ปรับพอร์ตโค้งสุดท้ายของปี ทิสโก้แนะกระจายซื้อ “บอนด์สั้น” หวั่นหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐาน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ จ่อปรับฐานในไตรมาส 4 รับ 2 ปัจจัย คือ 1. ราคาหุ้นแพง 2. ความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้ง แนะกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุนไปยังตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนดีช่วงอัตราดอกเบี้ยขาลง  


นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4/2567 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสปรับฐานจาก 2 ปัจจัยคือ 1. ราคาหุ้นแพง และรับข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปมากแล้ว 2. ความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้ง ดังนั้น ในไตรมาสสุดท้ายของปี TISCO ESU แนะนำให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยการจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนไปลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงต่ำและได้ประโยชน์จากการลดดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อย่างชัดเจน เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม 


สำหรับรายละเอียดปัจจัยที่ TISCO ESU คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจปรับฐานในไตรมาสที่ 4/2567 มีดังนี้ 

1.มูลค่าหุ้น (Valuation) ที่แพงและได้สะท้อนความคาดหวังจากการลดอกเบี้ยไปมากแล้ว โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปรับตัวขึ้นมาราว 30% ในช่วง 1 ปีก่อนที่ Fed จะลดดอกเบี้ยครั้งแรกในวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับรอบการลดดอกเบี้ยที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และยิ่งไปกว่านั้นการปรับขึ้นส่วนใหญ่ยังถูกขับเคลื่อนจากระดับ Valuation ของตลาดที่แพงขึ้น โดยค่าพีอีของดัชนี S&P500 ปรับเพิ่มขึ้นมาราว 20% ในช่วง 1 ปีก่อนขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหากเทียบกับรอบการลดดอกเบี้ยในอดีต ค่าพีอีของตลาดที่ปรับขึ้นในระดับเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นในช่วง 6-12 เดือนหลังจากมีการดอกเบี้ยไปแล้ว ซึ่งชี้ว่าตลาดได้สะท้อนความคาดหวังจากการลดอกเบี้ยไปมากแล้วเมื่อเทียบกับในอดีต และทำให้การปรับขึ้นต่อจากนี้เป็นไปได้อย่างจำกัด


2.ความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือน พ.ย. โดยหากอ้างอิงจากพฤติกรรมในอดีต ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะมีการปรับฐานราว 8% โดยเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งนับเป็นเทรนด์การเคลื่อนไหวของตลาดที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ไม่มีการเลือกตั้ง ในรอบนี้เราคาดว่าตลาดจะผันผวนเช่นเดียวกัน เนื่องจากความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งที่ค่อนข้างสูงจากทั้งนโยบายเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วของผู้สมัครทั้งสองฝ่าย เช่น อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเสนอให้มีการลดอัตราภาษีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในขณะที่นางกมลา แฮร์ริสจากพรรคเดโมแครตเสนอให้มีการขึ้นภาษีทั้งสองประเภท เป็นต้น และจากคะแนนความนิยมที่ยังมีความคู่คี่สูสี ซึ่งทำให้การคาดเดาผลการเลือกตั้งยังเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 14 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us