Official Update :

กลุ่มทิสโก้ และสปสช. หนุน โอสถสภา จัดงาน “HAPPY HEALTH DAY” ส่งเสริมสุขภาพควบคู่การวางแผนการเงิน

กลุ่มทิสโก้ เดินหน้าโครงการ TISCO Healthcare Fair on Tour 2026 พร้อมด้วย สปสช. สนับสนุน บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม ‘HAPPY HEALTH DAY’ ส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพและการวางแผนการเงินแก่พนักงานโอสถสภา เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในระยะยาวแบบองค์รวม (Holistic Advisory) ชวน Friends for Well-being อย่างศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ให้ความรู้และตรวจสุขภาพ พร้อมชูโปรแกรม TISCO My Goal ออกแบบและวางแผนการเงินให้ตรงตามเป้าหมาย ทั้งการตรวจเช็คสุขภาพการเงิน วางแผนภาษี สร้างความมั่งคั่งและปกป้องความมั่งคั่ง 


กลุ่มทิสโก้ เดินหน้าโครงการ TISCO Healthcare Fair on Tour 2026  พร้อมด้วยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุน บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมHAPPY HEALTH DAYส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพและการวางแผนการเงินให้แก่พนักงานโอสถสภา ซึ่งเป็นลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (บลจ. ทิสโก้) ณ บริษัท โอสถสภา สำนักงานใหญ่ หัวหมาก กิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มทิสโก้ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวางแผนการเงินควบคู่กับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้าในทุกมิติ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิต และบรรลุเป้าหมายสำคัญในระยะยาวได้อย่างมั่นคง     


ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณประธาน ไชยประสิทธิ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารโอสถสภา ผู้แทนกลุ่มทิสโก้ วิทยากรรับเชิญ และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพเข้าร่วมงาน


ในช่วงพิธีเปิด นางแขขวัญ โรจน์วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือและการสนับสนุนการจัดกิจกรรมในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงาน โดยตอกย้ำบทบาทของ บลจ.ทิสโก้ ในการดูแลลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่เพียงมุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมแต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบองค์ความรู้ทั้งด้านการเงินและสุขภาพ เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกกองทุนสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ร่วมกล่าวถึงความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพในฐานะภาคีเครือข่ายและผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรม ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ 


ภายหลังพิธีเปิด กิจกรรมบนเวทีเริ่มต้นด้วยการบรรยายเรื่อง ‘Check Before Shock: รู้ทันความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ยงชัย นิละนนท์ ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช และผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมระบบประสาท โรงพยาบาลศิริราช ให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยง สัญญาณเตือน และแนวทางป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หนึ่งในภัยเงียบที่อาจนำไปสู่อัมพฤกษ์ อัมพาต ความพิการ หรือเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที 


รศ.นพ.ยงชัยกล่าวถึงความสำคัญของ “เวลา” ในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะกรณีหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ซึ่งการเปิดหลอดเลือดให้เร็วที่สุดจะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว และลดความเสี่ยงต่อความพิการ โดยการรักษาด้วยยาสลายลิ่มเลือดมีกรอบเวลาประมาณ 270 นาที หรือ 4 ชั่วโมงครึ่งนับจากเริ่มมีอาการ ขณะที่การรักษาบางกรณีอาจต้องใช้สายสวนดึงลิ่มเลือดร่วมด้วย  


ภายในงานยังมี รถ MSU-SOS หรือ Mobile Stroke Unit - Stroke One Stop จากโครงการรถพยาบาลเคลื่อนที่รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โรงพยาบาลศิริราช มาร่วมให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยรถดังกล่าวเปรียบเสมือนโรงพยาบาลขนาดย่อมที่มีเครื่องสแกนสมองและระบบ Telemedicine เพื่อช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถดูผลและให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญในการเพิ่มโอกาสรอด ลดพิการ และช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


ต่อด้วยการบรรยายหัวข้อ ‘Financial Wellness’ โดย คุณณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งชวนผู้เข้าร่วมงานมองการวางแผนการเงินในมุมของ Financial Wellness หรือสุขภาพทางการเงิน โดยระบุว่าการมีชีวิตที่ดีไม่ได้วัดเพียงอายุยืนหรือสุขภาพแข็งแรงเท่านั้น แต่ควรมองให้ครบทั้ง Life Span, Health Span และ Wealth Span หรือช่วงชีวิตที่มีความมั่นคงทางการเงินควบคู่กันไป เพราะหากสุขภาพการเงินไม่แข็งแรง อาจกระทบต่อเป้าหมายชีวิตในระยะยาว ทั้งการดูแลครอบครัว การรับมือเหตุฉุกเฉิน และการเตรียมพร้อมเกษียณ 


หนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของ Financial Wellness คือการทำ Financial Health Check หรือเช็กสุขภาพการเงินของตนเองอย่างง่าย โดยเริ่มจากการรู้สถานะปัจจุบันว่า “ทรัพย์สินลบหนี้สิน” เหลือเป็นความมั่งคั่งสุทธิเท่าไร และ “รายรับลบรายจ่าย” เหลือเป็นเงินสำหรับอนาคตหรือไม่ พร้อมตั้งคำถาม 4 ข้อ ได้แก่ รายรับมากกว่ารายจ่ายหรือไม่ มีเงินฉุกเฉินเพียงพอหรือไม่ ภาระหนี้อยู่ในระดับที่จัดการได้หรือไม่ และมีเงินออมสำหรับอนาคตแล้วหรือยัง 


คุณณัฐกฤติแนะนำว่า “เงินฉุกเฉิน” ถือเป็นรากฐานของการวางแผนการเงิน เพราะเป็นปราการด่านแรกที่ช่วยรองรับการใช้ชีวิตในช่วงที่ขาดรายได้หรือมีค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด โดยผู้มีรายได้ประจำควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน ขณะที่ผู้มีรายได้ไม่แน่นอนควรมี 6–12 เดือน เพื่อให้แผนการเงินด้านอื่น ๆ ไม่สะดุด 


นอกจากนี้ การสร้างวินัยทางการเงินควรเริ่มจากหลักคิดออมก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้แล้วค่อยออม โดยอาจตั้งระบบแยกบัญชีหรือหักเงินอัตโนมัติ เพื่อให้การออมเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ก่อนจัดสรรเงินที่เหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมถึงควรวางแผนป้องกันเหตุการณ์ที่อาจทำให้แผนการเงินสะดุด เช่น ปัญหาสุขภาพ อุบัติเหตุ หรือความเสี่ยงด้านรายได้ 


สำหรับการวางแผนระยะยาว คุณณัฐกฤติเน้นว่า การลงทุนควรเป็นการ ลงทุนอย่างมีเป้าหมายเพื่อการเกษียณ ไม่ใช่ลงทุนตามกระแส โดยเครื่องมือทางการเงินที่สามารถนำมาใช้วางแผนได้มีทั้งเงินฝาก กองทุนรวม และประกันประเภทต่าง ๆ เช่น ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันชีวิต ประกันบำนาญ และประกันสะสมทรัพย์ ซึ่งควรเลือกให้เหมาะกับช่วงวัย ระดับรายได้ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป้าหมายของแต่ละคน 


เพื่อให้การวางแผนการเงินเป็นเรื่องที่เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ธนาคารทิสโก้ได้พัฒนา TISCO My Goal โปรแกรมช่วยออกแบบและวางแผนการเงินให้ตรงตามเป้าหมาย ครอบคลุมทั้งกองทุน ประกัน และเงินฝาก เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นภาพรวมของเป้าหมายทางการเงิน และเลือกแนวทางวางแผนที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นใช้งานหรือศึกษาวิธีใช้งานโปรแกรม TISCO My Goal ได้ที่ https://link.tisco.co.th/2cDipTa 


สุขภาพทางการเงินไม่ได้เกิดจากการมีรายได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากนิสัยทางการเงินที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการออมก่อนใช้ การทำงบประมาณรายรับรายจ่าย การบันทึกพฤติกรรมการใช้เงิน การเตรียมเงินฉุกเฉิน และการลงทุนอย่างมีความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขได้อย่างยั่งยืน” คุณณัฐกฤติทิ้งท้าย


นอกจากการบรรยายบนเวทีแล้ว ภายในงานยังจัดกิจกรรมและบูธสุขภาพจากเครือข่าย Friends for Well-being เพื่อส่งเสริมความรู้และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานชั้นนำ ได้แก่ Siriraj H Solutions, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลบีเอ็นเอช, โรงพยาบาลเมดพาร์ค, โรงพยาบาลพญาไท 3, ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช, โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นต้น จัดกิจกรรมดูแลสุขภาพกาย สมอง และความจำ บริการตรวจมวลกระดูก ตรวจวัดองค์ประกอบร่างกายด้วย Body Composition Analyzer, Heart Risk Check เพื่อวัดความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ และประเมินระดับความเครียด


อีกทั้ง ยังมีกิจกรรม Save a Life Experience สอนใช้เครื่อง AED และการทำ CPR รวมถึงบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพดวงตา ตรวจคัดกรองมะเร็ง และวัคซีน กิจกรรมยังออกแบบให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เช่น เกมพัซเซิล F-A-S-T เพื่อให้จดจำสัญญาณเตือนเบื้องต้นของโรคหลอดเลือดสมอง เกมวัดปริมาณโซเดียมเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง 


กลุ่มทิสโก้เชื่อว่า “สุขภาพที่ดี” และ “สุขภาพการเงินที่ดี” คือรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และยังคงมุ่งพัฒนาโครงการ TISCO Healthcare Fair on Tour อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าและสังคมไทยมีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย การเงิน และการใช้ชีวิตในระยะยาว