BAY ประกาศแผนปี 65 ตั้งเป้าสินเชื่อโต 3-5% พร้อมขยายบริการเชื่อมโยงอาเซียนต่อเนื่อง

หลายธนาคารเริ่มประกาศแผนธุรกิจและเป้าหมายในปี 2565 ออกมาแล้ว วันนี้เป็นคิวของ BAY ซึ่งยังมุ่งมั่นสายต่อพันธมิตรที่เคยวางไว้ ด้วยการเป็น “สถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน” ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น  ติดตามได้ในข่าวนี้


นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานของธนาคารในปี 2565 ว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโตได้ราว 3.7% จากปีก่อน ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมจะเติบโตประมาณ 3-5% จากการขยายตัวของทุกกลุ่มสินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อผู้ประกอบการคาดจะขยายตัว 3-4% สินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กคาดขยายตัว 4-5% และสินเชื่อรายย่อยคาดจะขยายตัวราว 3-4%


ด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิคาดจะอยู่ที่ 3.13.3% การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2.6% และมีสัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมที่ 150-160 bps


ปีที่ผ่านมาเรายังใช้นโยบายบริหารหนี้เสียอย่างระมัดระวัง ทำให้ NPL มีอัตราเร่งต่ำ โดยสิ้นปี 2564 NPL อยู่ที่ระดับ 2.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในอุตสาหกรรม ส่วนปี 2565 ที่ตั้งเป้าจะควบคุม NPL ไม่ให้เกิน 2.6% นั้น เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของแบงก์ชาติจะหมดอายุในสิ้นปีนี้ ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าบางส่วนกลายเป็นหนี้เสียได้ แต่ธนาคารประเมินว่าไม่มาก เพราะลูกค้าที่เข้าโปรแกรมช่วยเหลือลดลง ปัจจุบันมูลค่าหนี้อยู่ที่ 170,000 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจาก 500,000 ล้านบาท ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่แน่นอน จึงต้องประเมินความเสี่ยงเผื่อไว้ นายเซอิจิโระ กล่าว


สำหรับการขยายธุรกิจในอาเซียน ปัจจุบันธนาคารได้ให้บริการลูกค้าไปแล้วมากกว่า 500,000 บัญชี ในกัมพูชา สปป.ลาว และฟิลิปปินส์ รวมมูลค่าสภาพคล่องแล้วกว่า 64,000 ล้านบาท ส่วนลูกค้าคนไทย ธนาคารยังเดินหน้าขยายโซลูชั่นในการเพิ่มมูลค่าในการทำการค้าระหว่างประเทศ (cross-border value chain solutions) ในอุตสาหกรรมต่างๆ และบริการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าธุรกิจไปเติบโตใน 9 ประเทศทั่วทั้งอาเซียน และอีกมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกผ่านเครือข่ายของ MUFG นอกจากนี้ ธนาคารกำลังขยายบริการธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการเชื่อมต่อบริการ 3 ประเทศในปีที่ผ่านมา ให้เป็น 8 ประเทศภายในปี 2565 โดยปัจจุบันมีธุรกรรมการชำระเงินและการโอนระหว่างประเทศในอาเซียนผ่านกรุงศรีแล้วมากกว่า 500,000 ครั้ง มูลค่ารวมมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี


นอกจากนี้ ธนาคารจะเน้นเรื่องการขยาย API เชื่อมโยงกับธนาคารพันธมิตรในอาเซียน การร่วมสร้าง AI Tech Lab กับ MUFG และพันธมิตรเช่น Grab การเป็นผู้นำในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอัจฉริยะและแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ให้กับตลาดทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ  โดยวางแผนลงทุนด้านไอทีในปีนี้ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ ธนาคารกำลังมองหาพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งธุรกิจด้านพลังงาน โทรคมนาคม ประกัน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจรายย่อยและเชิงพาณิชย์ รวมถึงกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรใน digital assets และ private markets เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจให้กับลูกค้า

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้