Official Update :

“กองหุ้นเทคฯ” ไตรมาสแรกมีแผ่ว...แต่ยังยืนหนึ่งใน ‘Mega Trend’ !!!

หุ้นเทคโนโลยี อีกหนึ่งกลุ่มหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เป็นเหมือนกับตัวเร่งให้กลุ่มดังกล่าวมีบทบาทมากขึ้นในการใช้ชีวิตในแบบ “New Normal”


แต่แล้วเส้นทางดังกล่าว ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะตั้งแต่ในช่วงต้นปีมานี้ต้องเผชิญกับปัจจัยลบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงขายทำกำไรของนักลงทุนทั่วไป และการขายเพื่อปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันโยกเงินจาก “New Economy” กลับสู่ “Old Economy” ที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้แรงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงแรกอีกครั้ง


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานของ กองทุนหุ้นเทคโนโลยีในช่วงไตรมาส 1/2564 ที่ผ่านมาว่ามีหน้าตาเป็นเช่นไร และ 5 กองที่มีฟอร์มโดดเด่นที่สุดในตลาดมีอะไรบ้างมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



กอง B-INNOTECH” แชมป์กลุ่มกองหุ้นเทคฯ’...ไตรมาสแรกโชว์ผลตอบแทน 11.47%

โดยเริ่มที่กองทุนที่ผลงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มนี้เป็นกองทุนที่มาจาก บลจ.บัวหลวง มีชื่อว่ากองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH)” ซึ่งจะติดทั้งอันดับที่1 และอันดับที่ 2 ต่างกันที่อันดับ2 เป็นกอง RMF หรือในชื่อ กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF)” โดยสามารถทำผลตอบแทน 11.47% และ 11.26% ตามลำดับ


สำหรับทั้ง 2 กองทุนนั้นจะมีนโยบายและประเภทกองที่เหมือนกัน คือ เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘Fidelity Funds - Global Technology Fund’ (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งตัวนโยบายการลงทุนของกองหลักนั้น เป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี




เช่นเดียวกันกองทุนอันดับที่ 3 และ 4 นั้น จะมาจากที่เดียวคือบลจ.ทิสโก้และมีชื่อเดียวกัน โดยทั้ง 2 กองทุนมีชื่อว่า กองทุนเปิด ทิสโก้ เทคโนโลยี อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TTECHRMF-A)” และ กองทุนเปิด ทิสโก้ เทคโนโลยี อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดรองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (TTECHRMF-P)” ด้วยผลตอบแทน 3.72% เท่ากัน


ซึ่งทั้ง 2 กอง เป็นประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘iShares Expanded Tech Sector ETF’ (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยวัตถุประสงค์ในการลงทุนของกองทุนหลักนั้น เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P North American Expanded Technology Sector’ ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาที่จัดอยู่ในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี 


ได้แก่ ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตซอฟต์แวร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต ผู้จัดหาอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการสื่อสาร และผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงบริษัทคุณภาพดีที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับ หมวดธุรกิจการให้บริการด้านการสื่อสาร (Communication Services) และสินค้าอุปโภคบริโภค ประเภทสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ที่ใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ เผยแพร่เนื้อหาและข้อมูลไปยังผู้บริโภค กองทุนดังกล่าวบริหารและจัดการโดย ‘BlackRock Fund Advisors’



อันดับสุดท้าย
กองทุนเปิดเคเคพี EXPANDED TECH - HEDGED ชนิด F (KKP TECH-H-F)” จาก บลจ.เกียรนาคินภัทร ด้วยผลตอบแทน 3.55%

กองทุนดังกล่าวก็เป็นอีกหนึ่งกองที่เป็นประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนใน ‘iShares Expanded Tech Sector ETF’ (กองทุนหลัก) หรือเป็นกองทุนเดียวกับอันดับก่อนหน้านี้ โดยเงินลงทุนจะเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม


หุ้นเทคโนโลยีในช่วงต้นปีนี้แม้ว่าจะไม่สามารถ outperform ได้ดีเหมือนในปีที่ผ่านมา เพราะต้องเจอกับปัจจัยกดดันต่างๆ แต่เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้ก็คงเกิดขึ้นแค่ระยะสั้น เนื่องจากกลุ่มหุ้นดังกล่าวก็ถือเป็นหนึ่งธีมการลงทุนเมกะเทรนด์ที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีในอนาคต นักลงทุนจึงอาจจะต้องมองภาพการลงทุนในระยะยาวมากกว่าระยะสั้นเป็นสำคัญ

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา