Official Update :

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 30.70-31.30 คาดเฟดคงดอกเบี้ย ติดตามเงินเยนผันผวน

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.70-31.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.21 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 30.89-31.43 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 5 ปี เงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ แม้จะฟื้นตัวขึ้นบ้างระหว่างสัปดาห์ขณะประธานาธิบดีทรัมป์ยุติการขู่ใช้กำลังทางทหารเพื่อเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์และระงับแผนเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศสมาชิก NATO เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร หลังการพบปะระหว่างทรัมป์และเลขาธิการ NATO โดยผู้นำสหรัฐฯแสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงในอนาคต แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าจะครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีนำเข้า 10% ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และปรับขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการควบคุมหรือจัดซื้อกรีนแลนด์ได้ ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)คงดอกเบี้ยที่ 0.75% ขณะที่เงินเยนเหวี่ยงตัวผันผวนสูงและพลิกกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็วท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 1,348 ล้านบาท และ 1,504 ล้านบาท ตามลำดับ


สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ในวันที่ 28 มกราคม หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงรักษาแรงส่งเชิงบวกไว้ได้ค่อนข้างดี ทำให้ผู้ร่วมตลาดมองว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดเดือนมิถุนายน ภายใต้ประธานเฟดคนใหม่ นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับทิศทางค่าเงินเยนซึ่งปรับตัวผันผวนสูงขณะตลาดระมัดระวังมากขึ้นต่อความเสี่ยงที่ทางการจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน อนึ่ง สหรัฐฯอาจเผชิญภาวะ Shutdown อีกครั้งในวันที่ 31 มกราคม ในสถานการณ์ท้าทายหลายด้านเช่นนี้ เราคาดว่าความต้องการขายเงินดอลลาร์จะดำเนินต่อไป


กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนธันวาคมเติบโต 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 54.3% ทางด้านการนำเข้าเดือนธันวาคมขยายตัว 18.8% ทั้งนี้ ในปี 2568 ส่งออกเพิ่มขึ้น 12.9% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดรอบ 4 ปี ขณะที่นำเข้าเพิ่มขึ้น 12.9% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 5.3 พันล้านดอลลาร์ ทางการคาดว่าในกรณีฐานมูลค่าส่งออกปีนี้อาจหดตัว 1% สะท้อนผลที่ชัดเจนมากขึ้นจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
Updated 2 hours ago
News Highlight
D โชว์ผลงาน ครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้ 554 ลบ. ธุรกิจทันตกรรมแข็งแกร่ง ลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงเชื่อมั่นมาตฐานระดับสากล
Updated 2 hours ago
News Highlight
ธนจิรา กรุ๊ป ส่งสัญญาณฟื้นตัว ครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 983.8 ลบ. เติบโต 9.0% กำไรสุทธิ 35.3 ลบ. เพิ่มขึ้น 26.9%
Updated 2 hours ago
News Highlight
หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus” ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป
Updated 2 hours ago
Follow Us