Official Update :

ทรัมป์เผยการเจรจากับอิหร่านเข้าใกล้ข้อตกลงสันติภาพมากขึ้น ขณะที่มาตรการไทยช่วยไทยพลัสคาดหนุนการใช้จ่ายระยะสั้น

โลก: ทรัมป์แถลงความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน โดยระบุว่าอยู่ในช่วงสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้ายก่อนนำไปสู่การลงนามทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ส่งผลให้ตลาดการเงินกังวลน้อยลงต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า สะท้อนจากการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบ (Brent) ที่ลดลงต่ำกว่าระดับ $100 ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามรายละเอียดเรื่องโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่านและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุข้อตกลง รายงาน PMI เบื้องต้น (Flash PMI) ของกลุ่มประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ และยูโรโซน ในเดือนพฤษภาคมยังคงสะท้อนภาพรวมที่อ่อนแอ โดยแม้ว่าดัชนีภาคการผลิตจะขยายตัวดี แต่แรงหนุนหลักมาจากการสะสมสินค้าคงคลังท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ขณะที่ ดัชนีภาคบริการชะลอตัวต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องต้นทุนสินค้าและบริการที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อการลงทุน การบริโภค และการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมชะลอตัวชัดเจนขึ้นในระยะข้างหน้า


จีน
: เศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัวสวนทางกับภาคการส่งออก ยอดค้าปลีกสินค้าในเดือนเมษายนแทบไม่เติบโตที่ 0.2% YoY ซึ่งอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรพลิกกลับมาหดตัวอีกครั้ง (ดังรูป) ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน โดยราคาบ้านใหม่หดตัวต่อเนื่องที่ -3.6% ดังนั้น การส่งออกจึงน่าจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในระยะข้างหน้า ภายใต้เงื่อนไขที่ความขัดแย้งทางการค้าอยู่ในระดับที่จำกัด



ไทย
: มาตรการไทยช่วยไทยพลัส เริ่มใช้จ่าย 1 มิ.ย. คาดกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.2-0.5% คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ประกอบด้วย 2 มาตรการ 1) บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเติมเงินอีก 700 บาท เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จำนวนผู้มีสิทธิรอบที่แล้ว 13.2 ล้านคน คาดวงเงิน 5-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีการลงทะเบียนเพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิในระยะที่สองต่อไป และ 2) ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รัฐบาลร่วมจ่าย 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.) โดยรัฐบาลจ่ายในสัดส่วน 60% ประชาชน 40% ผู้เข้าร่วม 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท โดยมาตรการนี้มีแหล่งเงินมาจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท


มาตรการไทยช่วยไทยพลัสคาดว่าช่วยกระตุ้นการบริโภค ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน คาดว่าประชาชนมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้โตต่ำ และภาระหนี้สูง ตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier effect) จึงอาจน้อยกว่ามาตรการรอบก่อน ในกรณีฐานคาดว่ามาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะเพิ่ม GDP ได้ราว 0.2-0.5% อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวอาจกระตุ้นการบริโภคล่วงหน้าและลดทอนการใช้จ่ายหลังมาตรการสิ้นสุดลง (Payback Effect) จึงอาจส่งผลต่อ GDP ในระยะต่อไปได้ 


Most Viewed
Stock of the Day
ทำความรู้จัก AWR พอร์ต 5 ทรัพย์สินคุณภาพ จาก AWC
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPAXT โบรกฯ ประสานเสียง พิษปิดสาขากด Q3/69 ขาดทุน หวั่นกำไรปี 69-70 มีดาวน์ไซด์ ลุ้น Q4/69 ฟื้น แต่ต้นทุนยังกดดัน
Updated 18 hours ago
Fun of Funds
“ตุลา-ปีมะเมีย” เฟ้น 2 ธีมเด่นพื้นฐานแกร่ง… "กลุ่มแบงก์" (BANK) เด่นสุดหุ้นไทย ส่วน “AI” ยังแกร่งรับ “AI Boom” - ห่างไกล “ฟองสบู่” !!!
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
Q4/69 ยังเหวี่ยง “ทรีนีตี้” แนะช้อนตอนแพนิค ชูกลยุทธ์ Buy the Dip 5 ธีมหุ้นเด่น รับกำไรฟื้น-FDI-ท่องเที่ยว
Updated 18 hours ago
Fund Move
"ThaiBMA" เผยสิ้นไตรมาสที่3/26 "ตลาดตราสารหนี้ไทย" มูลค่าแตะ 18.4 ล้านลบ. เพิ่มขึ้น 2.9% ส่วน 9 เดือนแรก "ยอดออกหุ้นกู้ระยะยาว" 6.3 แสนลบ. "ต่างชาติ" ขายสุทธิ 9.2 พันล้านบาท
Updated 21 hours ago
Follow Us