Official Update :

“โครงสร้างพื้นฐาน” ปัจจัยที่5 ของคนทั่วโลก... ทางเลือกการลงทุนที่ไม่หวั่น “เงินเฟ้อ”- ไม่กลัว “ศก.ถดถอย” !!!

Fun of Funds: เผลอแป่บเดียว วงจรเศรษฐกิจก็กำลังเข้าสู่ภาวะ Stagflation” ที่เงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอตัวเสียแล้ว


“ดอกเบี้ยขึ้น เงินเฟ้อสูง สงครามยูเครน” ที่อาจจะตามมาด้วย “เศรษฐกิจชะลอตัว” (Recession) ถ้าเบรกหนักจนหัวทิ่ม แน่นอน....เป็นสิ่งที่นักลงทุนกังวล


นักลงทุนหลายคนอาจจะเริ่มผ่านหูผ่านตากับธีมการลงทุนหุ้น Defensive” ในการฝ่าวิกฤติช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนและเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณที่จะชะลอตัวลงเช่นนี้


ซึ่งนอกจากหุ้น “กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโลก” (Global Infrastructure) ก็ถือเป็นสินทรัพย์ที่เข้ากับธีมลงทุนดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่เป็นดั่ง “หลุมหลบภัย” หรือ “แหล่งพักเงิน” ในขณะที่ยังสามารถ “สร้างผลตอบแทน” สู้เงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอตัวได้เป็นอย่างดีนั่นเอง


ย้อนมองผลตอบแทนของกลุ่ม “กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโลก” ย้อนหลัง 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 22) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.40%, 3.52% ต่อปี และ 3.86% ต่อปี ตามลำดับ ถือว่าไม่เลวเลย


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้มีมุมมองการลงทุนและคำแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “กองทุนรวมที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน” มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



“โครงสร้างพื้นฐาน” ปัจจัยที่5 ของคนทั่วโลก...ไม่หวั่น “เงินเฟ้อ”- ไม่กลัว “ศก.ถดถอย”

“โครงสร้างพื้นฐาน” ปัจจัยที่5 ในการใช้ชีวิตของคนบนโลก เป็นมากกว่า “ความจำเป็น” ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการใช้ชีวิตของคนเราตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้าหลับใหลอีกครั้งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า, ประปา, ถนน, โทรคมนาคม, การกำจัดของเสีย เป็นต้น ลองนึกดูว่าวันไหนไฟดับ ประปาไม่ไหล ชีวิตนี่ “มีปัญหา” ทันที


“แม้ว่าในช่วงที่ธนาคารกลางมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางสภาวะอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวอยู่ในระดับสูง กลุ่มสินทรัพย์ อย่าง กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วโลกก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี เพราะสามารถปรับราคาให้สอดคล้องหรือสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งช่วยปกป้องผู้ลงทุนไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อนั่นเอง และไม่ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวหรือรุ่งเรือง คนทั่วโลกก็ยังคงต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นเสมือน ปัจจัยที่5 ในการดำรงชีวิตอยู่นั่นเอง”


ปัจจุบันมี “กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโลก” ให้เลือกลงทุนอยู่ 15 กอง ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเป็นไปตามสภาพตลาดโดยรวม แต่ก็ถือว่ายังแข็งแกร่งโดยทำผลตอบแทนตั้งแต่ -12.36% ถึง +0.04% และในช่วงครึ่งแรกของปี22 ก็เป็นกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงที่มีผลตอบแทนดีติด Top5” มาเป็น “อันดับ5” อีกด้วย ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย -5.33%





แนะกระจายลงทุนสู่ “โครงสร้างพื้นฐาน”...รับมือ
‘ศก.ถดถอย’

โดย ยุทธวีร์ ชื่นบรรลือสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยธนาคารยูโอบี ให้มุมมองว่า ภาพการลงทุนในปีนี้มีความท้าทายทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น


ซึ่งยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ยังต้องติดตามไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ประเทศจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยเฉพาะในประเทศจีนที่ยังใช้นโยบาย Zero COVID, ตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่สามารถปรับตัวลดลงและยาวนาน สุดท้ายนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นเร็วและแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย”


“จึงทำให้นักลงทุนจะต้องทบทวนการลงทุนแบบดั้งเดิมจากที่เป็น Search for yield ก็อาจจะต้องกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ มากขึ้นไม่ใช่แค่เพียงหุ้นและตราสารหนี้ เนื่องจากทุกวัฏจักรของเศรษฐกิจมีโอกาสลงทุนได้เสมอซึ่งกลุ่มที่น่าสนใจจะประกอบไปด้วย สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต, เฮลธ์แคร์, พลังงานและสาธารณูปโภค”



“โครงสร้างพื้นฐาน” จำเป็นต่อชีวิต-หัวใจของการพัฒนาประเทศ...ความผันผวนต่ำ-กระแสรายได้สม่ำเสมอ

ขณะที่ ชุณหวัต จิระวิชิตชัย นักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) ได้กล่าวเสริมว่า เพื่อสอดรับกับภาวะเงินเฟ้อสูงที่ยาวนานและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ทางบริษัทได้ออกกองทุนรวมที่ลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานหรือ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ซัสเทนเนเบิล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ ฟันด์” (UINFRA)


“เนื่องจาก ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ถือว่าสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ได้แก่ การผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา โครงข่ายการสื่อสารและข้อมูล ระบบการขนส่งสาธารณะ ซึ่งไม่ว่าจะในวัฏจักรแบบใดก็ยังคงมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง”


นอกจากนี้โครงสร้างพื้นฐานมีแนวโน้มเติบโตได้ดี สามารถสร้างรายได้มั่นคงและสม่ำเสมอในระยะยาว  ด้วยลักษณะของธุรกิจที่เป็นแบบกึ่งผูกขาดหรือมีผู้ขายน้อยราย จึงทำให้โครงสร้างธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานมักจะมีการทำสัญญาการให้บริการระยะยาว จึงทำให้ธุรกิจที่มีความผันผวนต่ำและคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคตได้ 


ขณะเดียวกันจากภาวะเงินเฟ้อที่มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอย่างกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคที่ต้นทุนอย่างราคาก๊าซปรับตัวสูงขึ้น สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ จึงทำให้ความสามารถในการสร้างรายได้มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปตามเงินเฟ้อ


ซึ่งนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนและมีความกังวลใน “หุ้นกลุ่มเติบโต” โดยหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยพร้อมกับการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ก็เป็นที่น่าสนใจและตอบโจทย์ได้ดีกับสถานการณ์ตลาดหุ้นในปัจจุบัน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม