Official Update :

สรุปประเด็น BROOK คือใคร? ทำไมถึงต้องลงทุนใน Bitcoin

BROOK เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายแรกที่ประกาศนำเงินกว่า 200 ล้านบาท เข้าไปลงทุนใน Bitcoin วันนี้ Wealthy Thai จะสรุปให้ฟังว่า BROOK เป็นใคร และเหตุผลว่าทำไมถึงเข้าไปลงทุนใน Bitcoin


ต้องยอมรับว่าการลงทุนในเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency) มีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้นักลงทุนหลายๆคนต่างได้รับ capital gain ไปตามๆกัน และที่น่าสนใจยังมีหลายบริษัทที่ประกาศจะลงทุนใน Bitcoin ด้วย ยิ่งตอกย้ำถึงความน่าสนใจในการลงทุน โดยบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยก็เช่นกัน ล่าสุด บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BROOK  ก็ได้ประกาศออกมาแล้วว่าจะลงทุนใน Bitcoin



BROOK คือใคร?

BROOK  หรือ บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เสมือนเป็นหนึ่งบริษัทพ่อมดทางการเงินที่รับจ๊อบเข้าดูแลดีการปรับแผนโครงสร้างเงินทุนให้กับบริษัทต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้อยู่ภายใต้การบริหารงานของ “มา ชาน ลี” หรือ “ชาญ บูลกุล” โดยมีบริษัทที่ใช้บริการอย่าง JAS และยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับกลุ่มเหมราช รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับกลุ่มจีสตีล อีกทั้งยังมีส่วนรวมในการช่วยปรับโครงสร้างแก้ไขหนี้ให้กับอดีตเจ้าของตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยอย่าง PACE


ทั้งนี้ หากเข้าไปสำรวจงบการเงินสิ้นปี 2563 มีรายได้รวม 118.68 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 63.22 ล้านบาท ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้ 1,125.82 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 736.48  ล้านบาท ล่าสุดงวดไตรมาสแรกของปี 64 มีรายได้และกำไรสุทธิมากกว่าทั้งปี 2564 แล้ว โดยมีรายได้สูงถึง 264.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 403.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 212.05  ล้านบาท  และมีกำไรสุทธิ 182.14  ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 309 ล้านบาท โดยการปรับเพิ่มขึ้นของกำไรมาจากธุรกิจหลักที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการเงิน



ทำไมถึงเลือกลงทุน
Bitcoin

นายวริศ บูลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บอกว่า ปี 2564 บริษัทได้ปรับโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อก้าวสู่ธุรกิจใหม่คือประกอบธุรกิจการลงทุน Digital Asset โดยระยะแรกเริ่มลงทุนในเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency) Bitcoin ด้วยเงินลงทุน 200 ล้านบาทในไตรมาส 1 นับเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายแรกที่เข้าลงทุนโดยตรงในเหรียญดิจิทัล จากความเชื่อมั่นและเห็นแนวโน้มสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต


ทั้งนี้ Brooker เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีความเชี่ยวชาญในแวดวงการเงิน บริษัทจึงสามารถปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่องได้ โดยจากการศึกษาข้อมูลรอบด้าน  เกิดการตัดสินใจทำธุรกิจ Brooker Digital Asset ซึ่งบริษัทฯไม่ได้ประกอบธุรกิจเป็นโบรกเกอร์ Exchange แต่เป็นบริษัทที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง


สำหรับเหรียญดิจิทัลหรือคริปโตฯเป็นสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เป้าหมายแรกจึงเลือกเข้าลงทุนในเหรียญที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่าง Bitcoin ซึ่งหลังจากนี้ตามแผนจะเร่งศึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นเพื่อเข้าลงทุนกระจายความเสี่ยงในไตรมาสที่2 และจะมีบริการให้ความรู้เกี่ยวกับ Digital Asset ด้วย


ขณะที่ระยะต่อไป BROOK เตรียมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin และพร้อมเข้าลงทุนในเหรียญประเภทอื่นๆ เพื่อเข้าลงทุนเฟสถัดไปเป็นจำนวน 1,500 ล้านบาท หรือกว่า 50%ของทรัพย์สินทั้งหมดหลังการเพิ่มทุนในเดือนมิถุนายนนี้โดยบริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเข้าลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสนใจลงทุนโปรเจกต์เกี่ยวเนื่องกับ Digital Asset ที่น่าจะมีการเติบโตสูงในอนาคต โดยการลงทุนจะอยู่ในรูปแบบของเหรียญดิจิทัลและอื่นๆตามความเหมาะสม



เหรียญดิจิทัลยังไม่มีพื้นฐานรองรับ

จากก้าวสู่ธุรกิจใหม่คือประกอบธุรกิจการลงทุน Digital Asset โดยระยะแรกเริ่มลงทุนในเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency) Bitcoin ของ BROOK ทีมข่าว Wealthy Thai ได้สัมภาษณ์ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ ด้านกลยุทธ์การลงทุน บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนเมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด บอกกับเราว่า หากเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงนั้น มองว่าจะต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าเงินสดบริษัทหลักทรัพย์ในแต่ละบริษัทที่ถืออยู้นั้น เป็นเงินที่นักลงทุนที่มาเปิดบัญชี และฝากเงินไว้ โดยหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ต้องเอาเงินไปลงทุนเพื่อนำผลตอบแทนมาจ่ายดอกเบี้ย และการที่ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ต้องมาติดตามดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อ


จากราคาหุ้น BROOKที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นนั้น บางส่วนน่าจะมาจาก BROOK ที่ดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ที่ขณะนี้อยู่ในภาวะขาขึ้น แต่หากประเด็นดรื่องการลงทุนใน Bitcoin และจะก่อให้เกิดประโยชน์นั้น ต้องติดตามดูกันต่อไป และเชื่อว่าประเด็นที่นักลงทุนเข้ามาลงทุนใน BROOK น่าจะเป็นเรื่องของการเก็งกำไรมากกว่า


ขณะที่นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายธุรกิจรายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด บอกกับเราว่า หากมองถึงว่าเป็นโอกาสหรือไม่ ก็คงเป็นโอกาส แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีๆมากกว่า โดยมองว่าหากใครเริ่มดำเนินการก่อน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี  แต่หากศึกษาแล้วการป้องกันความเสี่ยงไม่ 100% และขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถบริหารความเสี่ยงได้มากกว่า ก็คงจะเปิดได้เร็วกว่า


อย่างไรก็ตามแนวทางการวิเคราะห์ยังไม่  100% หากนักลงทุนที่จะเข้าลงทุน ก็คงต้องใช้เทคนิคอลอย่างเดียว ซึ่งหากนักลงทุนที่ลงทุน Cryptocurrency ก็ต้องเก่งเทคนิคอล เพราะถือเป็นเทคนิคอลล้วนๆ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีพื้นฐานเข้ามาสนับสนุน แต่ในอนาคตอาจจะไม่แน่


ดังนั้นหากมีส่วนประกอบเหมือนหุ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐาน กลยุทธ์ เทคนิคอล เรื่องของการวิเคราะห์เศรษฐกิจการวิเคราะห์ระหว่างสินทรัพย์ต่อสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หรือสินทรัพย์ไม่เสี่ยง เป็นต้น โดยปัจจุบันเพียงแค่หาคำจำกัดความของ Cryptocurrency ว่าปลอดภัย หรือไม่ปลอดภัย ยังไม่ชัดเจนเลย  เพราะบางคนมองว่าปลอดภัยแต่กลับบางคนมองว่าไม่ปลอดภัย ซึ่งจะเทียบเท่าสกุลเงินดอลลาร์หรือไม่ ก็ไม่ชัดเจน ดังนั้นหากในอนาคตมีความชัดเจน ก็จะง่ายขึ้น และน่าลงทุน โดยแนวทางวิเคราะห์ในปัจจุบันจึงยังไม่มี และมองว่าเป็นการเทรดดิ้งมากกว่า 


อย่างไรก็ตามมองหุ้นมีความชัดเจนว่า มีการขึ้นลงตามเศรษฐกิจ แต่ Bitcoin ไม่มีหลักการวิเคราะห์ว่าขึ้นลงตามหลักการอะไร ซึ่งยังหาคำตอบไม่ได้ว่ามีความสัมพันธ์อย่างไร แต่ในอนาคตหากมีความชัดเจน ก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ มีความเสี่ยงที่น้อยลง ซึ่งมองว่า Cryptocurrency เป็นการเล่นแบบเก็งกำไรกับข่าวมากกว่า แต่เชื่อว่าในอนาคตน่าจะมีการวิเคราะห์ที่ชัดเจนมากขึ้นที่นอกเหนือจากเทคนิคอล และข่าวเพียงอย่างเดียว โดยหากมีหลักการการวิเคราะห์มากขึ้น ก็จะไม่ช่วงเรื่องของการเก็งกำไรแล้ว แต่ ณ ปัจจุบัน เชื่อว่าเป็นเรื่องของการเก็งกำไรมากกว่า


นอกจากนี้หากมองกลับมาที่การลงทุนในหุ้นนั้นมันคือความคาดหวัง และต้องดูว่าการลงทุนใน Cryptocurrency ของ BROOK ในครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ หากสำเร็จขึ้นมาจริงๆ ก็ดี ซึ่งปัจจุบันมองว่าไม่ได้อิงที่พื้นฐาน แต่อิงกับเรื่องของความคาดหวังว่า BROOK จะลงทุนสำเร็จหรือไม่

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”