บาทดิจิทัล vs USDC vs Bitcoin เหรียญไหนคืออนาคต?
บาทดิจิทัลคืออะไร?
เงินบาทดิจิทัลเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลของรัฐ (CBDC/Central Bank Digital Currency) เปรียบเสมือนเงินสดหรือธนบัตร แต่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่เราคุ้นชินกับคำว่า ‘แบงก์ชาติ’ โดยภาระหนี้จะอยู่ที่ธนาคารกลางโดยตรง ซึ่งถือว่าไม่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้เลย
เงินบาทดิจิทัลจะถูกหนุนหลังด้วยเงินบาทในอัตราส่วน 1:1 ทำให้มีมูลค่าคงที่ 1 บาทเสมอ สามารถใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้ในชีวิตประจำวันเหมือนกับเงินบาทในรูปแบบธนบัตรทั่วไปได้ อีกทั้งยังมีการจำกัดปริมาณการถือ หรือการถอน เพื่อป้องกันการถอนเงินปริมาณมากที่จะส่งผลต่อสภาพคล่องของระบบ
นอกจากนี้ ยังถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบ Blockchain และสามารถเขียนเงื่อนไขต่อยอดบนเงินได้ (Programmable Money) เพื่อตอบโจทย์การเงินในอนาคต
USD Coin (USDC)
USDC คือสกุลเงินดิจิทัลชนิดหนึ่ง เป็นเหรียญ Stablecoin ซึ่งผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ แบบอัตราส่วน 1:1 หมายความว่า ทุกหน่วยของสกุลเงินดิจิทัลที่อยู่ในระบบหมุนเวียนนี้ ได้รับการผูกด้วย 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสำรองไว้ในรูปของเงินสด และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยบริษัท Centre เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสินทรัพย์นี้ กล่าวว่า USDC ถูกออกโดย “สถาบันการเงินที่ได้รับการรับรอง”
เหรียญ USDC ที่อยู่ในระบบหมุนเวียนทั้งหมดเป็นโทเคนมาตรฐาน ERC-20 ข้อได้เปรียบก็คือ การรวมเข้ากับแอปพลิเคชันที่สร้างมาจาก Ethereum Blockchain และความปลอดภัยของเหรียญ USDC นั้น ได้พิสูจน์แล้วว่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้มีการถูกสำรองไว้อย่างปลอดภัย
Bitcoin (BTC)
สกุลเงินในรูปแบบดิจิทัล ถูกสร้างขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีรูปร่าง และไม่สามารถจับต้องได้ เหมือนธนบัตรหรือเหรียญเงินบาท Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาด้วยบุคคล/กลุ่มนิรนามที่ใช้ชื่อว่า Satoshi Nakamoto โดยระบบของ Bitcoin ถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่งใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการถอดสมการคณิตศาสตร์
ไม่มีใครสามารถพิมพ์ Bitcoin เพิ่มได้ (จาก Max Supply) เพราะมันมีกฏเกณฑ์ในตัวเอง การจะผลิต Bitcoin ขึ้นมาได้นั้นต้องใช้วิธีการถอดสมการคณิตศาสตร์ ซึ่งถูกเรียกว่าการ ‘ขุด’ โดยใช้คอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่บนเครือข่าย อีกทั้งยังมีการลดกำลังการผลิตทุก ๆ 4 ปี หรือที่เรียกกันว่า Bitcoin Halving

