Official Update :

คุยกับแม่ทัพใหญ่ “ศุภาลัย” มองปีนี้จะเป็นปีทองของผู้ซื้อ

การรระบาดของ COVID-19 คือปัจจัยหลักที่ทำลายการเติบโตของเศรษฐกิจไม่เพียงแค่ประเทศไทย แต่ส่งผลด้านลบต่อคนทั้งโลก หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกัน ที่มีปัจจัยลบเข้ามารุมเร้าไม่หยุด ซึ่งปัจจัยหลักๆ ก็คงหนีไม่พ้นการระบาดของ COVID-19 โดยในแต่ละผู้ประกอบการต่างวางกลยุทธ์อย่างเข้มงวด เพื่อในธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ หรือบางบริษัทก็ยึดมั่นไม้เด็ดถือเงินสดให้มากที่สุด ผู้อยู่รอดเท่านั้นคือ “ผู้ชนะ”


ดังนั้นใน คอลัมน์ The Conversation ของ Wealthy Thai ครั้งนี้ ผู้เขียนจะพานักลงทุนไปพูดคุยกับแม่ทัพใหญ่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของประเทศไทยอย่าง “คุณประทีป ตั้งมติธรรม” ประธานกรรมการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI จะมีแนวทางการดำเนินธุรกิจ และน่าสนใจสักแค่ไหนไปติดตามพร้อมกันเลย


คุณประทีป บอกกับเราว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ควรที่จะดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจาก เราผ่านเหตุการณ์ COVID-19 มาแล้ว เราก็รู้ถึงวิธีการป้องกัน วิธีรักษาที่มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้วัคซีนป้องกัน COVID-19 ก็ออกมาแล้ว จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ต่างๆ น่าจะค่อยๆดีขึ้น


ขณะเดียวกันในช่วงที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงแรกๆ นั้น ธนาคารพาณิชย์มีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น แต่ปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณการผ่อนคลายดีขึ้น แม้ยังไม่ได้มากเท่าไหร่นัก แต่ค่อยๆผ่อนคลายในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความคาดหวังว่าต่างประเทศจะเข้ามาได้มากขึ้น อย่างชาวไทย ที่ประเทศจีนมีประกาศออกมาว่า หากมีการฉีดวัคซีนซิโนแวค ก็สามารถขอวีซ่าไปเมืองจีนได้ ไม่ว่าจะในกรณีธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ แม้ยังไม่เน้นการท่องเที่ยวมากนัก ดังนั้นเชื่อว่าหากรัฐบาลไทยประกาศเช่นเดียวกัน นักท่องเที่ยวจีนก็จะกลับมาได้ดีขึ้น


แม้ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 มีแนวโน้มดีขึ้น แต่เชื่อว่าการแข่งขันคงยังมีไม่มากเท่าไหร่นัก เนื่องจาก ผู้ประกอบการหลายบริษัทสถานะการเงินไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็น SME รวมทั้งรายที่เครดิตเรตติ้งไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก และรายที่มีสินค้าค้างสต๊อกจำนวนมาก เป็นต้น ดังนั้นการเริ่มโครงการใหม่ก็จะช้า ซึ่งผู้ประกอบการที่มีสถานะการเงินแข็งแกร่งก็จะเดินหน้าไปต่อได้ แต่ที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นั้น แม้จะไปต่อได้ แต่อาจจะช้าบ้างเล็กน้อย


อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาแม้มีการระบาดของ COVID-19 แต่บริษัทยังสามารถรักษาผลประกอบการให้อยู่ในทิศทางที่ดีได้ โดยมีหัวใจหลักอย่าง การกระจายตลาดออกไปทั่วประเทศ รวมทั้งกระจายโครงการไปในหลาย segment ตั้งแต่รายได้ปานกลาง ไปจนถึงรายได้สูง ซึ่งบริษัททำอยู่ทั่วประเทศกว่า 200 โครงการ บริษัทจึงมีข้อมูลว่าอะไรขายดีหรือไม่ดีนอกจากนี้ยังมีการขยายลงทุนไปยังต่างประเทศ อย่างประเทศออสเตรเลีย ที่บริษัทมีการลงทุนกว่า 12 โครงการ ซึ่งถือว่ามียอดขายอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง


ส่วนในด้านของผู้ซื้อนั้นมองว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อสังหาริมทรัพย์มีการลดราคา ถือเป็นช่วงที่ดีอย่างมากสำหรับผู้ซื้อ ถ้าหากกรณีผู้ซื้อมีงานทำที่แน่นอน ไม่ตกงาน รายได้ไม่ลดลง มองว่าปีนี้ถือว่าเหมาะมากที่คนซื้อจะต้องซื้อ เพราะยังได้รับในราคาที่ถูก รวมทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ก็ยังถูกอีกด้วย


ในปี 2564 เราก็ยังมีแผนเปิดโครงการอีกจำนวนมาก และยังมีแผนเปิดจังหวัดใหม่อีกด้วย ทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา และนครสวรรค์ หลังจากปีก่อนเปิดโครงการที่พิษณุโลก และอยุธยา  ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแบบบ้านใหม่ต่อเนื่องทุกปี ปีนี้ก็เช่นกัน โดยจะมีแบบบ้านใหม่หลายสิบแบบ รวมทั้งมีการปรับปรุงแบบเก่าๆ ลักษณะเหมือน Minorchange อีกด้วย หรือคอนโดมิเนียมก็จะมีพัฒนาการใหม่เพิ่มเติมทั้งทำเลใหม่ สินค้าใหม่ ซึ่งเราจะมีอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดในทุกๆปี


สำหรับในแง่ของการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี 2564 จะถือเป็นปีที่นิวไฮของบริษัท โดยจะมียอดขายสูงสุดเนื่องจากมีโครงการใหม่ๆเพิ่มขึ้นจำนวนมาก  มีสินค้าใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย ประกอบกับยังเชื่อว่ารายได้ยังยืนอยู่ในระดับสูง และดีกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นปีนี้จะถือเป็นปีที่นิวไฮทั้งยอดขาย ยอดโอน และยอดรายได้ และถือว่าดีที่สุดนับตั้งแต่ตั้งบริษัทมากว่า 32 ปี

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”