Official Update :

เอสซีจี ชูโมเดล Public–Private–People Partnership ผ่าน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” รวมพลังรัฐ เอกชน และประชาชน ขับเคลื่อน Inclusive Green Transition

เอสซีจีนำเสนอโมเดล Public–Private–People Partnership (4P) และการทำงานเชิงพื้นที่ (Area-based Approach) ผ่านกรณีศึกษา “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” บนสองเวทีสำคัญ ได้แก่ GCNT EXPO 2026: From SHOCK to SHIFT – Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World และเวทีเสวนา ภายในงาน The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN เพื่อเสนอแนวทางเชื่อมพลังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม


เวทีเสวนาหัวข้อ “Building Thailand’s Next Growth Engine: Climate-Resilient Infrastructure for the Future Industries” ภายในงาน The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และธนาคารโลก พร้อมนำเสนอโมเดล Public-Private-People Partnership (4P) ผ่านกรณีศึกษา “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์”


นายธรรมศักดิ์ เศรษฐบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี  กล่าวว่า “เอสซีจีเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เริ่มต้นจากโจทย์ลดคาร์บอนในธุรกิจปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยาก เอสซีจีจึงพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอนในกระบวนการผลิต เช่น การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหินเกือบ 50% และการลดอุณหภูมิในกระบวนการผลิต โดยยังคงประสิทธิภาพ ความแข็งแรง และความทนทานของผลิตภัณฑ์”


บนเวที GCNT EXPO 2026 นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี นำเสนอแนวทาง Green Transition ของเอสซีจี ผ่าน Green Process กระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ Green Product ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


จากการลงมือในระดับธุรกิจ เอสซีจีขยายความร่วมมือสู่ระดับอุตสาหกรรมผ่านสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และจังหวัดสระบุรีพัฒนา “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมการจัดการขยะ การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้การลดคาร์บอนสร้างประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สุขภาพ คุณภาพชีวิต และรายได้ของคนในพื้นที่


สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยได้รับคัดเลือกเข้าร่วม World Economic Forum – Transitioning Industrial Clusters Initiative และได้รับนำเสนอเป็นกรณีศึกษาจากอาเซียนใน WEF White Paper 2026 พร้อมขยายความร่วมมือกับ Princeton University, GCCA และ UNIDO ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุนสีเขียว


“การได้รับการยอมรับในระดับโลกถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เป้าหมายต่อไปคือการนำบทเรียนจากโมเดลความร่วมมือ Public–Private–People Partnership (4P) ของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมทดลองและพัฒนาเทคโนโลยี รูปแบบการทำงาน และกฎระเบียบ เพื่อสร้างแนวทางที่ใช้ได้จริง และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำทั่วประเทศ” นายธรรมศักดิ์กล่าว


กรณีศึกษาสระบุรีแซนด์บ็อกซ์สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่สามารถขับเคลื่อนได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยโมเดล Public–Private–People Partnership (4P) ที่เปิดให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ทดลองแนวทาง และแก้ไขอุปสรรคให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่กับการใช้ Area-based Approach เพื่อเปลี่ยนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถขยายผลได้ในระยะยาว