EIC คาดปีนี้มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ย กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายอย่างไม่เป็นเอกฉันท์

โดย กนง. มีมติ 4 ต่อ 2 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี โดยแม้ กนง. จะประเมินเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากกว่าที่เคยประเมินไว้ สะท้อนจากการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้เป็นขยายตัวที่ 0.7% และ 3.7% ในปีหน้า (จากเดิม 1.8% และ 3.9% ตามลำดับ) แต่กรรมการส่วนใหญ่ยังมองว่า มาตรการการเงินจะมีประสิทธิผลมากกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่กรรมการ 2 ท่านเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี เพื่อพยุงเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจที่มีมากขึ้น


กนง. ประเมินว่าสภาพคล่องในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง แต่การกระจายตัวยังไม่ทั่วถึง จากความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs และภาคครัวเรือน นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน รายได้ และการจ้างงาน


EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ต่อเนื่องตลอดปี 2021 และปี 2022 โดยหากเศรษฐกิจเป็นไปตามกรณีฐานตามการประเมินล่าสุดของ กนง. ที่มีสมมติฐานว่า การระบาดจะถูกควบคุมได้ในช่วงต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ กนง. ก็จะเลือกคงดอกเบี้ยไว้ที่เดิม เพื่อเก็บ policy space ไว้ และเน้นการปรับมาตรการการเงินเพื่อกระจายสภาพคล่องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี โอกาสของการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งภายในปีนี้มีมากขึ้น (ความน่าจะเป็น 30%) จากความเสี่ยงด้านต่ำของการระบาดจากสายพันธุ์เดลต้า ภายใต้การฉีดวัคซีนอย่างช้า ๆ ก็ทำให้มีโอกาสที่การระบาดและมาตรการการควบคุมจะยาวนานกว่าคาด กระทบต่อการฟื้นตัวและแผลเป็นทางเศรษฐกิจ


มากยิ่งขึ้น จนเป็นเหตุผลให้ กนง. อาจตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในปีนี้ เพื่อพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้เช่นกัน ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่ต้องจับตามอง ได้แก่ การควบคุมการระบาด พัฒนาการการฉีดวัคซีน และความเพียงพอของมาตรการทางการคลัง


ในภาพรวม EIC มองว่า การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอาจช่วยลดภาระการชำระหนี้ได้บ้าง แต่จะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัดในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากแล้ว และเศรษฐกิจถูกกระทบจากรายได้ที่ลดลง


จากมาตรการ lockdown และความกังวลของการระบาดเป็นหลัก ซึ่งทำให้การเร่งฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการระบาด มาตรการการคลังที่อัดฉีดเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป และการปรับมาตรการการเงินเพื่อกระจายสภาพคล่องให้ทั่วถึงขึ้นจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า


EIC ประเมินว่า ภาครัฐจะพิจารณาปรับมาตรการการเงินที่มีอยู่และอาจออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเร่งจัดสรรสภาพคล่องและลดภาระหนี้ของกลุ่มผู้ถูกกระทบจากการระบาดให้มีประสิทธิผลมากขึ้นตามการสื่อสารของ กนง. โดยในส่วนของมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ อาจเห็นการปรับเงื่อนไขและลดข้อจำกัดต่าง ๆ โดยเฉพาะการปรับรูปแบบของการลดความเสี่ยงด้านเครดิตและลดต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ที่แม้จะดีขึ้นแต่ยังไม่กระจายตัวและทั่วถึงอย่างเพียงพอ ด้านตลาดการเงิน ภาวะการเงินไทยยังผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย


ที่ปรับตัวลดลงในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่เงินบาทปรับอ่อนค่าลงมากกว่าสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดและดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลต่อเนื่อง

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 1 day ago
Follow Us