ชี้ “ตลาดหุ้นกู้” ยังไม่วาย-โอกาสดีของนักลงทุนไทย... คาดทั้งปีออกคึกคักลุ้นแตะ 1.2 ล้านล้านบาท ทุบสถิติ “All Time High” !!!
สาระ Fund วันละนิด: ช่วงครึ่งแรกของปี22 จะเห็นการเสนอขาย “หุ้นกู้” ออกมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปรากฎการณ์ในช่วงดอกเบี้ยเงินฝากต่ำและสภาพคล่องยังล้นระบบ
นักลงทุนต่างหนีตายจากดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ในขณะที่ “ผู้ประกอบการเอง” ก็ใช้จังหวะดอกเบี้ยต่ำ “ล็อกต้นทุน” ด้วยการออกหุ้นกู้กันอย่างคึกคัก ถือว่าเป็นภาวะ “Win-Win Solution” ทั้งฝั่งผู้ออกและผู้ลงทุนอย่างลงตัว
ทำให้ยอดออก “หุ้นกู้ระยะยาว” ช่วงครึ่งแรกของปี22 มีมูลค่า 660,121 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของมูลค่าการออกทั้งปี21 เลยทีเดียว หรือเป็นการออกเพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
และใครที่คิดว่า “ตลาดกำลังจะวาย”...เพราะแบงก์ชาติกำลังจะขยับขึ้นดอกเบี้ยนั้น ก็ลืมไปได้เลย ทาง “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” (ThaiBMA) บอกว่า...ยังห่างไกลจากคำว่า “ตลาดวาย” มากนัก
ในส่วนของ “เงินทุนต่างชาติ” ในตลาดตราสารหนี้ไทยนั้น ครึ่งปีแรกลดลงสุทธิ 5,175 ล้านบาท ตรงข้ามกับฝั่งของ “ตลาดหุ้นไทย” ที่ซื้อสุทธิกว่า 1.1 แสนล้านบาท และภาพรวมในช่วงที่เหลือของปียังน่าจะไหลออกต่อเนื่อง
ทิศทางของ “ตลาดตราสารหนี้” จะเป็นยังไง วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลและมุมมองที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกัน
ชี้ “ต่างชาติ” ในตลาดตราสารหนี้ไทยมีไม่มากเพียง 7%...ส่วนใหญ่ลงทุนยาว มองครึ่งหลังแนวโน้มยังไหลออกสุทธิแต่ไม่กระทบตลาด
ช่วงครึ่งปีหลังทางฝั่ง “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) เองก็ยังคงส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ 1.50-1.75% ในขณะที่ไทยอยู่ที่ 0.5% ต่างกันอยู่ 1-1.25% และหาก FED ขึ้นเร็วและแรงโดยที่ไทยขยับในอัตราที่น้อยกว่า ส่วนต่างก็จะยิ่งถ่างขึ้นและอาจส่งผลต่อเงินทุนต่างชาติให้ไหลออกต่อเนื่องได้นั้น

“ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ยอมรับว่า ทิศทางเงินต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่จะไหลออกต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากส่วนต่างของดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและไทยเองในตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ก็ไม่ได้เป็นภาพที่น่ากังวลแต่ประการใด เพราะสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยไม่ได้มาก ณ มิ.ย. 22 มียอดถือครองตราสารหนี้ไทยอยู่ 1.03 ล้านล้านบาท คิดเป็น 7% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ถือครอง 8.4 ปี

(ดร.สมจินต์ ศรไพศาล)
“ต่างชาติที่ลงทุนในตราสารหนี้ไทยส่วนใหญ่จะลงทุนระยะยาวเป็นหลัก ซึ่งจะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาเงินระยะยาวตรงนี้ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่ส่วนที่เคลื่อนไหวไหลเข้าออกสุทธินั้นจะเป้นตราสารหนี้ระยะสั้นต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งสิ้นเดือนมิ.ย. มีอยู่ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งในภาพรวมคงไม่ส่งผลกระทบอะไรกับตลาดตราสารหนี้ไทยและการไหลออกก็คงไม่ได้ออกไปทั้งหมดเช่นกัน ซึ่งเรื่องของปัจจัยที่มีผลต่อเงินต่างชาตินั้นมีสารพัดปัจจัยไม่ใช่มีแค่เพียงเรื่องของดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ในภาพรวมไม่น่ากังวลแต่ประการใด”
บริษัท “ล็อกต้นทุน” แห่ออกหุ้นกู้...โอกาสของ “นักลงทุนไทย”
ส่วนการที่แบงก์ชาติจะขยับดอกเบี้ยตาม FED เพื่อไม่ให้ส่วนต่างดอกเบี้ยต่างกันมากเกินไปนั้น จะทำให้ “ตลาดหุ้นกู้วายหรือป่าว?”
“อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) มองว่า ตลาดหุ้นกู้ยังห่างไกลจากคำว่า “ตลาดวาย” อีกไกล แม้ดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มจะขยับขึ้นแต่ก็ยังถือว่าต่ำและยังคงเป็นจังหวะที่ดีในการ “ล็อกต้นทุน” การเงินของผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากในช่วงครึ่งแรกของปี22 มี “ผู้ออกรายใหม่” ถึง 14 บริษัท กระจายใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีเพียง 7 บริษัทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี โดยพบว่าอายุการออกก็ยาวขึ้นเป็น 5.07 ปี จากในปี21 ที่ 4.68 ปี เท่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นกู้ที่เป็น Investment Grade มีอายุการออกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นชัดเจนเป็น 5.29 ปี ในขณะที่กลุ่ม High Yield อายุการออกไม่เปลี่ยนแปลงเฉลี่ย 2.38 ปี

(อริยา ติรณะประกิจ)
“ตลาดหุ้นกู้ไทยเป็นตลาด Investment Grade เป็นส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงครึ่งแรกของปี22 นี้ หุ้นกู้เรทติ้งดีๆ AAA มีการนำมากระจายขายนักลงทุนทั่วไปด้วยกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปมีโอกาสเข้าถึงหุ้นกู้คุณภาพดี จากที่เมื่อก่อนจะขายแต่กลุ่มนักลงทุนสถาบันเท่านั้น หรือการขายหุ้นกู้ผ่านระบบ Digital ที่เพิ่มขึ้นเป็น 4 รายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จากปีก่อนที่มีเพียง 1 รายเท่านั้น และยังน่าจะมีอีกในช่วงที่เหลือของปีก็เป็นสัญญาณที่ดีเช่นกันทำให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้ได้”
“ผลตอบแทนหุ้นกู้” ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกเครดิต...คาด “ยอดออกหุ้นกู้” ทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.2 ล้านล้านบาท ทำ “All Time High”
ที่น่าสังเหตุคือมีหุ้นกู้ที่เป็น “Callable Bond” เพิ่มขึ้นเป็น 10% เพื่อเป็นออพชั่นให้กับผู้ออกในอนาคต หากดอกเบี้ยในตลาดปรับลดลง เขาก็อาจจะใช้สิทธิซื้อคืนก่อนได้เพื่อไปออกใหม่ในต้นทุนที่ถูกกว่า หรือกลุ่ม “High Yield” เอง ตราสารที่มีหลักประกันก็มีสัดส่วนลดลงเหลือ 54% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 68% สะท้อนว่า...ตลาดเองเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น

“ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ออกหุ้นกู้อย่างสม่ำเสมอก็ยังคงออกอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี22 จะเห็นการกลับมาออกของ ‘กลุ่มพลังงาน’ และ ‘ปิโตรเคมี’ เพิ่มขึ้นชัดเจน ซึ่งในมุมกลับก็เป็นโอกาสดีของนักลงทุนเช่นกัน เพราะ ‘เส้นอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้เอกชน’ ปรับเพิ่มสูงขึ้นในทุกอันดับเครดิตในช่วงครึ่งแรกปี22 นี้”
ด้วยมูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวในครึ่งปีแรกแล้วกว่า “6 แสนล้านบาท” ประกอบกับส่วนที่จะออกเพื่อทดแทนรุ่นที่ครบกำหนดไถ่ถอนในครึ่งหลังของปี ทำให้คาดว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวในปีนี้จะทะลุ 1 ล้านล้านบาทได้เป็นปีที่สาม โดยมีโอกาสที่จะไปแตะระดับ 1.2 ล้านล้านบาท ทำสถิติการออก “สูงสุดใหม่” (All Time High) ได้เช่นกัน หากเศรษฐกิจไทยมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่า “หุ้นกู้” ตลาดนี้ก็ยังจะเป้นทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทยต่อเนื่องไปอีก ยังไม่วายลงแต่ประการใด
