วิเคราะห์การลงทุนใน Bitcoin เมื่อคนส่วนใหญ่กำลังไล่ซื้อ

ในโลกการลงทุนเรามักจะคาดหวังกำไรเสมอ ทุกคนที่เป็นนักลงทุนคาดหวังจะเข้าซื้อสินทรัพย์ในราคาต่ำและขายในราคาสูง แต่ในโลกของการลงทุนสินทรัพย์ดิจิตอล อย่าง Bitcoin ที่ราคากำลังเดินหน้าทำจุดสูงสุด โดย ณ.วันที่ 15 มี.ค. 64 ราคาอยู่ที่ 6.02 หมื่นดอลลาร์ต่อ bitcoin หรือ แปลงเป็นค่าเงินบาทอยู่ที่ 1.85 ล้านบาท  การลงทุนในภาวะของ bitcoin กำลังพุ่งแรงขนาดนี้เป็นโอกาส หรือ ความเสี่ยง เราจะมาช่วยกันหาคำตอบ



การไล่ซื้อที่จุดสูงสุด

ราคา bitcoin กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกำลังจะทำสถิติใหม่ ทำให้นักลงทุนไทยหน้าใหม่เข้ามาลงทุนใน bitcoin จำนวนมาก เพราะความหอมหวานของราคาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอาจมองได้ว่า การลงทุนใน bitcoin เป็นเรื่องง่ายที่จะทำกำไร แต่ในมุมกลับกันอาจมีเรื่องที่ต้องฉุกคิด เพราะราคาที่เราซื้อนั้นอาจสูงไปหรือเปล่า


โดยมุมมองของ  เอกราช  ศรีศุภวิชากิจ ผู้อำนวยการด้านการบริหารความเสี่ยงขององค์กรและผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ ซิปเม็กซ์ เทรดเดอร์  มองว่า การลงทุนของนักลงทุนไทยตอนนี้ต่อ bitcoin กำลังสวนเทรนด์กับนักลงทุนทั่วโลกที่พวกเขากำลังทยอยขายอออก ในขณะที่นักลงทุนไทยกลับเป็นผู้ที่กำลังไล่ซื้อในขณะนี้  


“นักลงทุนไทยจะมีความเชื่อด้านการลงทุนแตกต่างจากฟันด์ หรือ นักลงทุนต่างชาติพอสมควร คนไทยเรารู้จัก bitcoin เทียบกับต่างประเทศน้อยมาก คนไทยเข้ามาช้ากว่าประเทศอื่น และราคาที่ปรับตัวลดลงมา กลับมองเป็นโอกาสลงทุน แต่ในมุมมองต่างประเทศมองว่าไม่ใช่”


ในมุมมองนักลงทุนต่างชาติเขามองว่า การที่ bitcoin  ราคาพุ่งแรงและปรับตัวลดลงในบางช่วงนั้นไม่ใช่โอกาส เพราะพวกมีต้นทุนที่ต่ำมาก และอาจเป็นสัญญาณของแนวโน้มราคาเปลี่ยนทิศทาง พวกเขาจึงเลือกที่จะขายตามมากกว่าที่จะช้อนซื้อ  ดังนั้นนักลงทุนที่เข้ามา อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังมาก  เพราะbitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายกันทั่วโลก การจะวิเคราะห์มุมมองทั้งโลก  



สัญญาณของวาฬกำลังปล่อยของ

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุน bitcoin คือ ก่อนหน้านี้ มีข้อมูลชุดหนึ่งถูกเผยแพร่ออกมา ว่า มีนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่อาจถือครอง bitcoin ประมาณ 5,000 10,000 บิทคอยขึ้นไปในวอเล็ตของตัวเอง ได้นำ bitcoin เหล่านั้นมาฝากในเอ็กเชนจ์มากขึ้น แสดงให้เห็นว่า การที่เขาโยกเข้ามาอาจจะต้องการขายบิทคอยหรือเปล่า เป็นเช็คว่ารายใหญ่เอาของเข้ามาแล้วก็อาจจะต้องเพิ่มความระมัด



Bitcoin
ยังต้องรอเวลากว่าจะเป็นสินทรัพย์มั่นคง

สำหรับมุมมองต่อ  bitcoin ที่จะเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคง เหมือนทองดิจิตอล หรือไม่นั้น  ส่วนตัวมองว่า ถ้าย้อนไปสมัยก่อน ทองคำกับ bitcoin มีความใกล้เคียงกัน คือ นักลงทุนทั่วไปชอบ   เก็บความมั่งคั่งได้ เป็นของหายาก จำนวนจำกัด คนที่มีความเชื่อเริ่มเก็บออมจาก ดอลลาร์ มาเป็น bitcoin พอมาใน  2 ปีนี้ คนที่เชื่อมุมมองนี้ คือ นักลงทุนสถาบัน เริ่มมีความเชื่อนี้มากขึ้น หลายบริษัทเริ่มสำรองเงินของบริษัทมาถือ bitcoin 1 – 2 % หลายที่เริ่มมาเปลี่ยนเงินสำรองเป็นลงทุนเลย มาถือ bitcoin มองว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน bitcoin


แต่ยังมี 2 สิ่งหนึ่งที่ขาดไป คือ ความเสถียรของราคาต้องมีความนิ่งมากกว่านี้ ไม่ใช่แกว่งแบบ 10 % เหมือน bitcoin ในระยะสั้น 3-5 ปี ถ้าความผันผวนลดลง ก็จะทำให้คนเริ่มหันมาใช้จ่าย bitcoin แทนดอลลาร์มากขึ้น

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com