“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องการเติบโตของ “บล.ดาโอ” กัน บล. ที่มีแม่เป็น “กลุ่มดาโอ” DAOL ประเทศเกาหลีใต้ สนับสนุน
วางตัวเป็นบริษัทที่เน้น “การบริหารความมั่งคั่ง” (Wealth Management) และการเป็น “ผู้ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร” (One-Stop Financial Service)
ต่างจากโมเดลการทำธุรกิจ “บล.แบบเดิม” ที่อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ช่วงครึ่งแรกปี2026 บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน (AUA) อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา และมีรายได้ ณ สิ้นปี25 เติบโตอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท
จัดอยู่ใน บล.ที่อยู่ใน “Top5” ของอุตสาหกรรมบล.ในปัจจุบัน
แนวโน้มการเติบโตของ “บล.ดาโอ” ปีนี้จะเป็นไปในทิศทางไหนนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้บริหารสูงสุด” ขององค์กรพร้อมๆ กันได้เลย

เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”…ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี26 ทะยานแตะ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25%
โดย “ณัฐพงศ์ ณ ระนอง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดาโอ (ปทท.) บอกว่า ครึ่งแรกของปี26 บริษัทมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน (AUA) อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมาและมีรายได้ ณ สิ้นปี25 เติบโตอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ทั้งนี้ ด้วยความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักลงทุนส่งผลให้ธุรกิจของ “บล.ดาโอ” มีการเติบโตที่ดีในทุกกลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็น “ธุรกิจตราสารทุน” เติบโต 40% “วาณิชธนกิจ” เติบโต 35% “กองทุนรวม” เติบโต 20% “การลงทุนในต่างประเทศ” เติบโต 20% และมีบัญชีซื้อขายที่มีการเคลื่อนไหวจำนวน 18,871 บัญชีในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และมีบัญชีซื้อขายย้อนหลัง 5 ปี จำนวน 41,760 บัญชี ซึ่งอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

(ณัฐพงศ์ ณ ระนอง)
“สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี26 บริษัทยังคงมุ่งเน้น ‘การบริหารความมั่งคั่ง’ (Wealth Management) และการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร (One-Stop Financial Service) โดยมีแผนขยายฐานลูกค้าใน ‘ต่างจังหวัด’ ผ่านการร่วมจัดงานกับ ‘ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย’ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูงในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเรามีบริการที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ลูกค้าในต่างจังหวัดที่มีความมั่งคั่งได้เข้าถึงบริการด้านการลงทุนที่ครบวงจรได้ดียิ่งขึ้น”
บริษัทพบว่าการลงทุนในต่างประเทศได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยมากขึ้น รวมถึงลูกค้าของบริษัทก็เช่นเดียวกัน ตรงนี้คือโอกาสที่น่าสนใจ ปัจจุบันบริษัทเองกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำเสนอโพรดักท์ประเภท “DR” ที่อ้างอิงกับ “หุ้นเกาหลีใต้” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนไทยเพิ่มเติม เพราะ “DAOL” มีความเชี่ยวชาญในตลาดเกาหลีใต้อยู่แล้วด้วย
เดินหน้านำเสนอโพรดักท์การเงินใหม่ๆ ต่อเนื่อง...พานักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสการลงทุนที่ดีทั่วโลก
สำหรับการเติบโตในช่วงครึ่งแรกปี26 มาจาก “รายได้ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย” ทั้งตลาดหุ้นไทย TFEX และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ ผ่านแพลตฟอร์ม “DAOLSEC Smart Foreign” และเติบโตจากการเป็น “ตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์กองทุนรวม” (Selling Agent) และ “Structured Note” รวมถึงมีการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโต
ขณะเดียวกัน ในช่วงปลายไตรมาสที่2/26 มีการเติบโตจาก “ตราสารหนี้” เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าอาจจะเริ่มเป็นขาขึ้น ส่งผลให้มีการเร่งออกตราสารหนี้เพื่อล็อกต้นทุนทางการเงิน ซึ่งนักลงทุนเริ่มกลับมาลงทุนในพันธบัตรและหุ้นกู้ตัวยาวขึ้น เช่น ช่วงอายุ 3-5 ปีตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ภายหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศเริ่มคลี่คลาย
“จุดแข็งของบริษัทในเรื่อง ‘ตราสารหนี้’ คือการนำเสนอ ‘หุ้นกู้’ ให้กับนักลงทุนได้หลากหลายตั้งแต่เสี่ยงต่ำจนถึงเสี่ยงสูง โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกของบริษัทมาแล้ว เพราะความต้องการของนักลงทุนเองก็มีความหลากหลายเช่นเดียวกัน ในขณะที่ บล.เจ้าตลาดบางแห่งอาจจะเน้นเฉพาะกลุ่ม Investment Grade เพียงอย่างเดียว เป็นต้น”

“รวมถึงมุ่งผลักดันการใช้งานแพลตฟอร์ม ‘TradingView’ ที่ให้บริการซื้อขาย ‘TFEX’ ให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์กราฟและส่งคำสั่งซื้อขายได้ในที่เดียว รวมถึง ‘แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นต่างประเทศออนไลน์’ (SAXO) และขยายทีมที่ปรึกษาการลงทุน Wealth Management ที่เชี่ยวชาญเพิ่มเติมเพื่อให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นด้วย”
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Global Bond” ลงทุนหุ้นกู้และพันธบัตรต่างประเทศระดับ Investment Grade ของบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น Meta และ Microsoft เพื่อตอบโจทย์การลงทุนระดับสากล และการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงหุ้นไทย (KIKO) เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่หลากหลาย
“ด้วยจุดเด่นด้านการให้บริการที่ครบวงจร ประกอบกับแนวโน้มตลาด แผนธุรกิจในครึ่งปีหลัง และการสนับสนุนจาก ‘กลุ่มดาโอ’ (DAOL) ประเทศเกาหลีใต้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตรายได้ในปี26 ไว้ที่ 1,600 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน”
ทั้งหมดนี้ คือ ก้าวย่างที่สำคัญของ “บล.ดาโอ” ที่ส่งสัญญาณรุกธุรกิจในตลาดไทยอย่างเต็มตัว ด้วยการสนับสนุนจาก “กลุ่มดาโอ” (DAOL) ประเทศเกาหลีใต้ เสมือนหนึ่ง “แต้มต่อ” ที่ช่วยให้ก้าวย่างเป็นไปได้อย่างมั่นคง เพื่อให้นักลงทุนไทยได้เข้าถึงบริการและโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจทั่วโลก ได้รับกับประสบการณ์ลงทุนที่ดีแบบครบวงจรสไตล์ “One-Stop Financial Service” นั่นเอง
