ไทยติดโอมิครอนพุ่ง 514 ราย คลัสเตอร์กาฬสินธุ์ลามหลายจังหวัด
ศบค. รายงานไทยพบโอไมครอนแล้ว 514 ราย พบ 2 ใน 3 ของผู้เดินทางเข้าประเทศ เผย คลัสเตอร์ลามแล้วหลายจังหวัดติดเชื้อ 125 ราย ขณะที่ อาการผู้ติดเชื้อโอมิครอนมีอาการน้อยมาก ส่วนใหญ่ไอ-เจ็บคอ ไม่ลงปอด
เมื่อวันที่ 27ธ.ค. 64 พ.ญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตอนหนึ่ง ว่า ประเทศไทยมีการรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 514 ราย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ และอีก 1 ใน 3 เป็นการสัมผัสกับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
คลัสเตอร์ที่มีการรายงานจากกรมควบคุมโรค หลักๆ คือคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ ที่สามีภรรยาเดินทางมาจากเบลเยี่ยม ถึงไทยในวันที่ 10 ธค. และจากที่มีประวัติไปรับประทานอาหารในผับ ตลาดโรงสีเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้ในร้านพบ นักดนตรี พนักงานเสิร์ฟ ลูกค้าคนอื่นๆที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ติดเชื้อแล้ว 125 ราย (97 ราย) เป็นการยืนยันติดเชื้อ แต่ยังต้องรอยืนยันว่า เป็นสายพันธุ์ โอมิครอนหรือไม่ ทั้งนี้ คลัสเตอร์กาฬสินธุ์ยังมีความเกี่ยวโยง กับที่อุดรธานีด้วย จากรายแรกที่เป็นคนในครอบครัวคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ ทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 6 ราย และลำพูนอีก 4 ราย สัมผัสเคสยืนยันคลัสเตอร์กาฬสินธุ์
นอกจากนี้ ยังมีคลัสเตอร์ จ.ปัตตานี มีรายงาน 7 ราย ซึ่งเป็นการสัมผัสผู้ติดเชื้อ เดินทางกลับจากการแสวงบุญในประเทศแถบตะวันออกกลาง และในส่วนของคลัสเตอร์กลุ่มผู้แสวงบุญนี้ ยังมีรายงานทั้งในส่วนของ จ.นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการยืนยันว่าเป็นสายพันธุ์ "โอไมครอน" ทั้งหมดด้วยหรือไม่ แต่ที่ยืนยันแน่ชัดแล้วมี กรุงเทพมหานคร 2 ราย เป็นผู้ติดเชื้อซึ่งติดจากสามี เป็นนักบินชาวไนจีเรีย และ ภูเก็ต กับกระบี่อีก 2 ราย มีประวัติเป็นแม่บ้านทำงานในโรงแรม ที่ผู้ติดเชื้อพักอาศัย ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยในส่วนของคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ จะมีการรายงานไปยัง จ.ขอนแก่น และมหาสารคาม
ยังพบอีก 1 คลัสเตอร์ เป็นผู้ติดเชื้อที่รายงานจาก จ.สุรินทร์ เป็นผู้สัมผัสที่ผู้ติดเชื้อรายแรกเดินทางมาจากประเทศเดนมาร์กด้วย
พ.ญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอน จำนวน 41 ราย พบว่าส่วนใหญ่ในภาพรวมแล้วมีอาการไม่มาก เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน ไม่มีอาการของเชื้อลงปอด โดยพบว่า อาการไอ 54% เจ็บคอ 37% ไข้ 29% ปวดกล้ามเนื้อ 15 % มีน้ำมูก 12% ปวดศีรษะ 10% หายใจลำบาก5 % ได้กลิ่นลดลง 2%
เมื่อวันที่ 27ธ.ค. 64 พ.ญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตอนหนึ่ง ว่า ประเทศไทยมีการรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 514 ราย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ และอีก 1 ใน 3 เป็นการสัมผัสกับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
คลัสเตอร์ที่มีการรายงานจากกรมควบคุมโรค หลักๆ คือคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ ที่สามีภรรยาเดินทางมาจากเบลเยี่ยม ถึงไทยในวันที่ 10 ธค. และจากที่มีประวัติไปรับประทานอาหารในผับ ตลาดโรงสีเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้ในร้านพบ นักดนตรี พนักงานเสิร์ฟ ลูกค้าคนอื่นๆที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ติดเชื้อแล้ว 125 ราย (97 ราย) เป็นการยืนยันติดเชื้อ แต่ยังต้องรอยืนยันว่า เป็นสายพันธุ์ โอมิครอนหรือไม่ ทั้งนี้ คลัสเตอร์กาฬสินธุ์ยังมีความเกี่ยวโยง กับที่อุดรธานีด้วย จากรายแรกที่เป็นคนในครอบครัวคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ ทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 6 ราย และลำพูนอีก 4 ราย สัมผัสเคสยืนยันคลัสเตอร์กาฬสินธุ์
นอกจากนี้ ยังมีคลัสเตอร์ จ.ปัตตานี มีรายงาน 7 ราย ซึ่งเป็นการสัมผัสผู้ติดเชื้อ เดินทางกลับจากการแสวงบุญในประเทศแถบตะวันออกกลาง และในส่วนของคลัสเตอร์กลุ่มผู้แสวงบุญนี้ ยังมีรายงานทั้งในส่วนของ จ.นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการยืนยันว่าเป็นสายพันธุ์ "โอไมครอน" ทั้งหมดด้วยหรือไม่ แต่ที่ยืนยันแน่ชัดแล้วมี กรุงเทพมหานคร 2 ราย เป็นผู้ติดเชื้อซึ่งติดจากสามี เป็นนักบินชาวไนจีเรีย และ ภูเก็ต กับกระบี่อีก 2 ราย มีประวัติเป็นแม่บ้านทำงานในโรงแรม ที่ผู้ติดเชื้อพักอาศัย ถือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยในส่วนของคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ จะมีการรายงานไปยัง จ.ขอนแก่น และมหาสารคาม
ยังพบอีก 1 คลัสเตอร์ เป็นผู้ติดเชื้อที่รายงานจาก จ.สุรินทร์ เป็นผู้สัมผัสที่ผู้ติดเชื้อรายแรกเดินทางมาจากประเทศเดนมาร์กด้วย
พ.ญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอน จำนวน 41 ราย พบว่าส่วนใหญ่ในภาพรวมแล้วมีอาการไม่มาก เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน ไม่มีอาการของเชื้อลงปอด โดยพบว่า อาการไอ 54% เจ็บคอ 37% ไข้ 29% ปวดกล้ามเนื้อ 15 % มีน้ำมูก 12% ปวดศีรษะ 10% หายใจลำบาก5 % ได้กลิ่นลดลง 2%
Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
