ปั้นนักรบไซเบอร์ 2.25 พันคน สกัดแฮกเกอร์โจมตีข้อมูลหน่วยงานรัฐ-เอกชน
ดีอีเอส-สกมช.ตั้งการ์ดภัยไซเบอร์ สร้างผู้เชี่ยวชาญรู้เท่าทัน 2,250 คนจากภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน ตอบโจทย์เทรนด์ยุคดิจิทัล
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)หรือ NCSA ได้เปิดตัวโครงการเร่งรัดการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Intensive Cybersecurity Capacity Building Program) ระยะที่ 1 เพื่อสร้างทักษะ ขีดความสามารถ และความรู้ความ เข้าใจให้บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรจำนวน 2,250 คน ภายในปี 2565
ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเชิงปริมาณและความรุนแรง และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดd-19 ทำให้องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานผ่านระบบออนไลน์แอพพลิเคชันมากขึ้น จึงทำให้อาชญากรไซเบอร์ ใช้ช่องโหว่ของระบบเข้าถึงข้อมูลสำคัญขององค์กรได้ จะเห็นได้ว่าภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีความรุนแรงมากขึ้น และรูปแบบการโจมตีก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ภัยคุกคามดังกล่าวอาจส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้ ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้ สกมช. ทำหน้าที่พัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
“โครงการดังกล่าวต้องการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้ประเทศไทยก้าวล้ำ ไปสู่โลกดิจิทัลได้อย่างมั่นคง มีความพร้อมในการป้องกันรับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
รวมถึงกำลังคนด้าน Cybersecurity ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งผู้ที่เข้าโครงการ 2,250 คน จะได้ ใบประกาศนียบัตรและใบรับรองความเชี่ยวชาญไซเบอร์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล “
พลโท ดร. ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วน คือ การพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะดำเนินโครงการ นี้ ระยะที่ 1 เพื่อพัฒนาบุคลากรยกระดับสร้างทักษะ (Skill) ขีดความสามารถ (Ability) และความรู้ความเข้าใจ (Knowledge) ของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure) ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศที่มีความมั่นคงปลอดภัย
อย่างไรก็ดีได้แบ่งการพัฒนาบุคลากรเป็น 3 ระดับคือ ระดับพื้นฐาน ระดับผู้เชี่ยวชาญ และระดับบริหาร ทั้งในภาครัฐและ ภาคเอกชนตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ประกอบด้วย 6 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรระดับพื้นฐาน หลักสูตรระดับผู้เชี่ยวชาญ หลักสูตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะด้าน) หลักสูตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (ภาคปฏิบัติ) หลักสูตร OWASP Security และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง
นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเสริมสร้างการตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ของประชาชน และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายของบุคลากรด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไปพร้อมกันด้วย
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)หรือ NCSA ได้เปิดตัวโครงการเร่งรัดการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Intensive Cybersecurity Capacity Building Program) ระยะที่ 1 เพื่อสร้างทักษะ ขีดความสามารถ และความรู้ความ เข้าใจให้บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรจำนวน 2,250 คน ภายในปี 2565
ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเชิงปริมาณและความรุนแรง และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดd-19 ทำให้องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานผ่านระบบออนไลน์แอพพลิเคชันมากขึ้น จึงทำให้อาชญากรไซเบอร์ ใช้ช่องโหว่ของระบบเข้าถึงข้อมูลสำคัญขององค์กรได้ จะเห็นได้ว่าภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีความรุนแรงมากขึ้น และรูปแบบการโจมตีก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ภัยคุกคามดังกล่าวอาจส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้ ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้ สกมช. ทำหน้าที่พัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
“โครงการดังกล่าวต้องการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้ประเทศไทยก้าวล้ำ ไปสู่โลกดิจิทัลได้อย่างมั่นคง มีความพร้อมในการป้องกันรับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
รวมถึงกำลังคนด้าน Cybersecurity ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งผู้ที่เข้าโครงการ 2,250 คน จะได้ ใบประกาศนียบัตรและใบรับรองความเชี่ยวชาญไซเบอร์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล “
พลโท ดร. ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วน คือ การพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะดำเนินโครงการ นี้ ระยะที่ 1 เพื่อพัฒนาบุคลากรยกระดับสร้างทักษะ (Skill) ขีดความสามารถ (Ability) และความรู้ความเข้าใจ (Knowledge) ของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure) ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศที่มีความมั่นคงปลอดภัย
อย่างไรก็ดีได้แบ่งการพัฒนาบุคลากรเป็น 3 ระดับคือ ระดับพื้นฐาน ระดับผู้เชี่ยวชาญ และระดับบริหาร ทั้งในภาครัฐและ ภาคเอกชนตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ประกอบด้วย 6 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรระดับพื้นฐาน หลักสูตรระดับผู้เชี่ยวชาญ หลักสูตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (เฉพาะด้าน) หลักสูตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (ภาคปฏิบัติ) หลักสูตร OWASP Security และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง
นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเสริมสร้างการตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ของประชาชน และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายของบุคลากรด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไปพร้อมกันด้วย
Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 16 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 9 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 14 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
