Official Update :

ธนาคารกลางประเทศแกนหลักมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ ขณะที่มูดี้ส์ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิตของไทยขึ้นเป็นมีเสถียรภาพ

โลก: แม้สหรัฐฯ และอิหร่านขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมถึงการเตรียมเจรจารอบที่สอง แต่สถานการณ์ยังมีความเปราะบางและความเสี่ยง เนื่องจากข้อเรียกร้องระหว่างสองฝ่ายยังแตกต่างกันค่อนข้างมาก อีกทั้งการใช้กำลังทางทหารในการควบคุมช่องทางการขนส่งพลังงาน ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออุปทานพลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพ ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นในข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเมษายน ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดลงอย่างมีนัยยะของความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯ การชะลอตัวรุนแรงของภาคบริการในยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งอาจจำกัดการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า สำหรับการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักในสัปดาห์นี้ ได้แก่ FED, ECB และ BOJ มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม เพื่อรอประเมินความชัดเจนของสถานการณ์ รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ


จีน: การส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ (+59.3% YoY ในไตรมาสแรก) และสามอุตสาหกรรมใหม่ (+52.3%) ซึ่งได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์ และแบตเตอรีลิเธียมไอออน นอกจากนี้ จีนยังเตรียมส่งเสริมภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องเพื่อสนับสนุนการผลิตขั้นสูงให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญในระยะข้างหน้า เช่น ซอฟท์แวร์อุตสาหกรรม การวิจัยและพัฒนา และโลจิสติกส์ ผ่านการอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้ของธุรกิจ SMEs และกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐ


ไทย: การส่งออกของไทยเดือนมีนาคมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 คาดเป็นแรงหนุนชั่วคราวจากการเร่งสั่งซื้อ (Front loading) เนื่องจากสหรัฐฯ ยกเลิกการใช้อัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ที่ 19% แต่ใช้อัตราภาษีตามมาตรา 122 ที่ 10% แทน โดยการส่งออกในเดือนมีนาคมมีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.7% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 38,496.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 35.7% ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 3,339.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะต่อไป การส่งออกเผชิญปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้วัตถุดิบหลายประเภทขาดแคลน และอุปสงค์จากตะวันออกกลางลดลง รวมทั้งต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่สูงขึ้น นอกจากนี้ สหรัฐฯ กำลังเปิดการไต่สวนทางการค้ากับไทยตามมาตรา 301 เพื่อเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับสินค้าเป้าหมาย ซึ่งนับเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาคการส่งออกและการผลิตในระยะข้างหน้า


มูดี้ส์ (Moody’s) ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ (Stable)’ จากเดิม ‘เชิงลบ (Negative)’ โดยประเมินว่า (i) ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลง (ii) แรงส่งด้านการลงทุนเริ่มฟื้นตัว และ (iii) การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากอย่างมีนัยสำคัญช่วยลดความเสี่ยงทางการเมือง ขณะที่มูดี้ส์ยืนยันอันดับเครดิต (Credit Rating) ที่ระดับ Baa1 อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจและฐานะการคลังของไทยมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน อาจส่งผลให้ฐานะการคลังตึงตัวมากขึ้น

Most Viewed
Stock of the Day
ทำความรู้จัก AWR พอร์ต 5 ทรัพย์สินคุณภาพ จาก AWC
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPAXT โบรกฯ ประสานเสียง พิษปิดสาขากด Q3/69 ขาดทุน หวั่นกำไรปี 69-70 มีดาวน์ไซด์ ลุ้น Q4/69 ฟื้น แต่ต้นทุนยังกดดัน
Updated 20 hours ago
Fun of Funds
“ตุลา-ปีมะเมีย” เฟ้น 2 ธีมเด่นพื้นฐานแกร่ง… "กลุ่มแบงก์" (BANK) เด่นสุดหุ้นไทย ส่วน “AI” ยังแกร่งรับ “AI Boom” - ห่างไกล “ฟองสบู่” !!!
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
Q4/69 ยังเหวี่ยง “ทรีนีตี้” แนะช้อนตอนแพนิค ชูกลยุทธ์ Buy the Dip 5 ธีมหุ้นเด่น รับกำไรฟื้น-FDI-ท่องเที่ยว
Updated 20 hours ago
Fund Move
"ThaiBMA" เผยสิ้นไตรมาสที่3/26 "ตลาดตราสารหนี้ไทย" มูลค่าแตะ 18.4 ล้านลบ. เพิ่มขึ้น 2.9% ส่วน 9 เดือนแรก "ยอดออกหุ้นกู้ระยะยาว" 6.3 แสนลบ. "ต่างชาติ" ขายสุทธิ 9.2 พันล้านบาท
Updated 23 hours ago
Follow Us