VGI ซูเปอร์สตาร์สื่อนอกบ้าน

ปลายสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวการลงทุนในโรงเรียนนานาชาติของ “กลุ่มบีทีเอส” ซึ่งก้าวแรกก็ลงทุน 5,000 ล้านบาท นับว่าเป็นมูลค่าการลงทุนในโรงเรียนนานาชาติที่มากที่สุดในประเทศแล้ว ก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร…ก็ต้องรอติดตาม แต่ที่แน่ๆ การบริหารธุรกิจโดย “คีรี กาญจนพาสน์” มีความน่าสนใจเสมอ


วันนี้ Wealthy Thai จะนำอีกหนึ่งธุรกิจที่ทำรายได้ให้กลุ่มบีทีเอสเป็นกอบเป็นกำ มาเล่าสู่กันฟัง นั่นก็คือ “วีจีไอ” หรือบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัทที่ทำธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล และธุรกิจจัดส่งพัสดุ ที่ถือเป็นการต่อยอดที่สำคัญหลังคีรีก่อตั้ง “รถไฟฟ้าสายแรก” เมื่อปี 2533 ก่อนจะผุดวีจีไอขึ้นมาในปี 2541 โดยวีจีไอได้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการบริหารพื้นที่โฆษณาและพื้นที่เชิงพาณิชย์บนเครือข่ายรถไฟฟ้า BTS ทั้งหมด ซึ่งได้รับสิทธิเต็มๆ 30 ปี ตั้งแต่ปีที่รถไฟฟ้า BTS เปิดให้บริการคือตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปี 2572


ความได้เปรียบของการเป็นฟาวเดอร์หรือผู้ก่อตั้งรถไฟฟ้า ทำให้มูลค่าของธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในแต่ละปี แม้ว่าปัจจุบันบริษัท “ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ” หรือ BEM จะเข้ามาร่วมกินส่วนแบ่งการตลาดและชิงความได้เปรียบในแง่การเป็นผู้เดินรถไฟฟ้าในลักษณะวงแหวน ต่างกับบีทีเอสที่ให้บริการรถไฟฟ้าทางยาวๆ แต่รู้หรือไม่ว่า…รถไฟฟ้าบีทีเอส ครอบคลุมระยะทางให้บริการ 31 กิโลเมตร มีสถานีให้บริการ 30 สถานี จำนวนรถไฟฟ้าทั้งหมด 52 ขบวน สามารถเข้าถึงผู้คนได้เฉลี่ย 740,000 คนต่อวัน

 

 

เจาะธุรกิจวีจีไอ ทำอะไรบ้าง?

แม้ว่าเริ่มแรก วีจีไอถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตธุรกิจหลัก นั่นก็คือโฆษณาบนรถไฟฟ้า แต่ผ่านไปจนเข้าวัยหนุ่มน้อยอายุ 20 ปี ปัจจุบันวีจีไอมี 3 ธุรกิจสำคัญคือ

 

• ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน

• ธุรกิจให้บริการชำระเงิน

• ธุรกิจโลจิสติกส์



สำหรับธุรกิจแรกคือ ธุรกิจโฆษณานอกบ้าน มี “MACO” หรือมาสเตอร์ แอด หุ้นลูกอีกตัวที่ให้บริการสื่อกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 เช่น ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ ป้ายโฆษณาบนท้องถนน (สตรีท เฟอร์นิเจอร์) จอแอลซีดีตาม 4 แยกและในปั๊มน้ำมันปตท. รวมถึงจอแอลซีดี ในร้านอาหารชื่อดังทั่วประเทศหนุนบริษัทแม่อย่างวีจีไอขึ้นเป็นบริษัทสื่อโฆณานอกบ้านที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศไทย


PLAN B ผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกที่บ้านที่มีความหลากหลายของประเภทสื่อ ที่มีจุดเด่นในเรื่องการทำมาร์เก็ตติ้ง!!! ผ่าน “กีฬา ดนตรี และอี-สปอร์ต” ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งทางวีจีไอเพิ่งเข้าไปซื้อหุ้นแพลนบี สื่อนอกบ้านที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนเมื่อเดือนมีนาคม 2562 นี้เอง ด้วยมูลค่าการลงทุน 4,600 ล้านบาท เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 18.6%


ต่อมาคือ “แอโร มีเดีย” ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 เพื่อให้บริการสื่อในสนามบิน รวม 14 แห่งทั่วประเทศ โดยสนามบินหลักคือ สุวรรณภูมิและดอนเมือง ที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการสนามบิน กว่า 130 ล้านคนต่อปี ตลอดจนบริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายในสนามบิน 6 แห่งหลัก ประกอบด้วย สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่และภูเก็ต


Point of View Media Group หรือพีโอวี คือผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจสื่อโฆษณาในอาคารเกรดเอและบี ทั่วกรุงเทพฯ ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด ปัจจุบันมีจำนวนอาคารภายใต้การบริหารสื่อทั้งสิ้น 174 แห่ง


กลุ่มที่ 2 คือ “แรบบิท กรุ๊ป” ผู้ให้บริการระบบการชำระเงินผ่านวอลเล็ทที่ใช้ได้ทั้งการเดินทางบนรถไฟฟ้าบีทีเอส และใช้จ่ายร้านค้าทั่วไปชีวิตประจำวัน “โมเดลบัตรแรบบิท” ก็เหมือนกับการทำวีจีไอช่วงแรกๆ แหละ คือเพื่อเสริม Infrastructure ให้บริษัทแม่ แต่ทำไปทำมาด้วยฐานคนเดินทาง ทำให้บีทีเอสมีความได้เปรียบจาก Big Data ของผู้บริโภค ซึ่งสามารถแทร็คข้อมูลได้หมด แถมตรงกับพฤติกรรมคนใช้จริงๆ


แรบบิท กรุ๊ป มีบริษัทลูกคือ แรบบิท ไลน์ เพย์ ซึ่งร่วมทุนกับ “ไลน์” ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันสื่อสารชั้นนำระดับโลก รวมถึงเมื่อต้นปี 2561 แรบบิท ไลน์ เพย์ ได้ทำเอ็มโอยูกับ AIS ให้ชำระค่าบริการค่าโทรศัพท์มือถือผ่านไลน์ เพย์ได้


และกลุ่มที่ 3 คือ บริษัทหลักๆ ก็มี “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” ผู้นำด้านการขนส่งพัสดุด่วนชั้นนำที่มีศูนย์กระจายสินค้ากว่า 600 จุด รวมถึงสำนักงานกว่า 2,500 แห่งทั่วประเทศ และครอบคลุมช่องทางบริการที่หลากหลาย ทำให้เคอรี่เป็นผู้นำด้านโซลูชั่นการขนส่งสินค้าที่ส่งมอบความสะดวกสบาย ความน่าเชื่อถือ และความรวดเร็วสำหรับผู้บริโภค


เดโมเพาเวอร์ ผู้ให้บริการสาธิตสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสิทธิ์ในการจัดการกระบวนการให้บริการการสาธิตสินค้าและจัดหาพนักงานขายให้กับธุรกิจค้าปลีกชั้นนำในประเทศไทยกว่า 360 สาขา ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กซี เทสโก้ ท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต วิลล่ามาร์เก็ต และอีกกว่า 650 สาขาทั่วประเทศของแม็คโคร แม็กซ์แวลู ฟู้ดแลนด์ แฟมิลี่มาร์ท

 

 

ธุรกิจโซลูชั่นซัพพอร์ต VGI

นอกจากนี้มี AnyMind Group บริษัทด้านโซลูชั่นและเอไอ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ และสาขาทั้งหมดจำนวน13 แห่ง ใน 11 ประเทศ โดยในปี 2559 AnyMind Group มีรายได้รวมกว่า 12.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 8 เดือนแรกของการดำเนินงาน และในปี 2560 มีรายได้ 26 ดอลลาร์สหรัฐ จนถึงปัจจุบัน AnyMind Group ได้ปิดการระดมทุนทั้งหมด 35.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุนจากหลายบริษัท ซึ่งรวมถึง LINE, Mirai Creation Fund, Jafco Asia และจากวีจีไอ


และ iClick Interactive Asia Group ผู้นำแพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์และเทคโนโลยีฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อนักการตลาดจากทั่วทุกมุมโลก กับผู้บริโภคภายในประเทศจีนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง มีการดำเนินงานทั้งหมดจาก 9 สถานที่ทั่วโลก รวมถึงเอเชียและลอนดอน


ด้วยธุรกิจที่ครอบคลุมมากขนาดนี้ ทำให้ปัจจุบันวีจีไอมีรายได้ ไตรมาส 1/63 (1 เมษายน-30 มิถุนายน 2562) 1,481.96 ล้านบาท กำไรสุทธิ 304 ล้านบาท ขณะที่งบปี 2562 (1 เมษายน 2561-31 มีนาคม 2562) มีรายได้รวม 5,362.39 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,101.24 ล้านบาท ซึ่งถ้าดูย้อนหลัง รายได้ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตาม Performance ของบริษัท

 

 

การเติบโตในอนาคต…เก็บเกี่ยวกำไรจากการลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า ประเมินว่า ผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มดีขึ้น จากเม็ดเงินโฆษณาในครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ขณะที่ธุรกิจสื่อป้ายโฆษณาของ MACO จะกลับมารับรู้รายได้มากขึ้น จากที่ไตรมาสก่อนที่ได้รับผลกระทบจากการติดตั้งอัพเกรดป้าย Street Furniture เป็นระบบดิจิทัล นอกจากนี้ลูกค้าปิโตรนาสที่ยกเลิกบริการไปในไตรมาสก่อน บริษัทมีการเจรจาใหม่ ซึ่งคาดว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อโฆษณาอีกครั้ง


ผลจากการ Share Contract ร่วมกันกับ PLANB ทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น ส่งผลทำให้ต้นทุนลดลง อัตรามาร์จิ้นจากการขายโฆษณาสูงขึ้นกว่าปกติราว 40% จากการร่วมธุรกิจกับ PLANB ที่น่าจะเพิ่มมูลค่าราว 200 - 400 ล้านบาท โดยบริษัทแจ้งว่าเริ่มเห็น Synergy ทางธุรกิจกับ PLANB แล้ว ตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา จากโปรเจค Bangkok Take Over ผ่านจอร่วมกันของ VGI MACO PLANB รวม 2,900 จอ และ Eye ball กว่า 9 ล้านคนทั่วกทม. ช่วยให้บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน ไม่ต่ำกว่า 80% ในกทม.


นอกจากนี้เตรียมเปิดตัวสื่อโฆษณาดิจิทัล “VGI Immerse” จำนวน 40 หน้าจอ ใน 4 สถานี ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์เพิ่มบริการจัดส่งของ Kerry บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะฉะนั้นบริษัทยังคงเป้ารายได้ปี2562/63 เติบโตไม่ต่ำกว่า 20%YoY หรือ 6,000 - 6,200 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากได้จากธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านของวีจีไอ  3,400 ล้านบาท ธุรกิจป้ายโฆษณาของ MACO 2,300 ล้านบาท ธุรกิจของ Rabbit 500 ล้านบาท