“K-GHEALTH (UH)”...‘ศก.ถดถอย’ ก็ลงทุนได้-‘ศก.เติบโต’ ก็ลงทุนดี เทรนด์นี้มีแต่โต !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ในครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นสุขภาพ” (Health Care) ที่มีจุดเด่นลงทุนหุ้นธุรกิจดูแลสุขภาพทั่วโลก
เป็นหนึ่งใน “Megatrend” ของโลกที่เติบโตเป็นโลกคู่ขนานกับจักรวาลของ “สังคมผู้สูงอายุ” (Aging Society) และในอีกมิติหนึ่งก็เป็นหุ้นในกลุ่ม “Defensive” ที่ตอบโจทย์ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อสูงเช่นเดียวกัน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอถือโอกาสนำเสนอข้อมูลกองทุนเกี่ยวกับ “กองหุ้นเฮลธ์แคร์ทั่วโลก” มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“K-GHEALTH (UH)”...ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างหุ้น Healthcare แบบ ‘ดั้งเดิม’ & ‘แบบใหม่’
ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนขึ้นทั่วโลกทั้งจากประเด็นตัวเลขเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยเองก็เข้าสู่ขาขึ้น และสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนก็ยังยืดเยื้อ
จึงทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เกิดความกังวลและเลือกที่จะรอจังหวะเข้าลงทุน แต่ก็มีนักลงทุนบางกลุ่มที่ใช้จังหวะที่มีตลาดผันผวนทยอยเก็บธีมการลงทุน “Defensive” อย่างธีม “เฮลธ์แคร์” (Healthcare) ที่นักลงทุนสามารถจับจองหรือสร้างโอกาสเพิ่มผลตอบแทนได้ง่ายๆ ผ่านรูปแบบของ “กองทุนรวม” ในปัจจุบัน
ซึ่งกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของหุ้นสุขภาพ “แบบเก่า” และ “แบบใหม่” จึงมีบุคลิกทั้งความเป็นสไตล์ของ “Defensive” และ “Growth” ควบคู่กันไปแบบ 2 in 1 ที่สามารถลงทุนได้ยาวๆ ในทุกภาวะเศรษฐกิจเลยทีเดียว

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน Unhedged” หรือ “K-GHEALTH (UH)” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ ซึ่งเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5ดาว”
ในส่วนของรายละเอียดของกองนั้นเป็นประเภท Feeder Fund หรือลงทุนในหน่วยลงทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวแต่กองทุนจะไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน คือ ‘JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) – USD’ ที่มีนโยบจะลงทุนในหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจดูแลสุขภาพทั่วโลกไม่น้อยกว่า 67% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน
ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2558 ซึ่งในปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 กรรกฎาคม 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 582,268,894 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 12.77 บาทต่อหน่วย
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” & “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง K-GHEALTH (UH)’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นหลัก
ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ที่กองทุนหลักลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรกในปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565) ประกอบไปด้วย
-ธุรกิจที่เกี่ยวกับยา 31.9%
-ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ 26.2%
-ธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพ 20.7%
-ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ 19.0%
-อื่นๆ 2.2%
และหากแบ่งตามภูมิภาคประกอบด้วย
-North America 78.3%
-Europe & Middle East ex UK 10.9%
-United Kingdom 6.4%
-Japan 1.6%
-Emerging Markets 0.6%
“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง K-GHEALTH(UH) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 65) นั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 5.95% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 8.53% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 16.48% ต่อปี (ดัชนีชีวัด 15.44% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -22.77%”
อีกหนึ่งความน่าสนใจของกองอีกหนึ่งอย่างนั้น คือ นโยบายการ “จ่ายเงินปันผล” ที่จะจ่ายปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง รอบการพิจารณาปันผลทุกสิ้นเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคมของทุกปี ซึ่งตั้งแต่จัดกองทุนมานั้นเคยจ่ายปันผลทั้งหมด 11 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2.20 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ลงทุนมา
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน K-GHEALTH (UH) กองทุนได้มีเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+4)
ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ K PLUS
“การลงทุนในหุ้นธีม ‘Defensive’ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการฝ่าวิกฤตช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนซึ่งจะใช้เป็นที่พักเงินควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้ ‘จังหวะการลงทุน’ ของคุณสะดุดไปแต่ประการใด และเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ‘หุ้น Healthcare’ ก็ยังจะเติบโตตามเศรษฐกิจต่อเนื่องไปได้เช่นเดียวกัน จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการลงทุนระยะยาวสมกับเป็นหนึ่งใน ‘Megatrend’ ได้อย่างแท้จริง”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
