สรท.หวั่นปมร้อนรัสเซีย-ยูเครน ฉุดออเดอร์ส่งออกไตรมาส 2 วูบ 1.6 แสนลบ.
สรท.ลุ้นสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนจบใน 3 เดือน ห่วงราคาพลังงานพุ่งกระทบคู่ค้าลดออเดอร์ เชื่อส่งออกปีนี้ยังโตได้ 5% ขอรัฐดูแลค่าเงินบาท เตือนผู้ประกอบการลดเสี่ยงรับเงินก่อนส่งสินค้า
ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่าสรท.ติดตามและประเมินผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย–ยูเครนและมาตรการตอบโต้ด้านการค้าและการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปซึ่งเบื้องต้นอาจมีผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนภาคการผลิต ทั้งจากราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น อาทิ เหล็ก ธัญพืช เซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้คำสั่งซื้อจากคู่ค้าลดลงบางส่วน
ทั้งนี้ประเมินว่าหากสถานการณ์การสู้รบไม่ยืดเยื้อบานปลายหรือขยายวงกว้างไปมากกว่านี้และสามารถเจรจาหาข้อยุติได้ภายใน 3 เดือน การส่งออกของไทย ปี 2565 คาดว่าจะยังเติบโตได้ที่ร้อยละ 5 (ณ มีนาคม 2565) โดยไตรมาสแรกจะเติบโตได้ที่ร้อยละ 7-8 เนื่องจากมีการยืนยันคำสั่งซื้อไว้แล้วล่วงหน้าแต่หากสถานกาณ์ยังคงยืดเยื้ออาจกระทบต่อการส่งออกในไตรมาสสองอาจมีคำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.2-1.6 แสนล้านบาท และกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอาทิ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องปรับอากาศ)
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกของไทยไปรัสเซียในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 0.38 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 1,028 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าการส่งออกไทยไปยูเครนในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 0.05 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 134.76 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ 1.สถานการณ์ข้อพิพาทระหว่างยูเครนและรัสเซีส่งผลต่อหลายปัจจัยที่สำคัญทั้งภูมิรัฐศาสาตร์ เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมหากสถานการณ์การสู้รบยืดเยื้อบานปลาย อาทิ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ผลติน้ำมันใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (11% ของการผลิตน้ำมันทั่วโลก)จะทำให้ราคาน้ำมันและก๊าชปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้ารวมถึงต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงานในตลาดโลก โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 100-105 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะเดียวกันจะเกิดปัญหาราคาวัตถุดิบขาดแคลนและผันผวน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์, เหล็ก, สินค้าธัญพืช เป็นต้น
2. ค่าเงินบาทมีความผันผวนไปในทิศทางแข็งค่า New low ในรอบ 5-7 เดือน จาก Fund flow นักลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดทุนและตลาดพันธบัตรของไทยจำนวนมากส่วนหนึ่งจากการผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีความผันผวนจากที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกรอบจากที่กำหนดไว้ว่าจะปรับขึ้น 0.50 ในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ประกอบกับแรงหนุนจากราคาทองคำที่เริ่มกลับมาเป็นสิทรัพย์ปลอดภัยจากนักลงทุน ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย ยูเครน นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในระยะสั้น
3.แรงงานภาคการผลิตขาดแคลนต่อเนื่องกระทบการผลิตเพื่อการส่งออกที่กำลังฟื้นตัว 4. สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 “โอมิครอน”ในหลายประเทศเริ่มมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอกรวมถึงประเทศไทย(New high) ขณะที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศอย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 อย่างใกล้ชิด 5.ปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือประเทศปลายทาง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการขนถ่ายสินค้า รวมถึงปัญหา ค่าระวงาเรือทรงตัวในระดับสูง Space allocation ไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถจองระวาง
สำหรับข้อเสนอแนะขอสรท.ไปยังรัฐบาล มีดังนี้ 1. เพื่อเตรียมรับมือต่อความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลกที่อาจเกิดจากกรณีพิพาท สรท. ขอให้รักษาเสถรียภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในกรอบ 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยกรณีการชำระเงินระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการส่งออกควรต้องขอให้ชำระเงินก่อนส่งมอบสินค้าเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงระดับหนึ่ง 2.เพื่อรับมือต่อการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทุน สรท. ขอให้รัฐพิจารณาอนุญาตการปรับขึ้นราคาสินค้าได้ตามสัดส่วนราคาต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงอย่างแท้จริงทั่วโลกเนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนการผลิตที่มีความผันผวนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น.
3.เร่งมองหาช่องทางเปิดตลาดเพิ่มเติมทดแทนกลุ่มสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการชะลอคำสั่งซื้อจากกลุ่มประเทศกรณีพิพาท หากการสู้รบขยายเป็นวงกล้างและมีความยืดเยื้อมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป 4. ขอให้ภาครัฐพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยอ้างอิงจากปัจจัยการปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก และขอให้พิจารณาปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการมีต้นทุนแรงงานที่ค่อนข้างสูง
ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่าสรท.ติดตามและประเมินผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย–ยูเครนและมาตรการตอบโต้ด้านการค้าและการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปซึ่งเบื้องต้นอาจมีผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนภาคการผลิต ทั้งจากราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น อาทิ เหล็ก ธัญพืช เซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้คำสั่งซื้อจากคู่ค้าลดลงบางส่วน
ทั้งนี้ประเมินว่าหากสถานการณ์การสู้รบไม่ยืดเยื้อบานปลายหรือขยายวงกว้างไปมากกว่านี้และสามารถเจรจาหาข้อยุติได้ภายใน 3 เดือน การส่งออกของไทย ปี 2565 คาดว่าจะยังเติบโตได้ที่ร้อยละ 5 (ณ มีนาคม 2565) โดยไตรมาสแรกจะเติบโตได้ที่ร้อยละ 7-8 เนื่องจากมีการยืนยันคำสั่งซื้อไว้แล้วล่วงหน้าแต่หากสถานกาณ์ยังคงยืดเยื้ออาจกระทบต่อการส่งออกในไตรมาสสองอาจมีคำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.2-1.6 แสนล้านบาท และกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอาทิ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องปรับอากาศ)
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกของไทยไปรัสเซียในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 0.38 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 1,028 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าการส่งออกไทยไปยูเครนในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 0.05 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 134.76 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ 1.สถานการณ์ข้อพิพาทระหว่างยูเครนและรัสเซีส่งผลต่อหลายปัจจัยที่สำคัญทั้งภูมิรัฐศาสาตร์ เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมหากสถานการณ์การสู้รบยืดเยื้อบานปลาย อาทิ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ผลติน้ำมันใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (11% ของการผลิตน้ำมันทั่วโลก)จะทำให้ราคาน้ำมันและก๊าชปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้ารวมถึงต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงานในตลาดโลก โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 100-105 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะเดียวกันจะเกิดปัญหาราคาวัตถุดิบขาดแคลนและผันผวน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์, เหล็ก, สินค้าธัญพืช เป็นต้น
2. ค่าเงินบาทมีความผันผวนไปในทิศทางแข็งค่า New low ในรอบ 5-7 เดือน จาก Fund flow นักลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดทุนและตลาดพันธบัตรของไทยจำนวนมากส่วนหนึ่งจากการผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีความผันผวนจากที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกรอบจากที่กำหนดไว้ว่าจะปรับขึ้น 0.50 ในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ประกอบกับแรงหนุนจากราคาทองคำที่เริ่มกลับมาเป็นสิทรัพย์ปลอดภัยจากนักลงทุน ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย ยูเครน นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในระยะสั้น
3.แรงงานภาคการผลิตขาดแคลนต่อเนื่องกระทบการผลิตเพื่อการส่งออกที่กำลังฟื้นตัว 4. สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 “โอมิครอน”ในหลายประเทศเริ่มมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอกรวมถึงประเทศไทย(New high) ขณะที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศอย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 อย่างใกล้ชิด 5.ปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือประเทศปลายทาง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการขนถ่ายสินค้า รวมถึงปัญหา ค่าระวงาเรือทรงตัวในระดับสูง Space allocation ไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถจองระวาง
สำหรับข้อเสนอแนะขอสรท.ไปยังรัฐบาล มีดังนี้ 1. เพื่อเตรียมรับมือต่อความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลกที่อาจเกิดจากกรณีพิพาท สรท. ขอให้รักษาเสถรียภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในกรอบ 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยกรณีการชำระเงินระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการส่งออกควรต้องขอให้ชำระเงินก่อนส่งมอบสินค้าเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงระดับหนึ่ง 2.เพื่อรับมือต่อการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทุน สรท. ขอให้รัฐพิจารณาอนุญาตการปรับขึ้นราคาสินค้าได้ตามสัดส่วนราคาต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงอย่างแท้จริงทั่วโลกเนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนการผลิตที่มีความผันผวนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น.
3.เร่งมองหาช่องทางเปิดตลาดเพิ่มเติมทดแทนกลุ่มสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการชะลอคำสั่งซื้อจากกลุ่มประเทศกรณีพิพาท หากการสู้รบขยายเป็นวงกล้างและมีความยืดเยื้อมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป 4. ขอให้ภาครัฐพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยอ้างอิงจากปัจจัยการปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก และขอให้พิจารณาปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการมีต้นทุนแรงงานที่ค่อนข้างสูง
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 23 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 58 minutes from now
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
