Official Update :

“กับดัก” ลงทุนระยะยาว-ไม่ระวัง “ผลตอบแทนยับได้”... เปิด “27 กองทุน” ผลตอบแทน 10 ปี 'ติดลบ' เป็น Negative Return !!!

สาระ Fund วันละนิด: การลงทุนทุกคนย่อมแสวงหา “ผลตอบแทน” ที่ดีกว่า อย่างน้อยก็ควรจะต้องดีกว่า “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ไม่งั้นจะเสียเวลามาลงทุนทำไม เอาเงินไปฝากแบงก์กินดอกเบี้ยสบายๆ ไม่ดีกว่าหรือ?


และอีกเป้าหมายที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็ควรจะดีกว่า “เงินเฟ้อ” โดยเฉพาะในช่วงเงินเฟ้อสูงเช่นนี้ ไม่งั้นเงินเฟ้อจะกัดกร่อนอำนาจซื้อของเงินในกระเป๋าตังก์ลงทำให้เรา “จนลงโดยไม่รู้ตัว” เอาง่ายๆ เช่นกัน


หนึ่งในคำแนะนำการลงทุนที่มักจะได้ยินเสมอๆ ก็คือ “การลงทุนระยะยาว” !!!


โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง เช่น “หุ้น” การลงทุนระยะยาวยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนประเภทอื่นโดยเปรียบเทียบ ในภาพรวมก็ยังใช้ได้ดีสำหรับกลยุทธ์นี้


แต่ก็ไม่เสมอไปเช่นกันนะ...จากการสำรวจการลงทุนระยะยาวช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา พบว่ามี “27 กองทุน” จาก 8 กลุ่มกองทุนที่ให้ผลตอบแทน “ติดลบ” เป็น Negative Return” (แม้จำนวนจะไม่มาก...แต่ก็มีอยู่จริง)


เฉพาะที่ติดลบมากกว่า -3% ต่อปี มีอยู่ 9 กองทุน คิดเล่นๆ ลงทุนระยะยาว 10 ปี แค่ -3% ต่อปี เงินหายไปแล้วประมาณ 26% จาก 100 บาท เหลือประมาณ 74 บาท เท่านั้น !!!


“การลงทุนระยะยาว” อาจไม่ใช่ยาวิเศษที่เป็นคำตอบสำหรับทุกอย่างอีกต่อไป ทั้ง 27 กองทุนที่มีผลตอบแทนช่วง 10 ปี เป็น Negative Return นั้น มีอะไรกันบ้าง ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย



 

I-OIL” กลุ่ม ‘กองทุนน้ำมัน’...แชมป์ผลตอบแทน 10 ปี ยับสุด -7.92% ต่อปี

จาก 27 กองทุน ที่มีผลตอบแทน “ติดลบ” เป็น Negative Return” ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิ.ย. 22) กลุ่มหลักจะเป็น “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” มีถึง 16 กอง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% อีก 40% เป็น “กองหุ้น” โดยแบ่งเป็น 8 ประกลุ่มกองทุน ได้แก่


-กองทุนน้ำมัน เป็นกลุ่มกองทุนที่ลงทุนผ่าน “กองทุนหลัก” ที่มีนโยบายลงทุนใน “สัญญาฟิวเจอร์สของน้ำมันดิบโลก” ซึ่งส่วนใหญ่จะอ้างอิง WTI เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันมากที่สุด มีด้วยกัน 7 กอง ผลตอบแทนติดลบระหว่าง -2.30% ต่อปี ถึง -7.92% ต่อปี


“และกองทุนที่มีผลตอบแทนช่วง 10 ปี ติดลบมากสุด ก็อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ I-OIL -7.92% ต่อปี, KF-OIL -3.78% ต่อปี, ASP-OIL -3.70% ต่อปี, TISCOOIL -3.00% ต่อปี, KT-OIL -2.47% ต่อปี, TMBOIL -2.41% ต่อปี และ K-OIL -2.30% ต่อปี”


-กองทุนทองคำ เป็นกลุ่มกองทุนที่ลงทุนผ่าน “กองทุนหลัก” Spider Gold Trust ที่มีนโยบายลงทุนใน “ทองคำแท่งโลก” เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับราคาทองคำโลก มีด้วยกัน 7 กอง ผลตอบแทนติดลบระหว่าง -0.03% ต่อปี ถึง -1.67% ต่อปี


“ได้แก่ KKP GOLD ผลตอบแทนติดลบ -1.67% ต่อปี, I-GOLD7S2 -1.23% ต่อปี, I-GOLD7S3 -1.10% ต่อปี, KFGOLDRMF -0.97% ต่อปี, GOLD-RMF-A -0.24% ต่อปี, ASP-GOLD -0.14% ต่อปี และ TGOLDRMF -0.03% ต่อปี”


-Foreign Investment Miscellaneous เป็นอีกกลุ่มที่ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์โดยลงทุนผ่าน “กองทุนหลัก” มีด้วยกัน 2 กอง ได้แก่ K-AGRI เน้นลงทุนในในฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีที่สะท้อนถึงมูลค่าตลาดของสินค้าเกษตรกรรม ผลตอบแทนติดลบ -3.12% ต่อปี และ UOBSC ที่เน้นลงทนในตลาดสินคาโภคภัณฑ์ทางการเกษตร, โลหะทีมค่า และพลังงาน ผลตอบแทนติดลบ -1.47% ต่อปี


สำหรับ สินค้าโภคภัณฑ์ มีรอบการเคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ และนักลงทุนที่สนใจอาจจะถือไว้เพื่อ กระจายความเสี่ยง ให้กับพอร์ตการลงทุนเป็นหลัก”





I-ASEAN STAR 10” กลุ่ม ‘กองหุ้นอาเซียน’ ผลตอบแทน 10 ปี ร่วงหนักสุด ‘ฝ่ายหุ้น’ -7.60% ต่อปี

-Global Sector Focus Equity เป็น “กองทุนหุ้น” ที่โฟกัสเฉพาะธุรกิจยังคงมากับธีมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำที่เกี่ยวกับพลังงานและโลหะมีค่า มี 3 กอง ได้แก่ KT-PRECIOUS ผลตอบแทนติดลบ -2.71% ต่อปี, KT-MINING -1.61% ต่อปี และ KT-ENERGY -0.09% ต่อปี


-กองหุ้นจีน อีกหนึ่งกองหุ้นยอดนิยมของนักลงทุนไทย มี 3 กองที่ผลตอบแทน 10 ปี ติดลบ ได้แก่ ONE-CHINA ผลตอบแทนติดลบ -2.19% ต่อปี, KF-CHINA -1.79% ต่อปี และ TISCOCH -1.43% ต่อปี


-กองหุ้นตลาดเกิดใหม่ มีอยู่ 3 กอง แต่เน้นไปตลาดเกิดใหม่คนละภูมิภาค โดย 2 กองแรกเน้นไปที่ภูมิภาค “ลาตินอเมริกา” ได้แก่ TISCOLAF ผลตอบแทนติดลบ -5.38% ต่อปี และ KF-LATAM -3.37% ต่อปี ส่วน KWI EE EURO เน้นไปที่ภูมิภาค “ยุโรปตะวันออก” ผลตอบแทนติดลบ -4.86% ต่อปี


-กองหุ้นอาเซียน มี 1 กองและเป็นกองที่มีผลตอบแทนติดลบมากสุดในกลุ่มที่ลงทุนใน “หุ้น” ได้แก่ I-ASEAN STAR 10 ผลตอบแทนติดลบ -7.60% ต่อปี เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม เป็นต้น 


-Global Allocation เป็นกลุ่มสุดท้ายมี 1 กอง ได้แก่ MGS เน้นลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ผลตอบแทนติดลบ -0.65% ต่อปี


ทั้งหมดนี้ คือ “27 กองทุน” ที่ผลตอบแทนช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา “ติดลบ” เป็น “Negative Return” ซึ่งหากใครถือลงทุนระยะยาวไว้ เงินก็ยากที่จะลอกเงยได้เช่นกัน ดังนั้น กลยุทธ์ “การลงทุนระยะยาว” ในท้ายที่สุดก็คงต้องเลือกกองทุนด้วยเช่นกัน ในส่วนของ “สินค้าโภคภัณฑ์” ที่ได้ชื่อว่าต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ดี ก็อาจไม่เหมาะจะเป็น “Core Port” แต่เหมาะกับการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนมากกว่า ถ้าหลับหูหลับตาถือยาวแบบไม่ดูอะไรก็อาจจะยับได้เช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’