รู้จักกับ “จักรวาลเงินดิจิทัล” สักนิด...ก่อนคิดลุย ‘Bitcoin’ !!!

ชั่วโมงนี้...เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “Bitcoin” มหาเทพแห่งค่าย “Cryptocurrency” ที่ดังสะท้านจักรวาลการลงทุนจากปีก่อนต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เป็นตัวแทนของเงินดิจิทัลของ เอกชน จนทำให้เงินสกุลอื่นในสายนี้กำลังแจ้งเกิดกันขึ้นตามมาเป็นทิวแถว ไม่ว่าจะเป็น Ether, Ripple หรือ Dogecoin เป็นต้น


รู้หรือไม่ว่า...เมื่อวันที่ 18 .. 21 ที่ผ่านมา มี กอง ETF” ที่ลงทุนใน Bitcoin เกิดขึ้นมาแล้วในโลกในประเทศ แคนาดา ในชื่อ “Purpose Bitcoin ETF (BTCC)” ตั้งโดย ‘Purpose Investment’ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นโตรอนโตด้วยมูลค่า 421.8 ล้านดอลลาร์ ใช้โค้ดในกระดานคือ “BTCC”


แต่ในจักรวาลของ เงินดิจิทัล นั้นยังมีโลกคู่ขนานกันก็คือCBDC: Central Bank Digital Currency” ซึ่งเป็นตัวแทนของ ธนาคารกลาง (ภาครัฐ)” ที่โลกน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีถือเป็นผู้บุกเบิกก็ว่าได้ คือ e-krona (สวีเดน) 


และล่าสุดก็คือหยวนดิจิทัล (Digital Yuan)” ของจีนที่มีการทดลองใช้กันมาต่อเนื่องคุณสมบัติสุดล้ำเสมือนเงินสดทั่วไปเลย จะ ออนไลน์ (Online)’ หรือ ไม่มีอินเทอร์เน็ต (Offline)’ ก็ใช้ได้ (เอากับเขาซิ...นี่เหมือนใช้เงินจริงๆ เลย)


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาคุณไปรู้จักกับ จักรวาลเงินดิจิทัล ที่คุณไม่ควรพลาดหากสนใจจะก้าวสู่เส้นทางสายนี้



“Cryptocurrency”
และ “CBDC”…เป็นโลกคู่ขนานในจักรวาลเงินดิจิทัล

เงินดิจิทัลเป็นจักรวาลใหม่ในการลงทุน ซึ่งติดตามมากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเกิดขึ้นมาก่อนใน ภาคเอกชน ในชื่อที่เรียกว่า “Cryptocurrency” แต่อาจจะยังไม่มีคนสนใจอะไรมากมายนักในช่วงที่ผ่านมา จนช่วงกลางปี2019 มีการเปิดตัว ‘Libra’ ของ facebook ทำให้โลกเริ่มรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ แต่ก็ถูกทางการสหรัฐสกัดดาวรุ่งไปในที่สุด และเป็นเหตุให้ ธนาคารกลางทั่วโลกตื่นตัวในเรื่องนี้และเริ่มให้ความสนใจกับการพัฒนา “CBDC: Central Bank Digital Currency” อย่างจริงจัง


ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ท่าที่ของภาครัฐที่มีต่อ ‘Cryptocurrency’ จะไม่สู้ดีนัก เพราะต้องไม่ลืมว่านโยบายการเงินส่วนหนึ่งก็ทำผ่าน ปริมาณเงิน (Money Supply)’ ถ้าธนาคารดูแลตรงนี้ไม่ได้ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นยังไง ดังนั้น CBDC จึงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีสินทรัพย์หนุนหลังในการออกเหมือนออกธนบัตรมาใช้ปกติทุกประการ หยวนดิจิทัล ก็เช่นกัน เพียงแต่ทำเป็นรูปแบบเงินดิจิทัลเท่านั้นเอง และสำคัญเป็นตัวแทนของเงินจริงๆ ที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย






ในขณะที่ ‘Cryptocurrency’ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้ หากผู้ใช้ยอมรับ และปัจจุบันก็ได้ก้าวมาเป็น การลงทุนทางเลือก ในโลกของการลงทุนเรียบร้อยแล้ว การจัดตั้ง กอง ETF-ที่ลงทุนใน Bitcoin’ ขึ้นมากองแรกของโลกก็ยืนยันสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี



ท่าที
สหรัฐชัดเจน...ไม่ปลื้ม ‘Bitcoin’

อย่างไรก็ตามท่าทีของภาครัฐและธนาคารกลางต่างๆ คงไม่มีใครปลื้มกับ ‘Cryptocurrency’ เท่าไรนัก โดยเฉพาะมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกอย่าง สหรัฐ จึงไม่น่าแปลกใจต่อท่าทีของ เจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen)” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สหรัฐ ที่ออกมาเตือนนักลงทุนระหว่างเข้าร่วมการประชุม New York Time DealBook ว่า ส่วนตัวไม่คิดว่า ‘Bitcoin’ จะกลายเป็นกลไกในการทำธุรกรรมในวงกว้างได้ และเป็นเรื่องน่าวิตกที่ ‘Bitcoin’ มักถูกใช้ไปในทางที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งกระบวนการขุด ‘Bitcoin’ ยังทำให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก เพราะต้องใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงจำนวนมากในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์


“Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มี การเก็งกำไรสูง ดังนั้นนักลงทุนจึงควรตระหนักถึงความผันผวนอย่างมากของ Bitcoin ที่อาจส่งผลให้เกิดการ ขาดทุนจำนวนมากได้” 


จนทำให้ราคา ‘Bitcoin’ ในวันที่ 22 .. 21 ดิ่งจากระดับ 58,000 ดอลลาร์ ลงไป 45,600 ดอลลาร์ ภายใน 2 วัน ก่อนจะดีดกลับขึ้นมายืนที่ระดับ 51,800 ดอลลาร์ได้อีกครั้งในปัจจุบัน



ลงทุน
“Bitcoin” ต้องเปี่ยมความเข้าใจ...พร้อมจะขาดทุนหนักได้

แม้ ‘Cryptocurrency’ จะมีมานานแล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่มาดังเป็นพลุแตกจนทำให้จักรวาลการลงทุนต่างถามถึงนั้น เป็นผลพวงจากมหาเทพแห่ง Cryptocurrency อย่าง “Bitcoin” วิ่งทะยานฟ้าบวกมากว่า 275% ในปี20 ที่ผ่านมา และยังวิ่งต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีอีกกว่า 75% มาอยู่ที่ 51,800 ดอลลาร์ จากต้นปีที่ 29,000 ดอลลาร์ เท่านั้น แต่ระหว่างทาง ความผันผวน ก็สูงเช่นกัน


Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิตอลเพียงสกุลหนึ่งในโลกเท่านั้น ที่มีอยู่มากกว่า 2,000 สกุล แต่ที่คนทั่วโลกรู้จักก็คงต้องยกให้ Bitcoin และที่คนรู้จักจริงๆ อาจจะมีไม่มากนักด้วย และถือเป็นสินทรัพย์ที่มีคนมองต่างมุมอย่างสุดขั้วค่อนข้างมาก อิลอน มัสก์ (Elon Musk)” แห่ง Tesla มองเป็นโอกาสการลงทุน ในขณะที่ บิล เกตส์ (Bill Gates)” แห่ง Microsoft ไม่เห็นด้วย และยังมีความเห็นที่แตกต่างจากหลายค่าย


ในท่ามกลางความเห็นต่างนั้น หลายบริษัทในสหรัฐก็ประกาศเข้าลงทุนใน ‘Bitcoin’ กันอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด กอง ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin’ ก็เกิดขึ้นมาแล้วในโลกการลงทุน เป็นการรับรองสถานะของ สินทรัพย์ดิจิทัล ขึ้นอีกระดับหนึ่ง



(คุณติยะชัย ชอง)




ด้าน
ติยะชัย ชองกรรมการผู้จัดการ บลจ. ฟิลลิป จำกัด แนะนำว่า การจะลงทุนใน ‘Bitcoin’ นั้น นักลงทุนควรมีความเข้าใจอย่าลึกซึ้งถึงเบื้องหลังการขับเคลื่อนราคา แม้แต่ เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio)” นักลงทุนชื่อดังระดับโลกที่มองว่าการลงทุนใน ‘Bitcoin’ เป็นโอกาส เขาก็บอกเลยว่าเงินที่ลงทุนต้องพร้อมที่จะขาดทุนหนักระดับ ‘-80%’ ได้เลยทีเดียว เพื่อแลกกับโอกาสที่ ‘Bitcoin’ จะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเหมือนเงินจริงๆ ในอนาคต (ซึ่งไม่มีใครรู้อนาคต)



อยากลงทุน
“Bitcoin” ในไทยก็มี...แต่มุมบลจ.” ถ้าจะพานักลงทุนไปลงทุนต้องอธิบายได้

หลายคนอาจจะแปลกใจว่าในไทยเองสินทรัพย์ดิจิตอล (ICO)” ก็มีตลาดรองให้ซื้อขายแล้ว โดยสกุลเงินที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...)” ให้การรับรองในการใช้ซื้อขายมี 4 สกุลเงินดิจิทัล ได้แก่ Bitcoin, Stellar, Ethereum, Litecoin และเงินบาท 


ปัจจุบันไทยเราก็มีตลาดรองซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลแล้ว จำนวน 7 โบรกเกอร์ สำหรับตอบโจทย์กลุ่มคนที่สนใจ ที่ซื้อขาย ‘Cryptocurrency’ ได้มี 6 แห่ง ได้แก่

-BITKUB: บจ.บิทคับ ออนไลน์ (bitkub.com)

-Satang Pro: บจ.สตางค์ คอร์ปอเรชั่น (satang.pro)

-Huobi: บจ.หั่วปี้ (ประเทศไทย)- (huobi.co.th)

-Zipmex: บจ.ซิปเม็กซ์ (zipmex.co.th)

-Upbit: บจ.อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ (ประเทศไทย)- (th.upbit.com)

-Z.comEX: บจ.จีเอ็มโอ-แซด.คอม คริปโท นอมิคซ์ (ประเทศไทย) – (ex.z.com)


สำหรับขั้นตอนของการลงทุนใน ‘Bitcoin’ นั้น ก็ไม่ต่างกับการไปลงทุนใน หุ้นหรือกองทุนรวมแต่ประการใด  คือ ต้องสมัครเป็นสมาชิกกับเว็บเทรดสกุลเงินดิจิทัลก่อน และ ทําการยืนยันตัวตน (KYC)’  ซึ่งหลักๆ ก็ใช้แค่ บัตรประชาชน หลังจากนั้นก็ทําการฝากเงิน และก็สามารถซื้อ ‘Bitcoin’ ได้เลย ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยแต่ละโบรกเกอร์อาจแตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้ลงทุนที่สนใจสามารถสอบถามไปได้โดยตรง




(คุณนาวิน อินทรสมบัติ)


ในมุมของ นาวิน อินทรสมบัติ” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด ยอมรับว่า ‘Bitcoin’ เป็นหนึ่งในโอกาสของการลงทุน ในแคนาดาก็มีการจัดตั้งกอง ETF’ ที่ลงทุนใน Bitcoin ขึ้นมาแล้ว แต่ถ้าเราจะพานักลงทุนไปลงทุนต้องสามารถจะอธิบายนักลงทุนได้ ราคาของ Bitcoin ถูกขับเคลื่อนด้วย ดีมานด์-ซัพพลาย ในแง่พื้นฐานตอนนี้ยังไม่มีอะไร เราอยากหาอะไรที่สามารถอธิบายต่อนักลงทุนได้ว่าทำไมราคามันจึงควรเป็นเช่นนั้น เป็นต้น แต่ตอนนี้ยังอธิบายไม่ได้ มีการเก็งกำไรที่สูงเป็นแรงผลักดัน เหมือนหุ้นในสหรัฐช่วงที่ผ่านมาบางตัวบวกขึ้นมา 500-600% เสร็จแล้วก็จบ ไม่มีอะไร


อะไรที่มีน้อย คนอาจจะแห่เข้ามาเก็งกำไร แต่สำคัญถ้าจะพานักลงทุนไปลงทุนเราต้องอธิบายได้ แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสในการลงทุนอย่างหนึ่ง


ท้ายที่สุด ‘Cryptocurrency’ ก็จัดเป็นสินทรัพย์ทางเลือกหนึ่ง แนะนำให้แบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนเท่านั้น 5 – 10% ของพอร์ต และด้วยความผันผวนสูงดังกล่าว ล่าสุดทางทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (...) กำลังเข้ามาดูเพื่อจะมีการควบคุมการลงทุนใน ‘Bitcoin’ และ ‘Cryptocurrency’ ให้เข้มขึ้นอีกระดับ เปิดให้กับนักลงทุนเฉพาะกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงและมีประสบการณ์ในการลงทุนเท่านั้น (ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอยู่) หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’