยู่ในกลุ่มกองทุนประเภทไหน เช่น กองหุ้นใหญ่ กองหุ้นทั่วไป กองตราสารหนี้ เป็นต้น เผื่อคุณจะไปเปรียบเทียบข้อมูลกับกองทุนอื่น ของบลจ.อื่น จะได้ไปเทียบได้ถูกกลุ่มประเภทเดียวกัน ไม่เอาส้มไปเทียบกับมะละกอ เป็นต้น”

 

 

“ผลตอบแทน-แบบ Percentile”...แสดง ‘ผลตอบแทน/ความเสี่ยง’ ของกองทุนเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันในกลุ่ม

 

         
เป็นชุดข้อมูลที่จะทำให้คุณเห็นภาพผลงานของ ‘กองทุน’ ที่คุณลงทุนอยู่ที่ชัดขึ้น ก่อนหน้านั้นจะเป็นการแสดง ‘ผลตอบแทน/ความเสี่ยง’ ของกองทุนเทียบกับ ‘ดัชนีเทียบวัด’ เป็นสำคัญ เพื่อดูว่ากองทุนทำได้ดีกว่าหรือแย่กว่าดัชนีเทียบวัด

           

 

แต่ ‘ผลตอบแทนแบบ Percentile’ นี้ จะมองเพื่อดูเปรียบเทียบกับ ‘กองทุนประเภทเดียวกันในกลุ่ม’ เพื่อดูว่ากองทุนที่คุณลงทุนอยู่นั้นอยู่ตรงไหนของกลุ่ม ทั้งในแง่ของ ‘ผลตอบแทน/ความเสี่ยง’ ไม่ได้บอกว่ากองทุนนั้น ‘ดี’ หรือ ‘ไม่ดี’ นะ แค่บอกว่าในกลุ่มนั้น กองทุนนี้อยู่ตรงไหนของกลุ่มเท่านั้นเอง

 

 

หลักการง่ายๆ เลยจะนำเอากองทุนในกลุ่มนั้นมาเรียง ‘ผลตอบแทน’ จากสูงสุดไปต่ำสุด ในทางตรงข้ามก็จะเรียง ‘ความเสี่ยง (S.D.)’ จากต่ำสุดไปสูงสุด เพราะความเสี่ยงต่ำถือว่าดี ก็อยู่บนนั่นเอง โดยตัดเกรดกันที่ Percentile ที่5, Percentile ที่25, Percentile ที่50, Percentile ที่ 75 และPercentile ที่ 95

           



“ถ้าเปรียบเหมือนการทำข้อสอบ ค่าเฉลี่ยของห้องก็คือ Percentile ที่50 สูงกว่าขึ้นไปถือว่าดีกว่าค่าเฉลี่ยของห้อง ต่ำกว่าลงมาก็แพ้ค่าเฉลี่ยของหุ้นในแง่ของ ‘ผลตอบแทน’ แต่ถ้าเป็นในแง่ของ ‘ความเสี่ยง’ ก็เช่นกัน สูงขึ้นไปแสดงว่าความเสี่ยงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หากต่ำลงมาก็แสดงว่าความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม”

           

 


ทั้งหมดนี้ คือ “
7 จุด” สำหรับตรวจเช็คดู “ผลงาน” ของกองทุนที่คุณลงทุนอยู่ ซึ่งหากคุณส่องครบทั้ง 7 จุดนี้ จะช่วยให้คุณมองเห็น ‘ผลตอบแทน’ ของกองทุนที่คุณลงทุนอยู่หรือที่คุณสนใจ จะลงทุนได้เคลียร์ขึ้นอย่างแน่นอน อย่าลืมว่า 'ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ' ย่อมดีกว่าผลตอบแทนที่ดีเพียงครั้งคราว