Official Update :

ก.ล.ต. รุกคืบผลิตภัณฑ์ใหม่ ดันคริปโต-คาร์บอนลงสนาม คุมเข้มสกัดทุนเทา-สั่งอายัดบัญชีม้า 5 หมื่นบัญชี ลุยปราบแก๊งหลอกลงทุน-ฟันค่าปรับพุ่งพันล้าน

ก.ล.ต. เปิดโรดแมปสร้างตลาดทุนยุคใหม่ ยกระดับเกณฑ์ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน พร้อมประกาศเพิ่มสินค้าอ้างอิงใหม่ตาม พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า เปิดทางผู้ประกอบการ DA รุกธุรกิจฟิวเจอร์ส ควบคู่มาตรการเข้มสกัดกั้นการฟอกเงิน


คุณเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานล่าสุดที่มุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถของตลาดทุนและการรักษาความปลอดภัยในทุกมิติ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้


1.ยกระดับผลิตภัณฑ์ใหม่

ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบประกาศให้ "สินทรัพย์ดิจิทัล" (Digital Assets) และ "คาร์บอนเครดิต" (Carbon Credits) เป็นสินค้าอ้างอิง (Underlying Assets) ตาม พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อสร้างทางเลือกในการลงทุนและบริหารความเสี่ยง:

  • ก้าวต่อไปของ TFEX: ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) อยู่ระหว่างกำหนดรายละเอียดสัญญา (Contract Specs) ทั้งเรื่องสินทรัพย์อ้างอิง อัตราทด (Leverage) และการวางหลักประกัน เพื่อเสนอให้ ก.ล.ต. พิจารณา

  • เปิดทางผู้เล่นหน้าใหม่: ก.ล.ต. เตรียมแก้กฎเกณฑ์เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถเข้ามาขอใบอนุญาต (License) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ เช่นเดียวกับกรณีที่เคยให้ผู้ค้าทองคำเข้ามาทำธุรกิจ Gold Futures ในอดีต

  • Tokenization & ETF: มุ่งเน้นการทำ Tokenization ในกลุ่มตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวม เพื่อให้ลงทุนได้ในหน่วยย่อย (Fractional) ส่วนเกณฑ์ Crypto ETF สำหรับรายย่อยและกองทุนอยู่ระหว่างการจัดทำเกณฑ์เพิ่มเติม


2.ขับเคลื่อนความยั่งยืน (ESG Bonds) สู่ Net Zero

เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐาน Thailand Taxonomy และเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก ก.ล.ต. ได้เห็นชอบเกณฑ์ตราสารหนี้กลุ่มใหม่:

  • Transition Bonds: สนับสนุนธุรกิจที่กำลังปรับตัวเป็นสีเขียว (เช่น อุตสาหกรรมสายการบิน) ให้ระดมทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

  • Sustainability-Linked Bonds: การระดมทุนที่กำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (KPI) ที่ชัดเจนเป็นเงื่อนไขสำคัญ


3.มาตรการเข้มสกัดทุนเทาและอาชญากรรมไซเบอร์

ก.ล.ต. ยกระดับการป้องกันการฟอกเงินผ่านตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเข้มงวด หลังพบพฤติกรรมกลุ่มผู้กระทำผิดพยายามหมุนเวียนเงินผ่านโบรกเกอร์และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล:

  • ทลายบัญชีม้า: ตรวจสอบและระงับบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้าไปแล้วกว่า 53,715 บัญชี

  • เช็กแหล่งเงินทุน (Money Supporter): ปรับเกณฑ์ตรวจสอบผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารให้ครอบคลุมถึงแหล่งที่มาของเงิน เพื่อป้องกันนอมินีและผู้สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

  • ระบบหน่วงธุรกรรม (Transaction Delay): นำกลไกการตรวจสอบและชะลอธุรกรรมที่ผิดปกติมาใช้ เพื่อยับยั้งการโอนเงินออกจากระบบอย่างรวดเร็วเกินไป


4.สรุปสถานการณ์หลอกลงทุนและบทลงโทษ

ในไตรมาสที่ 1 (Q1) ก.ล.ต. ได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด:

  • ปิดกั้นแพลตฟอร์มหลอกลงทุน: ดำเนินการไปแล้ว 279 กรณี จากผู้ขอคำปรึกษากว่า 3,194 ราย

  • ลงโทษทางแพ่ง: จัดการเคสสร้างราคาและอินไซเดอร์ โดยมีมูลค่าค่าปรับและชดใช้ผลประโยชน์รวมกว่า 1,135 ล้านบาท


"การนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยให้ตลาดทุนไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบสิทธิที่รวดเร็วและการซื้อขายหน่วยย่อย ขณะเดียวกันเราจะไม่ลดละความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน" คุณเอนก กล่าวทิ้งท้าย