“หุ้นออสเตรเลีย” อีกหนึ่งตลาดพัฒนาแล้วที่ “ศก.โตดี”... ส่วนธีม “Memory Chip” พร้อมเติบโตไปกับ “AI Megatrend” !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นออสเตรเลีย” ปรับตัวขึ้นมาแล้ว +13.88% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังโตได้ดีในไตรมาสที่2/26 โต 2.1%


“หุ้นออสเตรเลีย” เป็นอีกหนึ่งในกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” (Developed Market) ที่น่าสนใจ โครงสร้างตลาดส่วนใหญ่เป็น “หุ้นวัฏจักร” (Cyclical) กลุ่มเหมืองแร่และสถาบันการเงิน


เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของโลก ทั้งแร่เหล็ก ลิเธียม และแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต


อีกธีมที่น่าสนใจ คือ “ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip) ที่กำลังอยู่ในช่วง “Supercycle” รอบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ “AI Server” และ “Data Center”


ซึ่งทั้ง 2 ธีมล้วนได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ “AI Megatrend” ด้วยกันทั้งคู่


ทำไม “หุ้นออสเตรเลีย” และธีม “Memory Chips” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย



“หุ้นออสเตรเลีย” โอกาสลงทุน “ตลาดพัฒนาแล้ว”
รับอานิสงส์เศรษฐกิจโตต่อเนื่อง...พร้อมโตตามธีม “AI Megatrend”

โดย "ยศกร ฟอลเล็ต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง บอกว่า “หุ้นออสเตรเลีย” เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจลงทุน จากเศรษฐกิจออสเตรเลียที่มีเสถียรภาพเชิงโครงสร้างสูงจากประวัติการเติบโตยาวนานกว่า 30 ปี โดยไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession-free record) มีเพียงช่วงวิกฤต COVID-19 ที่หดตัวชั่วคราวเท่านั้น จากปัจจัยการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเชิงรุกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและเข้มงวดเพื่อคุมเงินเฟ้อ และประเมินทิศทางหลังจากนี้จะปรับลดดอกเบี้ยลงหลังเศรษฐกิจเข้าสู่จุดสมดุล ประกอบกับสถานะผู้ส่งออกพลังงานและทรัพยากรสุทธิ ที่ช่วยหนุนดุลการค้าและรองรับแรงกระแทกจากภายนอก ส่งผลให้ทิศทางระยะข้างหน้ายังคงขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก (Major Economies)


(ยศกร ฟอลเล็ต)


“เรายังคงมองธีม ‘AI’ และ ‘AI Infrastructure Ecosystem’ เป็นหนึ่งใน ‘Megatrend’ สำคัญของการลงทุนระยะยาว และ ‘ออสเตรเลีย’ ถือเป็นอีกตลาดที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่นี้ เพราะไม่ได้มีเพียงโอกาสจากการเติบโตของ Data Center และระบบ Cloud เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของโลก ทั้งแร่เหล็ก ลิเธียม และแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทำให้นักลงทุนสามารถมีส่วนร่วมในการเติบโตของ AI ตั้งแต่ต้นน้ำของทรัพยากร ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะเดียวกันยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจและระบบการเงินที่มีเสถียรภาพ รวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือระดับ ‘AAA’ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของตลาดหุ้นออสเตรเลียในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาว”


ธีม “
Memory Chips” โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก “AI”...แนวโน้มเติบโตระยะยาว

ธีมหุ้น “Memory Chip” เป็นอีกหนึ่งธีมที่น่าสนใจและได้ประโยชน์จาก “AI Megatrend” เช่นเดียวกัน


โดย “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี บอกว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ “Generative AI” และ “AI Data Center” ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ดันความต้องการ “ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chips) ให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะ “High Bandwidth Memory” (HBM) หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่มีแบนด์วิดท์เหนือกว่า “DRAM” ดั้งเดิมถึง 20 เท่า จึงสามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้ผู้ผลิตระดับโลกต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยโยกกำลังการผลิต DRAM มาสู่ HBM เพิ่มขึ้นจากเพียง 2% ในปี 2020 ทะยานสู่ 25% ในปี 2026 สะท้อนถึงการทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก


(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)


“
ธีม ‘Memory Chips’ มีความน่าสนใจพร้อมรับโอกาสการเติบโตจาก ‘AI Boom’ ท่ามกลาง Supply ที่เพิ่มไม่ทัน Demand  ด้วยความที่การผลิต HBM มีความซับซ้อนและอัตราการผลิตที่ผ่านมาตรฐานยังอยู่ที่ประมาณ 50-60% ทำให้การเพิ่มอุปทานทำได้ยาก”


การขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างดุดันโดยกลุ่ม “Hyperscaler” ระดับโลก กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ในขณะที่การขยายกำลังการผลิต HBM รุ่นใหม่ ต้องใช้เงินลงทุนสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์ และต้องใช้เวลาเตรียมการยาวนานถึง 3–5 ปี ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์ของกลุ่มทุนเทคโนโลยีที่เติบโตไม่หยุด กับข้อจำกัดด้านอุปทานที่ตึงตัวนี้ จึงเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่มอำนาจการกำหนดราคา (Pricing Power) ให้แก่ผู้ผลิตอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้ราคาหน่วยความจำ DRAM ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงประมาณ 5 เท่า ตั้งแต่ปี25 เป็นต้นมา


“โดยเม็ดเงินและผลกำไรทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้ถูกกระจุกตัวอยู่กับผู้เล่นหลักเพียง 3 รายในตลาด ได้แก่ SK hynix ที่ครองส่วนแบ่งตลาด HBM สูงสุดราว 50% ตามด้วย Samsung 40% และ Micron อีก 10% ตามลำดับ”


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนใน “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) ที่มีเศรษฐกิจโตแข็งแกร่ง มีทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวโยงกับโลกเทคโนโลยี “หุ้นออสเตรเลีย” น่าจะเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่ต้องการเติบโตไปกับ “AI Megatrend” ชัดๆ ไปเลย ธีม “Memory Chip” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai