KBank Private Banking วิเคราะห์เจาะลึกกองทุนหุ้นจีน กับโอกาสการรีบาวด์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง) มองเศรษฐกิจจีนยังคงดูดี จากแรงหนุนจากการบริโภคในประเทศที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ด้วยอัตราการออมของภาคครัวเรือนที่สูงมาก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางจีน (PBoC) ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม พร้อมโอกาสการเติบโตของธุรกิจจีนในหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากรัฐบาลจีนต้องการตัวช่วยใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนแทนการส่งออก และภาคอสังหาฯ ชี้ 4 กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตา คือ สินค้าอุปโภคเกรดพรีเมี่ยม เฮลธ์แคร์ เทคโนโลยี และธุรกิจที่ลดการปล่อยคาร์บอน จะสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว  แนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนหุ้นระยะยาว ควบคู่กับสินทรัพย์อื่น โดยเฉพาะสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อกระจายความเสี่ยง และลดโอกาสขาดทุน


ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2564 ตลาดหุ้นจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงที่สุดตลาดหนึ่งในโลก เพราะเป็นประเทศแรกๆ ในโลกที่สามารถฟื้นคืนหลังจากวิกฤต COVID-19 การลงทุนในหุ้นจีน ณ เวลานั้นทำให้นักลงทุนต่างยินดีกับผลตอบแทนที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่าน เชื่อว่านักลงทุนหลายคนคงได้รับผลกระทบจากการลงทุนในหุ้นจีน โดยในช่วงปลายปี 2565 เป็นช่วงที่ดัชนีหุ้นจีน (MSCI China) อยู่ที่จุดขาดทุนสูงสุดที่กว่า 60% จากการได้รับผลกระทบจากหลายเหตุการณ์ใหญ่ๆ ในประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น การที่ทางการจีนเข้าแทรกแซงบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และ Tencent เป็นต้น ต่อเนื่องไปจนถึงการผิดนัดชำระหนี้ในภาคอสังหาฯ แต่ ณ ปัจจุบัน แนวโน้มตลาดหุ้นจีนดูสดใสมากขึ้นโดยมีผลตอบแทนบวกกลับขึ้นมาเกือบ 40% จากจุดต่ำสุด


แม้นักลงทุนหลายคนจะยังคงกังวลและยังไม่กล้าตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับกองทุนหุ้นจีนที่ยังคงอยู่ในพอร์ต KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านการลงทุน มองว่าปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจจีนยังคงดูดี โดยหนุนจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1) การบริโภคในประเทศ จากกำลังซื้อในภาคครัวเรือนจีนที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ด้วยกระสุนจากอัตราการออมของภาคครัวเรือนที่สูงมาก 2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางจีน (PBoC) ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับรัฐบาลจีนส่งสัญญาณผ่อนคลายภาคอสังหาฯ และภาคเอกชนเพิ่มเติม ทำให้เชื่อว่าได้หุ้นจีนได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว


นอกจากนี้ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจจีนในหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากรัฐบาลจีนต้องการหนุนกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนแทนการส่งออก และภาคอสังหาฯ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี และด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯที่ยังคงมีอยู่ ก็จะช่วยผลักดันให้จีนต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมในหลายอุตสาหกรรมเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก จากเป้าหมายเรื่องการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)


นอกเหนือจากปัจจัยสนับสนุนที่กล่าวมาแล้ว ในแง่การลงทุน KBank Private Banking มองว่าตลาดหุ้นจีนยังน่าสนใจ เนื่องจากราคาหุ้นจีน (Valuation) ยังไม่แพง เมื่อเทียบกับราคาหุ้นในประเทศอื่นๆ และเชื่อว่าตลาดหุ้นจีนได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงปลายปี 2565 ซึ่งจากข้อมูลในอดีตพบว่าตลาดหุ้นจีนมักจะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาจากจุดต่ำสุด นอกจากนี้ยังมองว่าตลาดหุ้นจีนมีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวก หากเริ่มต้นปีด้วยราคา หรือ P/E Ratio ที่ต่ำ ประกอบกับอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ หรือ EPS growth ของที่สูงกว่า 10%


โดย KBank Private Banking สรุป 4 กลุ่มธุรกิจที่จะสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว  ได้แก่

  • กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเกรดพรีเมี่ยม จากการที่คนจีนที่มีฐานะดีขึ้น จำนวนชนชั้นกลางที่สูงขึ้น ส่งผลบวกต่อการบริโภคในประเทศ รวมถึงได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ที่เน้นการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ

  • กลุ่ม Healthcare จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก รวมไปถึงได้ประโยชน์จากเทรนด์การดูแลสุขภาพ

  • กลุ่มเทคโนโลยี เช่น ผู้พัฒนาและผลิต Software ที่ได้รับแรงหนุนจากการใช้ Cloud และ I. มากขึ้น ประกอบกับการที่จีนเร่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ

  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาดต่างๆ เป็นต้น


ดังนั้น คำแนะนำสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากตลาดหุ้นจีน คือ ลงทุนผ่านกองทุน
K-CCTV ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares (ตลาดหลักทรัพย์เชี่ยงไฮ้และเชินเจิ้น) พร้อมบริหารความเสี่ยง ด้วยการปรับสัดส่วนอย่างเป็นระบบเพื่อลดความผันผวนแม้ในช่วงที่ตลาดหุ้นจีนมีความผันผวนสูง และ K-CHINA ที่ลงทุนในหุ้นจีนที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และประเทศอื่นๆ (All China) โดยทั้ง 2 กองทุนนี้ลงทุนในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ มีคุณภาพดี มีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์  กลุ่มธุรกิจสุขภาพ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยแนะนำให้ลงทุนในระยะยาว และลงทุนควบคู่กับสินทรัพย์อื่น โดยเฉพาะสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อกระจายความเสี่ยง และลดโอกาสขาดทุน

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
Updated 2 hours ago
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
Updated 4 hours from now
Follow Us