กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.00-31.60 ขณะการค้าโลกตึงเครียดรอบใหม่

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.37 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.21-31.54 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ แม้ในช่วงแรกดอลลาร์ย่อลงหลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)เผชิญการสอบสวนทางอาญาซึ่งทำให้ตลาดตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระของเฟดในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย ตอกย้ำสัญญาณจากประธานาธิบดีทรัมป์ว่าต้องการควบคุมเฟดมากขึ้นในอนาคต อีกทั้งรัฐบาลทรัมป์อาจกังวลกับแนวคิดที่ว่าพาวเวลซึ่งจะหมดวาระในฐานะประธานเฟดในเดือนพฤษภาคมนี้ อาจยังคงอยู่เพื่อดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการผู้ว่าการ(Board of Governors) ซึ่งวาระจะสิ้นสุดลงในปี 2571 และจะทำให้ทรัมป์พลาดโอกาสแต่งตั้งหนึ่งตำแหน่งในคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นหลังข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่สนับสนุนมุมมองที่ว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทางด้านเงินเยนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปีครึ่งท่ามกลางกระแสข่าวยุบสภาในญี่ปุ่น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทย 7,577 ล้านบาท และ 823 ล้านบาท ตามลำดับ


สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า คำขู่สงครามการค้าระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯปะทุขึ้นรอบใหม่จากกรณีกรีนแลนด์ นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% ในวันที่ 23 มกราคม การยกระดับแทรกแซงด้วยวาจาเพิ่มความเป็นไปได้ที่ทางการจะกลับเข้าตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนก่อนการเลือกตั้งซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดี บริบทแวดล้อมในปัจจุบันถือว่าท้าทายมากสำหรับความพยายามพลิกกระแสขายเงินเยน ขณะที่ผู้ร่วมตลาดยังคงวิตกเรื่องความเสี่ยงด้านการคลังที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระยะสั้นนี้ อนึ่ง ฉากทัศน์หนึ่งที่อาจกระตุ้นให้ผู้เล่นซื้อคืนเงินเยน คือ กรณีผลการเลือกตั้งไม่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรค LDP ได้


กระทรวงการคลังได้ปรับแก้กฎเกณฑ์เพื่อให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ ขณะที่ผู้ว่าการธปท.ระบุว่าต้องการเห็นค่าเงินบาทอ่อนลงสอดคล้องกับพื้นฐาน อีกทั้งยังมีช่องว่างในการลดดอกเบี้ย แม้นโยบายการเงินจะมีข้อจำกัดในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ได้แก่ ผลิตภาพต่ำ ความเหลื่อมล้ำสูง และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง โดยศักยภาพการเติบโตของไทยลดลงเหลือ 2.7% จากกว่า 3%

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
Updated 1 day ago
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 9 hours ago
Follow Us