Official Update :

“ยูโอบี” ตั้งเป้าฐานลูกค้ารายย่อยแตะ 10 ล้านราย ภายใน 5 ปี หลังปิดดีลซื้อธุรกิจรายย่อยซิตี้กรุ๊ปสำเร็จ

ยูโอบีประกาศปิดดีลซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในมาเลเซียและไทย ส่วนในอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 ดันฐานลูกค้ารายย่อยรวมแตะ 5.3 ล้านคน ยืนยันลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบใดๆ พร้อมตั้งเป้าภายใน 3-5 ปี ฐานลูกค้าขยายแตะ 10 ล้านคน


คุณ ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย หรือ UOB เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในมาเลเซียและไทยเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วในวันนี้ (1 .. 65) ส่วนในอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 โดยกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยดังกล่าว ประกอบด้วย กลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจเงินฝากรายย่อย


โดยการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธนาคารในการขยายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในภูมิภาคอาเซียน นอกจากธุรกิจหลักของธนาคารในประเทศสิงคโปร์ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการเข้าซื้อกิจการแล้ว คาดว่าขนาดธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในทั้ง 4 ประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หรือมีการให้บริการลูกค้าจำนวน 5.3 ล้านคน และเสริมทีมงานให้แกร่งขึ้นด้วยพนักงานอีก 5,000 คน


นอกจากนี้ ยูโอบียังได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง 4 ท่านเพื่อเป็นผู้นำธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยที่ขยายตัวขึ้นในมาเลเซียและไทย ได้แก่

  • Ms Elaine Fan, Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี มาเลเซีย

  • Mr Ronnie Lim, Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี มาเลเซีย

  • คุณวีระอนงค์จิระนคร ภู่ตระกูล Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

  • คุณยุทธชัย เตยะราชกุลHead of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย


คุณยุทธชัย เตยะราชกุล Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ยูโอบีจะยังคงให้ความสำคัญกับการโอนย้ายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปให้เป็นไปอย่างราบรื่นในทั้ง 4 ประเทศ โดยหวังว่าการโอนย้ายลูกค้าทั้งระบบจะแล้วเสร็จในอีก 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า ซึ่งลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ สิทธิประโยชน์ สัญญา หรือดอกเบี้ย ฯลฯ ยังคงเป็นข้อตกลงเดิม แต่จะมีการเพิ่มบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Upper Mass (รายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 15,000 – 30,000 บาท) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยูโอบีให้ความสำคัญ


โดยยูโอบีตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปี หลังการซื้อกิจการธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปใน 4 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม จะช่วยขยายฐานลูกค้ารวมของทั้งกลุ่มให้ถึงระดับ 10 ล้านคน


ด้านคุณวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันลูกค้าธุรกิจรายย่อยของซิตี้กรุ๊ปทั้ง 4 ประเทศ ยังคงใช้บัตรและบริการภายใต้แบรนด์ของซิตี้แบงก์ และหลังจากนี้ 1 ปี ยูโอบีจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบัตรที่ให้บริการและแพลตฟอร์มเป็นของยูโอบีเต็มรูปแบบ


ขณะเดียวกันยูโอบีมีแผนในการดำเนินการเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูโอบีได้ประกาศเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำระดับภูมิภาคหลายแห่ง รวมถึงสิงคโปร์แอร์ไลน์,  ‘มิชลิน ไกด์’, Club21 และ Shopee ซึ่งถือเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าในการแลกรับของรางวัล โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ การเข้าซื้อกิจการธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ป ส่งผลให้กิจการรายย่อยของยูโอบีเติบโตติดอันดับ 1 ใน 6 และธุรกิจบัตรเครดิตเติบโตติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทย


ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คุณยุทธชัย กล่าวว่า การรวมธุรกิจดังกล่าวแม้จะทำให้มูลค่าหนี้เพิ่มสูงขึ้น แต่หากคิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อทั้งหมดไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ราว 20%

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้