Official Update :

“ศก.แบบนี้” จะลงทุนอะไรดี?… ง่ายๆ “โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก” & “Healthcare” ทางเลือกที่ตอบโจทย์ !!!

Fund Manager View: ในช่วง “เงินเฟ้อสูง” และ “เศรษฐกิจชะลอตัว” เช่นนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ดีและทนทานต่อเศรษฐกิจชะลอตัวจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์


มี 2 ธีมที่กำลังพูดถึงกันมากในเวลานี้ นั่นก็คือ “โครงสร้างพื้นฐานโลก” และ Healthcare” ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของคนทั่วโลกไม่ต่างไปจาก “ปัจจัยที่5” ไปแล้ว


ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ทั้ง 2 ธุรกิจนี้ยังเป็นความจำเป็นในการใช้ชีวิต ที่สำคัญยังสามารถขยับปรับราคาไปตามเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นได้อีกด้วย


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาอัพเดทกันเช่นเคย



“ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน”...ความผันผวนต่ำ-รายได้สม่ำเสมอ

“โครงสร้างพื้นฐาน” ไม่เพียงเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของคนทั่วโลกเท่านั้น ยังเป็น “หัวใจสำคัญ” ของการพัฒนาประเทศอีกด้วย นี่จึงเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ในภาวะเศรษฐกิจเช่นปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี


โดย “รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) มองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น การหยุดชะงักของภาคการผลิตทั่วโลก (Supply Chain Disruption) ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกปรับเพิ่มสูงขึ้น และธนาคารกลางในหลายประเทศปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อัตราดอกเบี้ยพันธบัตร ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นและตราสารหนี้มีความผันผวน ในขณะที่การลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐาน” มีแนวโน้มเติบโตได้ดี อีกทั้งเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนต่ำ มีรายได้มั่นคงและสม่ำเสมอในระยะยาว และยังได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนจากภาครัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการลงทุนที่เป็นปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ



(รัชดา ตั้งหะรัฐ)



“ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว การลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต และเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ได้แก่ การผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา โครงข่ายการสื่อสารและข้อมูล ระบบการขนส่งสาธารณะ โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจมีลักษณะกึ่งผูกขาด หรือ มีผู้ขายน้อยราย (Oligopoly/Quasi-Monopoly) และด้วยโครงสร้างธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่มักจะมีการทำสัญญาการให้บริการระยะยาว จึงทำให้สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคตได้  และเป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง”


โดยในสหรัฐ สหราชอาณาจักร จีน และญี่ปุ่น ได้กำหนดเป้าหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมใหม่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้มีการขยายการลงทุนที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาด รวมทั้งโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลมเพิ่มขึ้น ด้านโครงข่ายการสื่อสารและข้อมูลที่มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิตในโลกที่พัฒนาเข้าสู่ยุคออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตต่อไปในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เนื่องจากยังมีความต้องการใช้งานที่สูง โดยมีศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจำนวน 4.1 กิกะวัตต์ (GW) เพิ่มขึ้นจาก 1.6 กิกะวัตต์ (GW) ในปี 2020 ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานโลกได้เป็นอย่างดี



Healthcare”…ธุรกิจกำไรงาม-ฝ่าวิกฤติ ‘เศรษฐกิจถดถอย’ 

“ภาวะเศรษฐกิจถดถอย” จะเป็นแรงกดดันหุ้นทั่วโลกตลอดปี2022 ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า


โดย “วรสินี เศรษฐบุตร” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ แนะนำให้นักลงทุนโยกเงินจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ มาซื้อ “หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์” ที่กำไรมีโอกาสเติบโตดีแม้ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งข้อมูลจาก Bloomberg พบว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา กำไรหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ (Healthcare) สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 10.2% ต่อปี เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร แต่ความต้องการรักษาพยาบาลมักจะไม่ผันแปรไปตามเศรษฐกิจ  



(วรสินี เศรษฐบุตร)



“ในอนาคตหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากตามเมกะเทรนด์สังคมสูงอายุที่เกิดขึ้นทั่วโลก และในระยะสั้นราคาหุ้นมีโอกาสดีดตัวแรงจากข่าวการเข้าซื้อกิจการ การอนุมัติยาใหม่จากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) รวมทั้งข่าวการค้นพบยารักษาโรคอุบัติใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการของสังคม จึงถือเป็นธีมการลงทุนที่น่าสนใจที่จะลงทุนฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นอย่างยิ่ง”  


ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในช่วง “เงินเฟ้อสูง” และ “เศรษฐกิจชะลอตัว” เชื่อว่าทั้ง 2 ธีมการลงทุนไม่ว่าจะเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก” และ “Healthcare” น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีไม่มากก็น้อย

โต๊ะกองทุน Wealthythai