เช็กลิสต์หุ้นเด่น รับ MSCI ทบทวนสถานะหุ้นอินโดฯ จับตา Fund Flow จ่อเปลี่ยนทิศในอาเซียน เปิดโอกาส หุ้นใหญ่-กลุ่มแบงก์ รับเม็ดเงินลงทุน
MSCI เปิดทบทวนสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ท่ามกลางข้อกังวลด้านความโปร่งใสและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางเงินทุนในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะหากอินโดนีเซียถูกถอดออกจากดัชนีตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการหมุนเวียนเงินลงทุน แต่เม็ดเงินที่จะไหลเข้าจริงยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกองทุนแต่ละประเภท และความเสี่ยงจากแรงขายในภูมิภาคที่ยังต้องติดตาม
MSCI ประกาศเมื่อ 15 ต.ค.2569 เปิดพิจารณาลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียจาก Emerging Market (EM) เป็น Standalone Market หลังพบปัญหาความโปร่งใสของโครงสร้างผู้ถือหุ้น Free Float และพฤติกรรมซื้อขายที่น่าสงสัย โดยจะรับฟังความคิดเห็นถึง 30 เม.ย.2570 และประกาศผลภายใน มิ.ย.2570 ส่งผลให้ดัชนีหุ้นอินโดนีเซียปรับลงแรง 11.6% เมื่อ 16 ต.ค.
ทั้งนี้ หากถูกถอดออกจาก MSCI EM ประเมินภายใต้สมมติฐาน Passive AUM US$650bn และน้ำหนักอินโดนีเซีย 0.5% จะมีเงินลงทุนที่เสี่ยงถูกปรับพอร์ตราว US$3.25bn ขณะที่ Active Funds อาจทยอยลดน้ำหนักล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้าน Governance และสภาพคล่อง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อตลาดหุ้นอินโดนีเซียมากกว่าผลกระทบต่อกำไรบริษัทโดยตรง เนื่องจากการสูญเสียฐานนักลงทุนต่างชาติอาจเพิ่ม Risk Premium และกดดัน Valuation ระยะยาว ขณะที่ตลาดหุ้นไทยอาจได้รับผลบวกทางจิตวิทยาจากโอกาสเกิด ASEAN Fund Rotation
หากอินโดนีเซียถูกถอดออกจาก MSCI EM ภายใต้สมมติฐานข้างต้น น้ำหนักหุ้นไทยอาจเพิ่มจาก 1.000% เป็น 1.005% คิดเป็น Passive Inflow เพียง US$33mn อย่างไรก็ตาม โอกาสสำคัญอยู่ที่ Active Funds ซึ่งอาจเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยเพื่อทดแทนอินโดนีเซีย โดยเฉพาะหุ้น Large Cap ที่มีสภาพคล่องสูงและกำไรมั่นคง
กลุ่มหุ้นที่มีโอกาสได้รับความสนใจ ได้แก่ ธนาคาร (KTB, KBANK) สื่อสาร (ADVANC) พลังงานและโรงไฟฟ้า (PTT, GULF) รวมถึง DELTA อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังต้องระวังแรงลดความเสี่ยงทั้งภูมิภาค ASEAN
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน มอง Selective Overweight Thailand เมื่อเทียบกับ Indonesia โดยเน้น Buy on Weakness ในหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง และทยอยเพิ่มน้ำหนักเมื่อเห็น Foreign Net Buy ต่อเนื่อง ประกอบกับ SET เริ่ม Outperform ตลาดภูมิภาค โดยให้น้ำหนัก KTB, KBANK, ADVANC และ GULF เป็นหลัก ทั้งนี้ ต้องติดตามความคืบหน้าการปฏิรูปตลาดทุนอินโดนีเซียและผลการพิจารณาของ MSCI ใน มิ.ย.2570
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นเอเชียที่เผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปี ตลาดหุ้นไทยยังมีความแข็งแกร่ง เชิงเปรียบเทียบ โดยมี Fund Flow ต่างชาติสะสมตั้งแต่ต้นปี ราว +514 ล้านเหรียญฯ สะท้อนให้เห็นว่าไทย ยังคงเป็นเป้าหมายพักเงินที่น่าสนใจในภูมิภาค ส่วนปัจจัยหนุนระยะถัดไป คือ กรณีที่ MSCI อยู่ระหว่างพิจารณา ปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ไปสู่ Standalone Market (คาดว่าจะประกาศผลสรุปสุดท้ายในสิ้นเดือน มิ.ย. 2570) จากความกังวลด้านความโปร่งใสและ โครงสร้างผู้ถือหุ้น
หากถูกถอดจริง กองทุนที่อิงดัชนี MSCI EM จำเป็นต้องลดหรือขายน้ำหนักการลงทุนในอินโดนีเซียออก โดยอินโดนีเซียมีน้ำหนักใน MSCI EM อยู่ที่ 0.4% ซึ่งมีความกระจุกตัวในกลุ่มธนาคาร/การเงินสูงถึง 71.7% น้ำหนักจะถูกจัดสรรไปยังประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม EM ซึ่งไทยมีน้ำหนักใน MSCI EM อยู่ที่ 0.9% ทำให้มีโอกาสได้รับเม็ดเงินไหลเข้า
โดยเฉพาะกลุ่มหุ้น Big Cap ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น DELTA, ADVANC, PTT, GULF, CPALL, AOT, PTTEP, BDMS และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนเป็นส่วนใหญ่ของอินโดนีเซีย ถูกกระจายมาเข้ายังธนาคารพาณิชย์ไทยได้บ้าง
