Official Update :

ดัชนีเชื่อมั่นฯต่ำสุดรอบ11 เดือน คลัสเตอร์โควิดทุบอุตสาหกรรมขาดแรงงาน 4 แสนคน

ส.อ.ท.ชงรัฐแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทำเอ็มโอยูจ้างต่างด้าวถูกกฏหมาย หลังคลัสเตอร์โควิด -วัคซีนล่าช้าฉุด ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ปรับตัวลดลง 2 เดือนต่อเนื่อง และต่ำสุดในรอบ 11 เดือน


นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคม 2564 อยู่ที่ระดับ 82.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 84.3 ในเดือนเมษายน 2564 และต่ำที่สุดในรอบ 11 เดือน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 โดยค่าดัชนีฯปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ยังไม่คลี่คลายและยังเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต  


ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมขาดแคลนแรงงานกว่า 4 แสนคน  ซึ่งอยู่ในกลุ่มโรงงานที่ผลิตสินค้าหรือบริการในประเทศ  ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลมีการจัดทำลงนามข้อตกลง(เอ็มโอยู)เพื่อจ้างแรงงานต่างด้าวให้เข้ามาอย่างถูกต้อง  โดยผู้ประกอบการจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขทั้งหมอ  ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อภาคการผลิตแล้ว ยังแก้ปัญหาการลักลอบหนีเข้ามาในไทย รวมถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย


“ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้แรงงานประสบกับปัญหาขาดแรงงานอยู่  4 แสนคน  ซึ่งจะอยู่ในกลุ่มก่อสร้าง อาหาร  ประมง ที่ผ่านมาก็เปิดรับสมัครคนไทย  แต่ไม่มีใครเข้ามาสมัครงาน  ดังนั้นหากทำเอ็มโอยูให้ถูกต้องทั้งกฏหมายและมาตรการสาธารณสุขก็จะเป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่งยิ่งเร็วยิ่งดี”


นอกจากนี้ปัจจัยที่ส่งผลความเชื่อมั่น คือการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนยังมีความล่าช้าและภาครัฐมีการยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังชะลอตัวและอุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวช้า


นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเผชิญกับปัญหาต้นทุน ประกอบการปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันรวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงาน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินและขาดเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ


ด้านการส่งออกยังมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และอัตราค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหาการขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรม  ยานยนต์และไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ฯ


อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านโครงการเราชนะ  ม.33 เรารักกัน และเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลายและเริ่มทยอยเปิดเมือง โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากความสามารถในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19ได้ดี และความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนให้กับประชาชน รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทำให้การส่งออกของไทยได้รับอานิสงค์มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


ทั้งนี้จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,315 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนพฤษภาคม 2564 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน ร้อยละ 57.4 และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 34.5 ส่วน


ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก ร้อยละ 60.1, อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ร้อยละ 46.0 และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ร้อยละ 45.8 ตามลำดับ


สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 92.8 จากระดับ 91.8 ในเดือนเมษายน 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนโควิด-19 ของภาครัฐซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และควบคุมสถานการณ์โควิด-19ให้คลี่คลายลง ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการลงทุนของภาครัฐ และการขยายตัวของการส่งออกจะช่วยสนับสนุนให้ภาวะเศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น


อย่างไรก็ตามได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อภาครัฐดังนี้ 1. เร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเร่งกระจายวัคซีนให้กับประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็วที่สุด 2.ออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลดเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ


3. ออกมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟ และค่าสาธารณูปโภคร้อยละ 30 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโควิดยังส่งผลกระทบต่อเนื่อง โดยเฉพาะเอสเอ็มอี  แม้จะมีสัญญาณที่กระทบลดลงก็ตาม ส่งออกยังดี เศรษฐกิจทั่วโลกดีขึ้น  4. เร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาทิ ภาคก่อสร้าง อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานโดยเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานด้านแรงงาน


แผนนำเข้าวัคซีนทางเลือก

-ไม่ได้นำเข้า 1 ล้านโดส แต่เป็นของสถาบันขอไป 3 แสนโดส ตอนนี้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อม 11 มิ.ย.จะมีแถลง เรื่องการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมอย่างไรร่วมกับกระทรวงแรงงาน
Post Today