“SSF” ครึ่งปีแรกกว่า 95% เลือดสาด-ผลงานแกว่งตั้งแต่ -55.64% ถึง +3.81... แต่ “กอง SSF-หุ้นไทย” ยังแกร่งโชว์ผลงานอยู่หัวตาราง !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) มีกองทุนที่ผลตอบแทนเป็นบวกไม่ถึง 5%


โดยมีเพียง 11 กอง เท่านั้น จาก 252 กอง ที่ยังยืนเขียวได้ ในจำนวนนี้เป็น กองตราสารตลาดเงิน ถึง 8 กอง กองทุนทองคำ 1 กอง และ กองหุ้น อีก 2 กอง


สำหรับผลตอบแทนที่ทำได้สูงสุด +3.81% และต่ำสุด -55.64% เรียกว่า...กว่า 95% เลือดสาดทั้งกระดาน !!!


เป็นผลจาก “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ในปัจจุบันผลงานไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แต่มองในอีกมุมหนึ่ง นี่ก็อาจเป้น “จังหวะที่ดี” ในการลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาวเช่นกัน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จะพาผู้อ่านและนักลงทุนมาดูความเคลื่อนไหวหรือการจัดการกองทุนรวมระยะยาว อย่าง “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) ที่ลงทุนใน “หุ้น” ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเป็นเช่นไรบ้าง



“กอง
SSF-หุ้นไทย” ผงาดยกแผง...ติดชาร์ตผลตอบแทนหัวตารางตั้งแต่ต้นปี

สำหรับ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ตั้งแต่ต้นปีมาถือว่าไม่สู้จะดีเท่าไรนัก โดยเฉพาะประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าง “สหรัฐฯ” ที่ต้องเผชิญกับตัวเลขเงินเฟ้อและนโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น


รวมถึง “ยุโรป” ที่ต้องเจอปัจจัยกดดันจากภายใน อย่างสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน จนทำให้เกิดปัญหาความขาดแคลนสินค้าอุปโภคอย่างหลายที่ตามมา รวมถึงอีกหลายตลาดทั่วโลกต่างอยู่ในทิศทางของการปรับตัวลง มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันออกไป


“ซึ่ง ‘ตลาดหหุ้นไทย ก็เป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จนทำให้ดัชนีและราคาหุ้นมีการปรับตัวลงในบางช่วงหรือก็มีความผันผวนมากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังถือเป็นตลาดที่ดูดีกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศอยู่มากพอสมควร จึงไม่น่าแปลกใจว่า กอง SSF-หุ้น ที่ยังมีผลตอบแทนเป็นบวกได้ตั้งแต่ช่วงต้นปีมานั้น จะเป็นกองที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยนั่นเอง และยังเป็นกลุ่มกองทุนที่อยู่หัวตารางด้วยเช่นกัน”



TISCOWB-SSF” แชมป์กลุ่มกอง SSF-หุ้น...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี +3.81%

โดย “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) ที่ลงทุนใน “หุ้น” ที่เราจะหยิบยกขึ้นมาในครั้งนี้ จะเป็นกองที่มีผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันดีที่สุดในกลุ่ม 5 อันดับแรก ซึ่งมีนโยบายลงทุนใน “หุ้นไทย” ทั้งสิ้น


เริ่มจาก “กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทย Well-being ชนิดหน่วยลงทุนเพื่อการออม” หรือ TISCOWB-SSF ที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้ +3.81%


“ภายใต้นโยบายการลงทุนที่เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ด้วยเกณฑ์คัดเลือกหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-being (SETWB)





สำหรับดัชนี SET Well-being (SETWB) เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวด ได้แก่ หมวดธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) หมวดธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) หมวดธุรกิจแฟชั่น (Fashion) หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) หมวดธุรกิจการแพทย์ (Health Care Service) หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ (Tourism & Leisure) และหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics)


ถัดมาเป็น “กองทุนเปิดเคเคพี แอ็กทิฟ อิควิตี้ ชนิดเพื่อการออม” หรือ KKP ACT EQ-SSF ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +0.65%


“ที่จะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management


ต่อมาจะเป็นกองทุน SSF-หุ้น ที่ติดใน 5 อันดับเช่นเดียวกันแต่จะอยู่ในแดนลบที่น้อยที่สุด อย่าง  “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นไทยเพื่อการออม” หรือ BEQSSF ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -0.40%


“ที่นโยบายลงทุนจะเฉลี่ยลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นหลัก”


และอีกหนึ่งกองทุนที่ตามมาติดกันก็คือ “กองทุนผสมบัวหลวง 70/30 เพื่อการออม” หรือ BM70SSF ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -0.64%


 “ที่ส่วนหนึ่งจะลงทุนในหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แต่จะไม่ครอบคลุมการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO อีกส่วนจะลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารการเงิน เงินฝาก ทรัพย์สินทางเลือก หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นใดและหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ”


สุดท้ายกองทุนเราหยิบยกมาเป็น “กองทุนเปิด กรุงศรีเอ็นแฮนซ์เซ็ท 50-เพื่อการออม” หรือ KFENS50SSF ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -1.45%


“ที่จะลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 เป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ สถาบันการเงิน บริษัทเอกชน หรือเงินฝากธนาคาร”


ถึงแม้ว่าจะเป็นกองทุน 5 อันดับแรกที่ผลงานดีสุดในกลุ่มก็ไม่สามารถเอาชนะภาวะตลาดในปัจจุบันได้ ซึ่งนักลงทุนหลายคนก็อาจจะมีความกังวลและไม่กล้าที่จะลงทุน แต่ในขณะเดียวกันด้วยนโยบายกองทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในระยะยาวก็อาจจะต้องมองภาพในระยะยาวขึ้น ในอีกมุมหนึ่งนี่อาจเป็น “จังหวะการลงทุน” ที่ดีได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อ “กอง SSF-หุ้น” มีแต้มต่อทางภาษี 5-37% (ขึ้นกับฐานภาษีของตัวเอง) ตุนเอาไว้อยู่แล้วด้วย เรียกว่า...ให้ตลาดย่อลงไปได้ 5-37% ก็ยังอุ่นใจได้

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 17 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us