เปิดกลยุทธ์เทรด Bitcoin 7.2 หมื่นดอลลาร์ จุดวัดใจ ผ่านได้ All Time High เห็นแน่
ช่วงกลางเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin เคยขึ้นไปแตะที่ระดับ 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ รับกระแสข่าว Spot Ethereum ETF มีโอกาสได้รับการอนุมัติ และเมื่อก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ได้อนุมัติคําขอแบบ 19b-4 ของ Spot Ethereum ETF อย่างเป็นทางการจำนวน 8 กองทุน ราคาของ Bitcoin กลับปรับตัวลงไปอยู่ในระดับเดิมที่ราว 67,000-68,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แต่ล่าสุดราคาของ Bitcoin ปรับตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้อีกครั้ง ทำให้นักลงทุนจับตามองว่า การปรับตัวขึ้นครั้งนี้จะสามารถไปต่อได้หรือไม่ ราคา Bitcoin มีโอกาสทะลุนิวไฮเดิมไหม และนักลงทุนควรทำอย่างไร
โดย Wealthy Thai ได้สอบถามไปยัง คุณเอกราช ศรีศุภวิชากิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายลูกค้าธนบดี บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้มุมมองว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น และ Bitcoin ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมักจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ช่วยหนุนสภาพคล่องในการซื้อขายให้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีปัจจัยที่เป็นตัวแปรสำคัญอย่าง Bitcoin Halving ที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย. 67 ซึ่งส่งผลให้ซัพพลายในตลาดลดลง ในขณะที่นักลงทุนมีความต้องการเก็งกำไรมากขึ้น นับเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคา Bitcoin ในระยะถัดไป
โดยภายในเดือนมิ.ย. 67 มีโอกาสที่ราคา Bitcoin จะทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All-time high) หากสามารถยืนเหนือระดับ 71,000-72,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ โดยมองว่าหากราคาสามารถทะลุระดับดังกล่าว อาจเป็นจุด Trigger ของ Robot Trade รวมถึงนักลงทุนสายเทคนิคบางรายอาจถือเป็นจุดเข้าซื้อเช่นเดียวกัน ช่วยหนุนให้เกิดแรงซื้อ Bitcoin ในระยะสั้น
ทั้งนี้ การเข้าซื้อตามแนวโน้ม (Trend Following) ถือเป็นกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบแทนได้ง่ายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะฉะนั้นในเชิงกลยุทธ์ หากราคา Bitcoin สามารถทำ All time high ได้ จะเป็นสัญญาณการซื้อที่ชัดเจน ดังนั้นหากราคาทะลุระดับ 71,000-72,000 ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนสามารถซื้อตามได้
“นักลงทุนควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin อย่างใกล้ชิด หากสามารถยืนเหนือ 72,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีโอกาสที่จะเห็นราคาทำ All time high ได้ ซึ่งปัจจุบันระยะห่างอีกไม่มากแล้ว คาดว่าจะได้เห็นภายในเร็วๆ นี้แน่นอน” คุณเอกราช กล่าว
รวมถึงแนะนำให้นักลงทุนกำหนด Stop Loss ประเมินราคา Bitcoin หากมีการปรับฐานไม่ควรย่อตัวลงต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากราคาต่ำกว่าระดับต่ำดังกล่าวมองว่าหลุดเส้นแนวโน้ม (Trend Line) แล้ว เป็น False Breakout นักลงทุนควรปรับแผนใหม่ ค้นหา upside และ downside โดยประเมินบนความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้
สำหรับนักลงทุนที่ไม่มี Bitcoin ในพอร์ต หากเข้าซื้อช่วงนี้และต้องการถือยาว อาจต้องเผชิญความผันผวนค่อนข้างมาก เนื่องจากราคาปรับขึ้นมาสูงแล้ว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องจับตาดูราคา Bitcoin จะทำ All time high ได้เมื่อไหร่ เพื่อประเมินแนวโน้มการลงทุนอีกครั้งว่ายังเป็นขาขึ้นในระยะยาวได้หรือไม่ หรือราคาจะกลับตัวอีกครั้ง
