กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 ลุ้นท่าทีเฟด

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.62 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.61-34.48 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 11 สัปดาห์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการซื้อขายผันผวนขณะที่ตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงสงครามการค้าในระยะสั้น โดยหลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งปธน.ทรัมป์ไม่ได้ประกาศใช้กำแพงภาษีนำเข้าลักษณะครอบจักรวาล แต่ส่งสัญญาณว่าอาจจะเพิ่มภาษีสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่าต้องการข้อตกลงกับจีนมากกว่าการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้า และยังระบุว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ควรลดอัตราดอกเบี้ย ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)ขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ 0.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 797 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 9,068 ล้านบาท


สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.50% ในการประชุมวันที่ 28-29 มกราคม ซึ่งจะเป็นการยุติการลดดอกเบี้ยติดต่อกันสามรอบประชุมนับตั้งแต่วัฎจักรผ่อนคลายทางการเงินได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 67 โดยจุดสนใจสำคัญอยู่ที่ท่าทีของเฟดและการประเมินความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่อาจเป็นผลจากนโยบายต่อต้านผู้อพยพของทรัมป์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐฯยังบ่งชี้ถึงทิศทางที่สดใสเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ นอกจากนี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อ PCE เดือนธันวาคมของสหรัฐฯ ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย 25bps เป็น 2.75% ในวันที่ 30 มกราคม อนึ่ง เรามองว่าแม้ความวิตกเรื่องสงครามการค้าอาจลดระดับลงบ้าง แต่ความคิดเห็นที่หลากหลายจากทรัมป์จะทำให้ตลาดผันผวนสูง แรงขายเงินดอลลาร์จึงอาจขาดความต่อเนื่องและเป็นเพียงภาพสะท้อนการระบายสถานะซื้อดอลลาร์ที่ตึงตัวมากเกินไปในช่วงก่อนหน้านี้


สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนธันวาคมจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยยอดส่งออกเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 8.7% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 14.9% ทางการคาดว่ามูลค่าส่งออกจะเติบโต 2-3% ในปีนี้ อย่างไรก็ดี นโยบายการค้าสหรัฐฯที่ไม่แน่นอนสูงยังเป็นปัจจัยท้าทาย ทั้งนี้ มูลค่าส่งออกปี 67 ขยายตัว 5.4%

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
Updated 13 hours ago
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
Updated 6 hours ago
Follow Us