นักวิจัย ม.อ. เปิดตัวนวัตกรรม ‘อาหารเพื่อสุขภาพ’ สร้างมูลค่าเพิ่มจากเปลือกมะม่วงเบา-น้ำเชื่อมเหลือทิ้ง

ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โชว์ผลงานการวิจัยตอบโจทย์ภาคธุรกิจ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือใช้เปลือกมะม่วงเบาและน้ำเชื่อมเหลือทิ้ง สู่นวัตกรรม ‘อาหารเพื่อสุขภาพ’ เปิดตัวเครื่องดื่มไซเดอร์มะม่วงเบาไร้แอลกอฮอล์ ไวน์ ไวน์เข้มข้นไร้แอลกอฮอล์ น้ำส้มสายชู และเครื่องสำอาง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อยอดสู่ในเชิงพาณิชย์ให้กับผู้ประกอบการ


ผศ.ดร.ปุณณาณี สัมภวะผล รองผู้อำนวยการรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)  เปิดเผยว่า ม.อ. มีความมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจสร้างความเป็นผู้นําทางวิชาการและนวัตกรรม โดยมีการวิจัยเป็นฐานเพื่อการพัฒนาภาคใต้และประเทศ เชื่อมโยงสู่สังคมและเครือข่ายสากล ซึ่งล่าสุด สถาบันวิจัยและนวัตกรรมอาหาร และสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกันวิจัยและพัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ เปลือกมะม่วงเบาและน้ำเชื่อมเหลือทิ้งสู่นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ  


ทั้งนี้ทีมวิจัยม.อ.ได้ร่วมกับศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีประจำภูมิภาคภาคใต้ ลงพื้นที่สำรวจพบว่า ผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลาผลิตมะม่วงเบาแช่อิ่มเป็นจำนวนมาก และกระบวนการผลิตไม่สามารถนำน้ำเชื่อมที่เหลือจากการหมักมะม่วงแช่อิ่มกลับมาใช้ซ้ำได้ เพราะทำให้มะม่วงแช่อิ่มมีอายุสั้น และไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) น้ำเชื่อมจึงกลายเป็นเศษวัสดุเหลือทิ้ง ม.อ.จึงดำเนินการวิจัยและพัฒนาน้ำเชื่อมที่เหลือใช้ในปี 2561 จนถึงปัจจุบัน พร้อมกับเข้าอบรมการทำธุรกิจกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และได้ทุนมาดำเนินงานวิจัยเชิงพาณิชย์


ล่าสุดเปิดตัวนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ สู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์สำเร็จ ประกอบด้วย เครื่องดื่มไซเดอร์มะม่วงเบาไร้แอลกอฮอล์, ไวน์, ไวน์เข้มข้นไร้แอลกอฮอล์ น้ำส้มสายชู และซอร์เบท์มะม่วงเบาแช่อิ่มหรือไอศกรีมที่ไม่มีส่วนผสมของนม อีกทั้งยังค้นพบว่าเปลือกมะม่วงมีสารแมงจิเฟอริน ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สกัดได้ยากและมีปริมาณน้อย ได้นำเปลือกมะม่วงมาหมักร่วมจนได้สารแมงจิเฟอรินออกมากับน้ำ กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม รวมทั้งเป็นสารตั้งต้นของเครื่องสำอาง  นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุที่เหลือใช้สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ผศ.ดร.ปุณณาณี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมจะถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการทั่วไป และยังคงมุ่งพัฒนางานวิจัยการนำเปลือกมะม่วงมาสกัดเป็นสารแมงจิเฟอรินอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมงานวิจัยกับสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยนำเปลือกและใบของมะม่วงน้ำดอกไม้ และมะม่วงมหาชนกที่เหลือทิ้งจากธนาคารผลไม้ สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งมีเป็นจำนวนมากต่อปี มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อไป เพื่อร่วมยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า