Official Update :

นักเทรดคริปโตฯรวมตัวต้านกฏใหม่ มองเป็นการดันนักลงทุนเทรดเว็บนอก

เป็นกระแสที่ร้อนแรงในสังคมการลงทุน และ สินทรัพย์ดิจิตอล เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีแนวคิดจะเข้ามาควบคุม การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล หลังปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ดิจิตอล หรือ คริปโตเคอเรนซี่ ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะใน Bitcoin ราคาพุ่งทำสถิติใหม่แทบจะรายสัปดาห์ ทำให้ทางการที่รับผิดชอบรีบออกเกณฑ์มาควบคุม และเมื่อกฏเกณฑ์ออกมาทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมจำนวนมาก


กวิน สุวรรณตระกูล เลขาธิการ ชมรมผู้คัดค้านข้อกำหนดคุณสมบัตินักลงทุนคริปโต  เปิดเผยว่า  ทางชมรมเป็นกลุ่มของนักลงทุนรายบุคคลที่ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล รวมตัวกันประมาณ 100 คน โดยทางกลุ่มมีมุมมองว่า การที่สำนักงาน ก.ล.ต.มีการรับฟังความคิดและการกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุน ด้วยการกำหนดเงินเดือนของผู้ที่จะเข้าทำการซื้อขายมากกว่า 1 แสนบาท และกฏเกณฑ์อื่นๆนั้นเป็นการจำกัดสิทธิของการลงทุน เพราะควรเป็นสิทธิของนักลงทุนในการเข้าทำการซื้อขายได้อย่างอิสระ และน่าจะปล่อยให้นักลงทุนนั้นได้เรียนรู้การซื้อขายด้วยตนเอง


“การที่ทางการจะเข้ามาดูแลผู้ที่ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องที่เราเห็นด้วย แต่การกำหนดในเรื่องของรายได้ผู้ที่จะเข้าทำการซื้อขายนั้นเป็นข้อจำกัดมาก จะมีซักกี่คนที่มีรายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน และคนเหล่านั้นอาจจะไม่ได้สนใจลงทุนสินทรัพย์ดิจิตอล ดังนั้นเท่ากับว่าเป็นการตัดสิทธิของนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดออกไป”


แม้สำนักงานก.ล.ต.จะมีข้อกำหนดให้นักลงทุนสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมได้เป็นเรื่องที่ดี  แต่ที่เข้าใจ คือ ปัจจุบันยังไม่เห็นหลักเกณฑ์ที่เปิดให้กองทุนรวมสามารถเข้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลได้โดยตรง อีกทั้ง สินทรัพย์ดิจิตอล มีความเสี่ยงสูงผันผวนสูง ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง  ในขณะที่กองทุนรวมเองมีการกำหนดเวลาซื้อขายที่ชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นข้อจำกัดของนักลงทุนในการบริหารควรเสี่ยงผ่านกองทุนรวม หากในช่วงวันหยุด ราคาผันผวนสูงและต้องการขายผ่านกองทุนรวม จะทำอย่างไร   



มองควรกำหนดวงเงินขั้นต่ำ

คุณกวิน มองว่า ถ้าสำนักงานก.ล.ต.จะเข้ามาดูแลจริง ควรจะใช้รูปแบบคล้ายกับหุ้น คือ การกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการซื้อขาย ซึ่งจะช่วยคัดกรองผู้เล่นได้จำนวนหนึ่ง และในระบบดูแลของโบรกเกอร์ในปัจจุบันก็ให้นักลงทุนวางเงินเต็มจำนวนก่อนที่จะซื้ออยู่แล้ว ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งในการลิมิตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้


อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานก.ล.ต.บังคับใช้เกณฑ์นี้จริงก็จะส่งผลกระทบกับนักลงทุนที่ต้องย้ายไปเทรดกับต่างประเทศ และ ส่งผลกระทบโดยตรงกับโบรกเกอร์ไทยที่ทำธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลอยู่ โดย การเทรดปัจจุบัน คนเทรดมานานก็จะเปิดพอร์ตต่างประเทศ แต่ในระยะหลังเมื่อมีผู้ประกอบการไทยให้บริการมากขึ้น มีการทำการตลาดอย่างมาก ทำให้นักลงุทนไทยเริ่มเทรดในประเทศมากขึ้น ถ้ามี เจอกติกานี้คนจะไปเทรดต่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยก็จะอยู่ได้ยาก ทั้งที่ในความเป็นจริง สำนักงานควรจะหาวิธีให้นักลงทุนเทรดในประเทศ เพื่อให้สำนักงานก.ล.ต.จะได้ช่วยคุมครองผู้ลงทุน การทำเช่นนี้จะดันให้นักลงทุนหันไปเทรดต่างประเทศและจะไม่มีผู้ที่คอยดูแลหากเกิดการฉ้อโกงเกิดขึ้น



ชมรมชวนนักลงทุนไปให้ความเห็น

สำหรับความเคลื่อนไหวของชมรมนั้น ในเบื้องต้นเราของเชิญชวนให้นักลงทุนที่ไม่เห็นด้วยนั้นไปตอบแบบสอบถามกับสำนักงาน ก.ล.ต.เพื่อให้สำนักงานได้รับทราบว่า เรามีความคิดเห็นอย่างไร ส่วนความเคลื่อนไหวหลังจากนั้นเราจะมีการหารือกับทางชมรมอีกครั้ง


พงศกร มาตระกูล  ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย ชมรม ผู้คัดค้านข้อกำหนดคุณสมบัตินักลงทุนคริปโต   มองว่า ในด้านความเคลื่อนไหวทางกฏหมายนั้น ทางชมรมกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง โดยเรามองว่า ออกกฏของก.ล.ต. ออกควบคุมเฉพาะกลุ่มคนเทรดคริปโตฯ ไม่ได้ครอบคลุมไปยังตลาดหุ้น  เลยมองว่า ไม่ได้เป็นบังคับโดยทั่วไป อาจจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญในการตีความอาจขัดแย้งกับมาตราที่ 26  หรือไม่ ซึ่งเราอยู่ระหว่างการพิจาณา



แกะมาตรการคุมกำเนิดนักเทรดคริปโตฯ

โดยสำนักงาน ก.ล.ต.เลยเดินหน้ารับฟังความคิดเห็น ในการกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องผ่านการทดสอบความรู้ (Knowledge test) ก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยการพิจารณาความสามารถการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน สำหรับผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่นๆ จะพิจารณาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ 1 ฐานะทางการเงินของผู้ลงทุน ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการรับผลขาดทุน 2. ความรู้ความเข้าใจในการลงทุนซึ่งจะช่วยให้รู้ทันผู้ลงทุนเท่าทันการลงทุน และลดโอกาสความเสียหายจากการลงทุน


สำหรับคุณสมบัติด้านฐานะทางการเงิน จะต้องมีรายได้ต่อปี ไม่นับรวมกับคู่สมรส ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป หรือ มีสินทรัพย์สุทธิ (net worth) ตั้งแต่ 10 ล้านบาท โดยไม่นับรวมมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นที่พักอาศัยประจำ หรือมีมูลค่าหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์ดิจิทัล (port size) ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป


ส่วนคุณสมบัติด้านความรู้ คือจะต้องเป็นผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี หรือประสบการณ์ลงทุนหลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็น Professional ตามที่ ก.ล.ต.กำหนด ในกรณีผู้ลงทุนอื่นๆที่ไม่เข้าข่ายกำหนดข้างต้น จะไม่สามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้โดยตรง


โดยสามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีผ่านผู้ที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Fund manager) เท่านั้น ทั้งนี้ในการเปิดบัญชีใช้บริการใหม่ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชีไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท 

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com