วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน กับ 3 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว

สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงคาดเดาทิศทางไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐและพันธมิตรดำเนินการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกำลังพิจารณาห้ามการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับ 139 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ทางด้านรัสเซียประกาศเงื่อนไข 4 ข้อ หากยูเครนปฏิบัติตามก็พร้อมจะยุติปฏิบัติการทางทหารในทันที อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและยิ่งกระตุ้นเงินเฟ้อ ซึ่งหากเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบ ประเทศไทยก็อาจได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย แล้วแบบนี้เศรษฐกิจไทยจะเป็นไรอย่างไร จะสามารถเติบโตท่ามกลางสถานการ์ที่วุ่นวายได้หรือไม่


โดย ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ให้มุมมองว่า สถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบราคาน้ำมันแล้ว อาจกระทบมาถึงการท่องเที่ยว ซึ่งปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเดือนทางเข้ามาในไทยหลายหมื่นคน แต่เมื่อเศรษฐกิจภายในรัสเซียมีปัญหา ค่าเงินอ่อนค่า ก็เดินทางท่องเที่ยวก็จะชะลอออกไป และหากสถานการณ์ลามไปถึงยุโรป ก็อาจจะกระทบกับการส่งออกของไทยด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป


ทั้งนี้ ปัจจุบันสำนักวิจัยอยู่ระหว่างปรับประมาณเศรษฐกิจไทย จากเดิมคาดว่าปีนี้จะเติบโต 3.8% ซึ่งต้องรอดูพัฒนาการของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนว่าจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจมากแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ยังมีความเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้จาก 3 ปัจจัยสนับสนุน คือ การส่งออก การท่องเที่ยว และกำลังซื้อระดับกลาง – บน



1.การส่งออกยังเป็นพระเอก

สำหรับการส่งออก คาดว่าปีนี้จะเติบโต 4.7% จากการฟื้นตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง ปิโตรเคมี และกลุ่มอาหารแปรรูป ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าสำคัญ ส่วนการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาราว 5.1 ล้านคน โดยการท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจรอให้พลเมืองไทยได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอและจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงมากกว่านี้ ดังนั้นการเข้ามาของนักท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลังจะเร่งให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวชัดเจนและกระจายตัวได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มผู้ประกอบการอิสระ กลุ่มแรงงานด้านบริการ และผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก กลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์



2.เปิดเมืองช่วยเติมเม็ดเงิน

ขณะที่กำลังซื้อระดับกลาง – บน เมื่อมีการเปิดเมือง กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มคึกคัก คนจะเริ่มจับจ่ายใช้สอย และนำเงินออมออกมาใช้มากขึ้น กลุ่มที่จะฟื้นตัวได้เร็ว ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหาร โรงแรมและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ โดยกลุ่มที่ฟื้นได้เร็วจะอยู่ในกลุ่มที่ผู้บริโภคสามารถลดค่าใช้จ่ายผ่านมาตรการภาครัฐที่คาดว่าจะยังคงมีต่อเนื่อง และเมื่อความเชื่อมั่นฟื้นได้ดีขึ้น การได้รับวัคซีนเข็ม 3 มีมากขึ้น คนจะกล้าซื้อของกลุ่มที่มีราคาสูงขึ้น เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ แม้เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรกจะขับเคลื่อนด้วยการบริโภคจากกลุ่มกำลังซื้อกลาง-บนเป็นหลัก แต่เชื่อว่า หลังมีการกระจายวัคซีนที่ดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มมากขึ้น กำลังซื้อระดับกลาง-ล่างจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น


“เรายังอยู่ในช่วงปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย จากเดิมที่คาดว่า GDP จะโต 3.8% ซึ่งต้องรอดูพัฒนาการของสงครามรัสเซียและยูเครนว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจแค่ไหน จะยืดเยื้อหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าการส่งออกยังเติบโตได้อยู่ แต่ราคาสินค้าสูงจะกดดันการบริโภค รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวอาจปรับลดลงกว่าคาด ดร.อมรเทพ กล่าว



3.เงินเฟ้อกำลังกดดันระดับกลาง - ล่าง

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเช่นกัน โดยค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน อาหารสด และต้นทุนภาคการผลิตอื่นๆ ซึ่งราคาสินค้าที่สูงจะกระทบกำลังซื้อของคนรายได้น้อยมากกว่าคนรายได้สูง เพราะคนรายได้น้อยมีสัดส่วนการบริโภคต่อรายได้สูง แปลว่ามีเงินเท่าใดก็ต้องนำไปใช้จ่ายแทบทั้งหมด เมื่อรายได้โตไม่ทันรายจ่าย ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นหรือคนจะต้องยิ่งประหยัดหรือลดการบริโภคลง และขาดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แนวทางแก้ปัญหาเงินเฟ้อน่าจะอยู่ที่มาตรการทางการคลังด้วยการลดค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย แต่ไม่น่าจะเป็นการหว่านแหด้วยการลดราคาสินค้าหรือใช้เงินรัฐในการอุดหนุนทุกอย่าง เนื่องจากเมื่อเศรษฐกิจฟื้น กำลังซื้อคนระดับกลาง-บนดีขึ้น รัฐบาลน่าจะสามารถเยียวยาเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ฟื้นได้


“ต้องติดตามว่าราคาน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อเงินเฟ้อจะเคลื่อนไหวในทิศทางใด และที่สำคัญเรายังหวังพึ่งมาตรการจากภาครัฐในการประคองค่าครองชีพ ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีมาตรการอื่นๆ ออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะกดดันการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะกำลังซื้อระดับล่างค่อนข้างมาก” ดร.อมรเทพ กล่าว

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
ลุย “หุ้นโลก” เชิงรุกสร้าง “Alpha” เหนือตลาด ก้าวข้ามทุกความท้าทาย... ชูธีม “Smart Energy Chain” เด่น รับดีมาน์พลังงานไฟฟ้าพุ่งรับ “AI Megatrend” !!!
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
เปิดศึกไอโฟนรุ่นใหม่ “หุ้นไอที-มือถือ” รับทรัพย์ ชี้ AI ดันรอบเปลี่ยนเครื่องพุ่ง หนุน Q4/69 เด่น ชู COM7-ADVICE
Updated 1 day ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ลงดาบ 4 ราย ปั่นวอลุ่ม “เหรียญ SIX” สั่งจ่ายรวมกว่า 6.5 ล้านบาท แบนเทรด 6 เดือน-ห้ามนั่งบริหาร 1 ปี
Updated 17 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีสร้างปริมาณการซื้อขายเหรียญ SIX Network
Updated 18 hours ago
News Highlight
BPS ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เปิดเกม “Powering the Future” ชู 5 โซลูชันอัจฉริยะ สร้าง New S-Curve เติบโตยั่งยืน
Updated 22 hours ago
Follow Us