“KF-HCHINAD”…ลุย “หุ้นจีน” แบบ 3 in 1 ในตลาด “Greater China”… รับการฟื้นตัวสู่ “ตลาดกระทิง” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้ยังคงอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นจีน” (Greater China Equity) ที่มีจุดเด่นโฟกัสใน “Greater China” ซึ่งประกอบด้วยจีน, ไต้หวัน และฮ่องกง เป็นหลัก
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา “หุ้นจีน” ได้ปรับตัวสวนทางกับตลาดหลักอย่างสหรัฐและหุ้นโลกชัดเจน และคาดว่ากำลังจะกลับมาเป็น “ตลาดกระทิง” อีกครั้ง
นอกจาก “หุ้นจีน” ที่โลกกำลังจับตามองแล้ว ด้าน “มาร์ค โมเบียส” เจ้าพ่อตลาดเกิดใหม่เองก็ชู “ไต้หวัน” เป็นอีกเป้าหมายการลงทุนที่น่าสนใน นอกเหนือไปจาก “อินเดีย” ด้วย
ถ้าจะลงทุนให้ได้ครบแบบ 3 in 1 ในตลาดหุ้นจีน “Greater China” เป็นภูมิภาคที่ตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่ง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีกองทุนรวมในกลุ่ม “Greater China” ที่น่าสนใจโดยล้อไปกับธีมการลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” ที่อาจจะเป็นที่หมายปองของผู้อ่านและผู้ลงทุนมาฝากกัน
“KF-HCHINAD”...โอกาสลงทุนหุ้นจีนคุณภาพดีในตลาด “Greater China”
“ตลาดหุ้นจีน” ได้เป็นที่พูดถึงในวงสนทนากันอีกครั้ง หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญและกูรูต่างๆ เริ่มหันกลับมาให้ความสนใจด้วยนโยบายการเงินที่สวนทางกับโลกและการฟื้นตัวจากการคลายล็อกดาวน์อีกครั้ง
ในช่วงเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ได้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดกลุ่ม “Greater China” อย่างชัดเจน ตลาดฮ่องกง +0.92%, หุ้นจีน +5.71% ในขณะที่หุ้นไต้หวัน -15.25%
จึงเป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนกลับมาทบทวนการลงทุนอีกครั้ง แต่การลงทุนจะเข้าหุ้นการคัดสรรหุ้นรายตัวเลือกด้วยเองก็ไม่ใช่เลือกที่ง่ายดายโดยเฉพาะในตลาดหุ้นต่างประเทศ
“ซึ่งเครื่องมือที่รองรับการบริการให้แก่นักลงทุนไทยก็จะมี ‘กองทุนรวม’ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกพร้อมกับมีผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการเงินลงทุนให้”

โดยกองทุนที่เราหยิบมามีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล” หรือ “KF-HCHINAD” หนึ่งในกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด’ ซึ่งมีความแตกต่างและโดดเด่นอย่างการเป็นที่ยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” จัดเรทติ้งให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
ซึ่งมีการจัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที 1,171,778,819 บาทและมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 8.69 บาทต่อหน่วย
โดยเป็นกองทุนแบบ Feeder Fund หรือลงทุนกองทุนต่างประเทศเพียงกองเดียวเป็นหลัก ได้แก่ กองทุน “FSSA Greater China Growth Fund” ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีโครงสร้างการบริหารที่แข็งแกร่งและมีความแตกต่างทางธุรกิจ มีอำนาจต่อรองด้านราคา มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจและสมเหตุสมผลในตลาดหุ้นจีน ฮ่องกง ไต้หวัน
“ซึ่งจุดเด่นของกองดังกล่าว ยังได้มีการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ พร้อมกับการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถืออย่างนโยบายการจ่ายปันผลไม่เกินปีละ 12 ครั้ง ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนก็ได้มีการจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 12 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 4.35 บาทต่อหน่วย”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” & “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง KF-HCHINAD’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นหลัก
ซึ่งหากแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนตาม Chare Class ของกองทุนหลัก 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 31 พ.ค. 65) ประกอบด้วย ดังนี้
-Taiwan 26.7%
-Hong Kong 17.8%
-China A Shares 15.7%
-P Chip 15.5%
-Red Chips 9.6%
โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด ได้แก่
-Information Technology 23.5%
-Consumer Discretionary 19.6%
-Industrials 14.7%
-Financials 13.2%
-Health Care 6.6%
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน KF-HCHINAD ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ณ วันที่ 31 พ.ค. 65) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 4.40% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 1.06% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 18.94% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.14% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลัง กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -34.35%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ระบุขั้นไว้ที่ 500 บาทหรือ 50 หน่วย ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทําการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จํากัดทุกสาขา หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application
“นักลงทุนที่ยังจดๆ จ้องๆ การลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นจีน’ แต่ยังตัดสินใจว่าจะลงทุนผ่านรูปแบบใดนั้น การลงทุนผ่านกองทุนรวมก็เป็นตัวเลือกที่ง่ายและอำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างดี หรืออาจจจะใช้ ‘KF-HCHINAD’ เข้ามาตัวช่วยเสริมก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ด้วยการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการสร้างรายได้เพิ่มเติมอย่าเงินปันผลให้อีกด้วย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
