“Private Fund” ครึ่งแรกปี26 “ทรงตัว” ! AUM ลดลง -0.27%... “บลจ.อีสท์สปริง” แชมป์โตสุด +199.85% “บลจ.ทิสโก้” ดิ่งหนักสุด -28.94% “บลจ.เอไอเอ” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 37.73% !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปัจจุบัน “เงินฝาก” ที่มากกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป มีประมาณ 14.55 ล้านล้านบาท คิดเป็น 81% ของเงินฝากทั้งระบบที่มีอยู่ 17.99 ล้านล้านบาท (ที่มา: bot.or.th, ณ มิ.ย. 26)
เงินฝากในช่วง “1 ล้านบาท – 25 ล้านบาท” มีถึง 5.76 ล้านล้านบาท คิดเป็น 35% ของเงินฝากทั้งระบบ ที่ “มากกว่า 50 ล้านบาท” นั้นก็ไม่น้อยประมาณ 6.95 ล้านล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินฝากทั้งระบบ
และส่วนครีมเลยที่มีเงินฝาก “ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป” มีเงินฝากอยู่ 3.26 ล้านล้านบาท คิดเป็น 18% ของเงินฝากทั้งระบบ
จึงไม่น่าแปลกใจตลาด “Wealth Management” จึงเป็นตลาดที่มีผู้ประกอบการสนใจจะลงมาเล่นมากสุดตลาดหนึ่ง และหนึ่งในนั้นก็คือรูปแบบของ “กองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) นั่นเอง ซึ่งเป็นส่วนย่อยใน “Wealth Management” อีกชั้นหนึ่ง
ปัจจุบัน มีผู้ประกอบธุรกิจ “กองทุนส่วนบุคคล” มากถึง 51 แห่งในไทย ประกอบด้วย “บลจ./บล.” ที่ทำธุรกิจ “กองทุนส่วนบุคคล” 49 แห่ง (บลจ.30 แห่ง, บล. 19 แห่ง) นอกจากนี้ยังมี “บริษัทประกัน” อีก 2 แห่ง
แต่ที่เป็นสมาชิก “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) มี 23 แห่งเท่านั้น !!!
ครึ่งแรกปี26 “ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล” มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) “ทรงตัว” AUM อยู่ที่ 2.26 ล้านล้านบาท ลดลง -0.27% (เฉพาะบลจ./บล.ที่เป็นสมาชิก AIMC) โดยมี บลจ.กว่า 35% โตลดลง
ปัจจุบัน “กองทุนส่วนบุคคล” ในรูปแบบพอร์ตมาตรฐาน (Model Portfolio / Robo-advisor) ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นระดับ 100,000 - 1,000,000 บาท ก็ลงทุนได้แล้ว อยู่ที่โมเดลธุรกิจของแต่ละผู้ประกอบการแต่ละแห่งที่วางกันเอาไว้ว่าจะจับตลาดตรงไหนกันเท่านั้นเอง
ในครึ่งแรกปี26 “กองทุนส่วนบุคคล” ของบลจ.ทั้ง 23 แห่ง มีการเติบโตเป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้สรุปเอาไว้ให้ครบแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

5 “บลจ.” กองทุนส่วนบุคคล ครึ่งแรกปี26 “ปังสุด”...AUM โตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +80.01%...“บลจ.อีสท์สปริง” แชมป์โตสุด +199.85%
สำหรับการเติบโตของ “กองทุนส่วนบุคคล” ของ 23 บลจ. ช่วงครึ่งแรกปี26 พบว่า มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) อยู่ที่ 2,261,974.11 ล้านบาท ลดลง -0.27% จากสิ้นปีก่อน โดยมี 15 บลจ. คิดเป็น 65% ที่มี AUM “เพิ่มขึ้น” ส่วนที่เหลืออีก 8 บลจ. คิดเป็น 35% ที่มี AUM “ลดลง”
โดย 5 บลจ. “สุดปัง” ที่ “กองทุนส่วนบุคคล” มี AUM “เพิ่มขึ้นมากสุด” ครึ่งแรกปี26 นั้น โตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +80.01% นำมาโดย
1) “บลจ.อีสท์สปริง” มี AUM 29,483.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +199.85%
2) “บลจ.กรุงไทย” มี AUM 77,258.76 ล้านบาท +96.91%
3) “บลจ.ไอร่า” มี AUM 1,231.13 ล้านบาท +60.04%
4) “บล.ดาโอ.” มี AUM 2,251.40 ล้านบาท +25.81%
5) “บลจ.เดนาลี เพรสทีจ” มี AUM 4,675.41 ล้านบาท +17.45%

5 “บลจ.” กองทุนส่วนบุคคล ครึ่งแรกปี26 “แป้กสุด” AUM ลดลงเฉลี่ย -14.58%...“บลจ.ทิสโก้” ดิ่งหนักสุด -28.94%
หันมาดู 5 บลจ. “สุดแป้ก” มี “กองทุนส่วนบุคคล” AUM “ลดลงมากสุด” ครึ่งแรกปี26 กันบ้าง โตลดลงเฉลี่ย -14.58% ประกอบด้วย
1) “บลจ.ทิสโก้” มี AUM 36,690.92 ล้านบาท -28.94%
2) “บลจ.วรรณ” มี AUM 48,960.21 ล้านบาท -16.92%
3) “บลจ.อเบอร์ดีน” มี AUM 458.94 ล้านบาท -11.87%
4) “บลจ.เฟิร์ส พลัส” มี AUM 1,591.49 ล้านบาท -8.07%
5) “บลจ.เอไอเอ” มี AUM 853,329.99 ล้านบาท -7.09%

5 “บลจ.” ที่มีส่วนแบ่ง “กองทุนส่วนบุคคล” มากสุด ครองส่วนแบ่งรวมกันกว่า 82%...“บลจ.เอไอเอ” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 38.19%
สำหรับ 5 บลจ.ที่มี “กองทุนส่วนบุคคล” มากสุดนั้น มีส่วนแบ่งรวมกันคิดเป็น 82.39% ของทั้งหมด แต่เฉพาะ 2 บลจ.แรกกินส่วนแบ่งรวมกันไปแล้วกว่า 66.36% เลยทีเดียว นำมาโดย
1) “บลจ.เอไอเอ” มี AUM 853,329.99 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 37.73%
2) “บลจ.ไทยพาณิชย์” มี AUM 647,785.41 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 28.64%
3) “บลจ.กสิกรไทย” มี AUM 183,885.25 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 8.13%
4) “บลจ.กรุงศรี” มี AUM 101,316.27 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 4.48%
5) “บลจ.กรุงไทย” มี AUM 77,258.76 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 3.42%
“กองทุนส่วนบุคคล” ในปัจจุบันเป็นทางเลือกที่สะดวกและสบายกว่า สำหรับ “นักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง” และ “สถาบันต่างๆ” ช่วยตอบโจทย์ได้ตรงใจอยากได้แบบไหนออกแบบได้เลย เม็ดเงินใน “กองทุนส่วนบุคคล” ปัจจุบันคิดเป็น 1 ใน 3 ของ “เงินฝากที่มากกว่า 50 ล้านบาท” เท่านั้นเอง เรียกว่าตลาดยังมีศักยภาพในการโตได้อีกมาก นี่ยังไม่นับเม็ดเงินที่ไม่เห็นที่อยู่ในมือของ “บล./ประกัน” ที่บริหารกันอยู่อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมมีผู้ประกอบการกระโดดเข้ามาเล่นตลาดนี้กันมากมายขนาดนี้
