“หุ้นจีน” เตรียมออกจากภาวะ ‘หมีจำศีล’ สู่ ‘ตลาดกระทิง’… ช่วงเดือนที่ผ่านมา “วิ่งบวก” สวน ‘ตลาดโลก’ ที่ยังร่วงต่อเนื่อง !!!
Fun of Funds: “จีน” หนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในฝั่ง “ตลาดหุ้นกำลังพัฒนา” และยังใหญ่เป็น ‘อันดับ2’ ของโลกรองจากสหรัฐ ในส่วนของ “ตลาดหุ้นจีน” ก็กำลังมีความสำคัญมากขึ้นในตลาดโลก จึงทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นจีน” เจอมรสุมปัจจัยลบต่างๆ มากมายจนทำให้ราคาปรับตัวลดลงอย่างมากและนักลงทุนเองก็ ‘หลีกเลี่ยง’ หรือ ‘มองข้าม’ ตลาดไป
แต่ก็ยังบางคนที่ยังให้ความสนใจที่จะลงทุนพร้อมกับการ ‘หาจังหวะ’ และ ‘โอกาส’ ที่จะกลับไปเข้าสร้างผลตอบแทนอีกครั้ง ยิ่งในเฉพาะช่วงที่ “ตลาดหุ้นฝั่งพัฒนาแล้ว” เกิดความผันผวนอย่างหนัก
และดูเหมือนว่าโอกาสนั้นน่าจะมาถึงแล้ว หลังช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นจีน” ดัชนี CSI300 พุ่งทะยาน +7.92% สวนทางกับ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ที่ดำดิ่งทิ้งตัวต่อเนื่อง ดัชนี S&P500 -7.18% และ Nasdaq -7.74% เตรียมออกจากภาวะหมีจำศีลสู่ “ตลาดกระทิง” อีกครั้ง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้นำมุมมองการลงทุนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
ชี้ “หุ้นจีน” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง...หลังรัฐเลิกเข้มงวด-พร้อมสนับสนุนศก.และตลาดทุน
มรสุมปัจจัยลบที่ถาโถมเข้าสู่ “ตลาดหุ้นจีน” มาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมานั้น แม้ภาพในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาตลาดจะปรับตัวขึ้นมาฉีกตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐได้ แต่ภาพรวมของ “กองหุ้นจีน” ทั้ง 104 กอง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 65) ส่วนใหญ่กว่า 97% หรือ 101 กองยังคง ‘ติดลบ’ มีเพียง 3 กองเท่านั้น ที่ผลตอบแทนเป็น ‘บวก’ โดยผลตอบแทนที่ทำได้อยู่ระหว่าง -22.95% ถึง +1.98% ขึ้นกับนโยบายของกองทุนแต่ละกองเป็นสำคัญ
โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ก็ได้ให้มุมมองว่า “ตลาดหุ้นจีน” เริ่มมีความสนใจมากขึ้นหรือใช้เป็นหลบภัยได้ หลังจากที่โดนปัจจัยลบต่างๆ กระแทกให้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาค่อนข้างแรงจนให้มูลค่าหุ้นกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสมหรือ P/E อยู่เพียง 11-12 เท่า
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ขณะเดียวกันนโยบายเศรษฐกิจของทางประเทศจีนเริ่มกลับขา หลังจากที่นายก ‘สี จิ้นผิง’ เริ่มกลับมาส่งสัญญาณที่จะดำเนินนโยบายช่วยสนับสนุนธุรกิจเทคโนโลยี เนื่องจากสัดส่วนเศรษฐกิจกว่าครึ่งเกี่ยวกับ ดิจิทัลโอโคโนมิค จึงต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตตามเป้าหมายที่ 5.5% ด้านนโยบายดอกเบี้ยก็มีทิศทางที่สวนทางกับตลาดโลกหรือเป็นดอกเบี้ยขาลง”
รวมไปถึงนโยบายที่คุมเข้มในธุรกิจต่างก็เริ่มย้อนกลับจึงทำให้มีการพูดบริษัท ant financial จะกลับมาไอพีโอได้อีกครั้ง พร้อมกับการผ่อนคลายนโยบายที่เป็นตัวคุมกำหนดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มมีส่งสัญญาณการปล่อยและผลักดันปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้คนมากขึ้น
คาด “หุ้นจีน” ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลัง 3 เดือนที่ผ่านมาบวกสวน “ตลาดหุ้นโลก”...ชูกลุ่ม “บริโภคในปท.” & “EV” เด่นสุด
“ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านตลาดหุ้นจีนผลงานค่อนข้างดีกว่าตลาดโลก ซึ่งการรีบาวด์การถึงปัจจุบันก็ยังเป็นระดับที่ยังไม่ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าจุดที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 รอบใหม่ จึงประเมินว่าตลาดยังมีอัพไซต์อีกค่อนข้างเยอะซึ่งถ้าประกอบกับปัจจัยนโยบายที่สวนทางกับโลก จะเป็นอัพไซต์เพิ่มให้แก่ตลาด”

“ตลาดหุ้นจีน” ในปัจจุบันประเมินว่าเป็นระดับที่ “ผ่านจุดต่ำสุด” มาได้แล้ว ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นที่ค่อนข้างจะเฟอร์ฟอร์มนั้นก็ยังเป็นจุดตลาดยังไปได้ต่อเมื่อเทียบกับจุดเดิมก่อนที่ตลาดจะปรับตัวลงมา จึงมีอัพไซด์ได้อีกมากและด้วยนโยบายที่เป็นใจให้แก่นักลงทุนจึงเป็นหลุมหลบภัยได้อย่าง
สำหรับธีมการลงทุนที่น่าสนใจและให้คำแนะนำ จะเป็นที่เกี่ยวกับ “การบริโภคภายในประเทศ” ทั้งในสินค้าที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตและสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งสามารถลงทุนได้ผ่าน “กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล คอนซูเมอร์” (TISCOGC) และอีกธีมลงทุนผ่าน “ธุรกิจ EV” ที่รัฐบาลจีนมีการผลักดันค่อนข้างสูงรวมถึงราคาพลังงานที่เพิ่มสูงจะเป็นตัวช่วยให้คนหันมาใช้งานมากขึ้น
“ที่ผ่านมาผลตอบแทนใน ‘กองหุ้นจีน’ มีการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยกดดันภายในประเทศ แต่หลังจากที่ปัจจัยต่างๆ คลี่คลายลงก็ทำให้ความน่าสนใจกลับมาด้วยเช่นกัน และทำท่าว่ากำลังจะออกจากภาวะ ‘ตลาดหมี’ เข้าสู่ ‘ตลาดกระทิง’ ได้อีกครั้ง”
