เปิด 3 ฉากทัศน์โควิดหลังสงกรานต์ สถานการณ์แย่สุดติดเชื้อวันละ 1แสน
สธ.เผย 3 ฉากทัศน์ภาพรวมการระบาดของเชื้อโควิดหลังสงกรานต์ ชี้ถ้าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดจะมียอดติดเชื้อวันละ 1 แสนราย ย้ำต้องป้องกันตัวเอง ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 65 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ดังนั้น ขอความร่วมมือประชาชน ก่อนเดินทางกลับบ้านต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง ทั้งตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ ทำให้มีผู้ป่วยอาการหนักที่กำลังรักษาเพิ่มขึ้น และพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดคนในครอบครัวคนที่รู้จักกัน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงจากการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ทานอาหาร ดื่มสุราด้วยกันระยะเวลานาน ทั้งในงานเลี้ยง ที่บ้าน ที่ทำงาน ในร้านอาหาร
จากการคาดการณ์ผลจากมาตรการป้องกันควบคุมโรคปี 65 เปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ, จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ และจำนวนผู้เสียชีวิต ภาพรวมในประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์ คือ
ฉากทัศน์ที่ 1 หรือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือ ผ่อนคลายมาตการป้องกันโรค ลดแยกกัก-กักตัว ฉีดวัคซีนทุกเข็มน้อยกว่า 200,000 โดสต่อวัน ประชาชนส่วนใหญ่ย่อหย่อนต่อมาตรการ Universal Prevention (UP)
-คาดจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงสุดในวันที่ 19 เม.ย. 65 อยู่ที่ประมาณ 100,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบพุ่งสูงสุดในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณเกือบ 6,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ พุ่งสูงสุดในช่วงวันที่ 5-6 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 1,600-1,800 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้เสียชีวิต ในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 พุ่งสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 ราย/วัน
ฉากทัศน์ที่ 2 หรือสถานการณ์ปานกลาง คือ ยังคงมาตรการต่างๆ และประชาชนร่วมมือ ในระดับปัจจุบัน และคาดการณ์พบการแพร่โรคต่อเนื่องไปทุกจังหวัด จนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์
-คาดจำนวนผู้ติดเชื้อในวันที่ 19 เม.ย. 65 อยู่ที่ประมาณ 50,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 3,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ ในช่วงวันที่ 5-6 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 800-1,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้เสียชีวิต ในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 100-150 ราย/วัน
ฉากทัศน์ที่ 3 หรือสถานการณ์ที่ดีที่สุด คือ ผลจากการติดเชื้อเพิ่มช่วง ม.ค.-ก.พ. 65 และเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการป้องกันโรค มี.ค.-เม.ย. 65 ปฏิบัติได้ตามการเตือนภัยโควิด-19 ระดับ 4 คือ งดการรวมกลุ่ม ทำงานที่บ้าน (Work From Home: WFH) ชะลอเดินทาง และเร่งการฉีดวัคซีนมากขึ้นทุกเข็มเกิน 400,000 โดสต่อวัน และปฏิบัติตามมาตรการ VUCA อย่างเคร่งครัด
-คาดจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้เสียชีวิต เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50 ราย/วัน
นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทยอยู่ที่ประมาณ ฉากทัศน์ที่ 3 หรือระดับที่คาดการณ์ไว้ว่าดีที่สุด คือยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 ราย/วัน
ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบ ขณะนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ระหว่างระดับฉากทัศน์ที่ 3 และฉากทัศน์ที่ 2 ในส่วนของจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ สถานการณ์ขณะนี้ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยอยู่ระหว่างฉากทัศน์ที่ 2 และฉากทัศน์ที่ 1 ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ในระดับฉากทัศน์ที่ 2
ในภาพรวมจากการประมาณเหตุการณ์พบว่า สถานการณ์การโควิด-19 ของไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงฉากทัศน์ที่ 2 หรืออยู่ในระดับกลางจากที่คาดการณ์ไว้ทั้งหมด โดยความร่วมมือของประชาชนยังคงอยู่ในระดับดี และหากสามารถคงมาตรการไว้ได้ ก็จะสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างต่อเนื่องถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์
ทั้งนี้ หลังเทศกาลสงกรานต์ หากมีการรวมตัว ทำกิจกรรมโดยที่ไม่มีการเว้นระยะห่าง หรือมีการหย่อนยานมาตรการ จำนวนผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มสูงขึ้นได้
ดังนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงเน้นสื่อสารมาตรการป้องกันควบคุมโรค ด้วยมาตรการ Self Clean-up และ 2U ได้แก่ Universal Prevention (UP) จำเป็นต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ขณะต้องใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงวัย เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง รวมทั้งงดการทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ร่วมกับผู้สูงวัย หากจำเป็นให้ใช้เวลาน้อยที่สุด และ Universal Vaccination "ฉีดวัคซีนทุกกลุ่มอายุ" โดยเฉพาะผู้สูงวัย และกลุ่มโรคเรื้อรัง ให้ได้รับวัคซีนช่วงเทศกาลสงกรานต์
สำหรับข้อปฏิบัติหลังกลับจากเทศกาลสงกรานต์ ให้สังเกตอาการตนเอง 7 วัน หากมีอาการสงสัยติดเชื้อ ให้ทำการตรวจ ATK หลีกเลี่ยงพบปะกับผู้คนจำนวนมาก ทั้งนี้ หากต้องพบผู้อื่น ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และให้พิจาณามาตรการ WFH เป็นไปตามความเหมาะสม
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 65 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ดังนั้น ขอความร่วมมือประชาชน ก่อนเดินทางกลับบ้านต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง ทั้งตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ ทำให้มีผู้ป่วยอาการหนักที่กำลังรักษาเพิ่มขึ้น และพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดคนในครอบครัวคนที่รู้จักกัน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงจากการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ทานอาหาร ดื่มสุราด้วยกันระยะเวลานาน ทั้งในงานเลี้ยง ที่บ้าน ที่ทำงาน ในร้านอาหาร
จากการคาดการณ์ผลจากมาตรการป้องกันควบคุมโรคปี 65 เปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ, จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ และจำนวนผู้เสียชีวิต ภาพรวมในประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์ คือ
ฉากทัศน์ที่ 1 หรือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือ ผ่อนคลายมาตการป้องกันโรค ลดแยกกัก-กักตัว ฉีดวัคซีนทุกเข็มน้อยกว่า 200,000 โดสต่อวัน ประชาชนส่วนใหญ่ย่อหย่อนต่อมาตรการ Universal Prevention (UP)
-คาดจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงสุดในวันที่ 19 เม.ย. 65 อยู่ที่ประมาณ 100,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบพุ่งสูงสุดในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณเกือบ 6,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ พุ่งสูงสุดในช่วงวันที่ 5-6 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 1,600-1,800 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้เสียชีวิต ในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 พุ่งสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 ราย/วัน
ฉากทัศน์ที่ 2 หรือสถานการณ์ปานกลาง คือ ยังคงมาตรการต่างๆ และประชาชนร่วมมือ ในระดับปัจจุบัน และคาดการณ์พบการแพร่โรคต่อเนื่องไปทุกจังหวัด จนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์
-คาดจำนวนผู้ติดเชื้อในวันที่ 19 เม.ย. 65 อยู่ที่ประมาณ 50,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 3,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ ในช่วงวันที่ 5-6 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 800-1,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้เสียชีวิต ในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 100-150 ราย/วัน
ฉากทัศน์ที่ 3 หรือสถานการณ์ที่ดีที่สุด คือ ผลจากการติดเชื้อเพิ่มช่วง ม.ค.-ก.พ. 65 และเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการป้องกันโรค มี.ค.-เม.ย. 65 ปฏิบัติได้ตามการเตือนภัยโควิด-19 ระดับ 4 คือ งดการรวมกลุ่ม ทำงานที่บ้าน (Work From Home: WFH) ชะลอเดินทาง และเร่งการฉีดวัคซีนมากขึ้นทุกเข็มเกิน 400,000 โดสต่อวัน และปฏิบัติตามมาตรการ VUCA อย่างเคร่งครัด
-คาดจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบในช่วงวันที่ 3-5 พ.ค. 65 อยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400 ราย/วัน
-คาดจำนวนผู้เสียชีวิต เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50 ราย/วัน
นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทยอยู่ที่ประมาณ ฉากทัศน์ที่ 3 หรือระดับที่คาดการณ์ไว้ว่าดีที่สุด คือยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 ราย/วัน
ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบ ขณะนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ระหว่างระดับฉากทัศน์ที่ 3 และฉากทัศน์ที่ 2 ในส่วนของจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบใส่ท่อช่วยหายใจ สถานการณ์ขณะนี้ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยอยู่ระหว่างฉากทัศน์ที่ 2 และฉากทัศน์ที่ 1 ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ในระดับฉากทัศน์ที่ 2
ในภาพรวมจากการประมาณเหตุการณ์พบว่า สถานการณ์การโควิด-19 ของไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงฉากทัศน์ที่ 2 หรืออยู่ในระดับกลางจากที่คาดการณ์ไว้ทั้งหมด โดยความร่วมมือของประชาชนยังคงอยู่ในระดับดี และหากสามารถคงมาตรการไว้ได้ ก็จะสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างต่อเนื่องถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์
ทั้งนี้ หลังเทศกาลสงกรานต์ หากมีการรวมตัว ทำกิจกรรมโดยที่ไม่มีการเว้นระยะห่าง หรือมีการหย่อนยานมาตรการ จำนวนผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มสูงขึ้นได้
ดังนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงเน้นสื่อสารมาตรการป้องกันควบคุมโรค ด้วยมาตรการ Self Clean-up และ 2U ได้แก่ Universal Prevention (UP) จำเป็นต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ขณะต้องใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงวัย เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง รวมทั้งงดการทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ร่วมกับผู้สูงวัย หากจำเป็นให้ใช้เวลาน้อยที่สุด และ Universal Vaccination "ฉีดวัคซีนทุกกลุ่มอายุ" โดยเฉพาะผู้สูงวัย และกลุ่มโรคเรื้อรัง ให้ได้รับวัคซีนช่วงเทศกาลสงกรานต์
สำหรับข้อปฏิบัติหลังกลับจากเทศกาลสงกรานต์ ให้สังเกตอาการตนเอง 7 วัน หากมีอาการสงสัยติดเชื้อ ให้ทำการตรวจ ATK หลีกเลี่ยงพบปะกับผู้คนจำนวนมาก ทั้งนี้ หากต้องพบผู้อื่น ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และให้พิจาณามาตรการ WFH เป็นไปตามความเหมาะสม
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 12 hours from now
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 18 hours ago
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
Updated 1 day ago
Stock of the Day
GULF-ADVANC นำหุ้น Big Cap พุ่ง บอนด์ยีลด์ลด หนุนไฟฟ้า-สื่อสาร วัฏจักรลงทุนโลกฟื้น ชี้ไทยโดดเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us
