Official Update :

BTC จะเป็นอย่างไรต่อไป? ควรลงทุนแบบไหนเพื่อสร้างกำไร-ลดความเสี่ยง? หลังราคาร่วงต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์

ราคา Bitcoin หรือ BTC ได้พุ่งสูงแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 103,844 ดอลลาร์ เมื่อช่วงบ่ายวันพุธ (4 ธันวาคม 2567) ก่อนลดลงกลับมาอยู่ที่แถว 97,000 ดอลลาร์ ในช่วงเย็นวันพฤหัส (5 ธันวาคม 2567) ซึ่งคำถามที่นักลงทุนหลายคนอาจสงสัยคือ (1) BTC จะเป็นอย่างไรต่อไปในระยะสั้นและระยะยาว และ (2) ควรลงทุนใน BTC อย่างไร


ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมคำตอบมาให้นักลงทุนได้ดูไว้เป็นแนวทาง


1. BTC จะเป็นอย่างไรต่อไป?

ตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ราคา BTC ที่ร่วงลงมานั้นดูเป็นแค่การปรับตัวลงชั่วคราวและมีโอกาสไต่ระดับต่อ โดย Roppel Report บริษัทจัดการกองทุน Hedge Fund กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติที่ราคาสินทรัพย์จะมีการปรับตัวลงหลังแตะระดับสูงสุดที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่ก็จะปรับตัวขึ้นต่อหลังมีการปรับลดชั่วคราว และทำราคาสูงสุดใหม่อีกครั้ง ซึ่งสำหรับ BTC ก็ยังมองว่ามีแรงหนุนให้ราคาขึ้นต่อ เช่น ข่าวการสนับสนุน BTC ให้มีบทบาททางการเงินในสหรัฐฯ มากขึ้น และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนในช่วงนี้


ทั้งนี้ บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงิน Kruger Corporate Finance คาดว่าราคา BTC จะกลับมาอยู่ที่ระดับ 100,000 ดอลล่าร์ ภายในปีนี้ และอาจแตะ 110,000 ดอลลาร์ได้ก่อนสิ้นปี 2024 สำหรับปี 2025 Bernstein Private Wealth Management มองว่าราคา BTC มีโอกาสแตะ 200,000 ดอลลาร์ ก่อนสิ้นปี


2. ลงทุนใน BTC อย่างไรดี?

Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กล่าวว่า BTC นั้นคล้ายกับทอง เพียงแต่เป็นทองดิจิทัล และการถือ BTC ก็ไม่ใช่เพื่อการใช้จ่าย แต่เป็นเพื่อการรักษามูลค่า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดจากบริษัทฟินเทค LMAX มองว่าการที่ Fed เปรียบเทียบ BTC เป็นทองนั้น สะท้อนว่า BTC มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ระดับโลก ซึ่งถ้าดูจากการที่ราคาทองเติบโตได้มากนับตั้งแต่อดีต ก็แสดงให้เห็นว่า BTC ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกเยอะจากระดับปัจจุบัน


ดังนั้น นอกจากการลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นแล้ว เราจึงสามารถลงทุนใน BTC ได้เหมือนกับเวลาที่เราลงทุนในทอง คือลงทุนเพื่อถือไว้และรอให้ราคาขึ้นในอนาคต ซึ่งถ้า BTC มีแนวโน้มเติบโตเหมือนทองและเป็นที่ยอมรับในสถาบันการเงินมากขึ้นในอนาคต การซื้อ BTC ในช่วงที่ราคาปรับลงและถือไว้ระยะยาวก็จะช่วยสร้างกำไรและลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะสั้นได้มากกว่า ดังนั้นการปรับตัวลงของราคา BTC ในปัจจุบันก็อาจเป็นโอกาสดีสำหรับการเข้าซื้อก็เป็นได้


อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องจับตามอง เช่น กระแสต่อต้านจากสถาบันบางแห่งที่จะให้ BTC มีบทบาททางการเงินมากขึ้น หรือ นโยบายสนับสนุน BTC ของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีแนวทางชัดเจน ที่อาจจำกัดการปรับขึ้นของราคา BTC ได้ ทั้งนี้ นักลงทุนต้องคอยจับตามองและศึกษาสถานการณ์ให้ดี และมีการกระจายความเสี่ยง เช่นเดียวกับการลงทุนสินทรัพย์อื่นๆ