Official Update :

“กองหุ้นจีน” สัญญาณฟื้นตัว-ไตรมาส2 กลับมาผงาด... ผลตอบแทนดี “อันดับ2”-เงินไหลเข้ามากเป็น “อันดับ3” !!!

Fun of Funds: “ตลาดหุ้นจีน” เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศต้องชอกช้ำตามกันเป็นแถวๆ ด้วยปัจจัยลบที่เข้ามากระทบกับตลาดจนทำให้เกิดการปรับตัวลงมาค่อนข้างเร็วและแรง


ซึ่งล่าสุดก็ได้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ครั้งใหม่และด้วยภายใต้นโยบาย Zero COVIDทำให้มีการล็อกดาวน์ประเทศขึ้นอีกครั้ง


แต่รู้หรือไม่ว่า?...ท่ามกลางมรสุมปัจจัยลบที่ถาโถมมานั้น “หุ้นจีน” ยังเป็นเป้าหมายของนักลงทุนไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยในไตรมาสที่2 มีเงินไหลเข้าสุทธิ “กองหุ้นจีน” 6,437 ล้านบาท มากเป็น “อันดับ3”


โดย “ตลาดหุ้นจีน” ในไตรมาส2 ก็มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นมาชัดเจน โดยดัชนี Morningstar China +8.5% ในขณะที่ตลาดอื่นของโลกยังแดงเดือดอยู่ !!!


จนทำให้ผลตอบแทน “กองหุ้นจีน” ในไตรมาสที่2 กลับมาบวกเฉลี่ย +3.2% สูงเป็น “อันดับ2” ของอุตสาหกรรม


แต่คำถามสำคัญในกลุ่มวงสนทนาน้อยใหญ่ของนักลงทุนก็ได้ตั้งขึ้นว่า ตลาดหุ้นจีน นั้น จะสามารถลงได้อยู่หรือไม่ และตลาดจะผ่าน “จุดต่ำสุด” แล้วหรือยัง?


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงจะพานักลงทุนที่สนใจและผู้อ่านไปหาคำตอบร่วมกัน ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มาฝากกัน



“กองหุ้นจีน” ผงาดโชว์ผลตอบแทนไตรมาส2 เฉลี่ย +3.2
%...ขึ้นแท่น “อันดับ2” กองทุนผลงานเด่น

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า “กองหุ้นจีน” ในช่วงไตรมาสที่2 ที่ผ่านมา ผลตอบแทนกลับมาบวกเฉลี่ย +3.2% แม้ย้อนหลัง 1 ปียังติดลบอยู่ -26.8% ก็ตาม แต่ก็เห็นสัญญาณ “ฟื้นตัว” ขึ้นในไตรมาสที่2 ที่ชัดเจน


“จากไตรมาสที่แล้วกองทุนหุ้นจีนมีผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำสุดที่ -15.5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมากลุ่ม กองหุ้นจีน เป็นกลุ่มที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงเป็น อันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม จากการเปิดคลายล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนมิถุนายนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาสนับสนุนภาคธุรกิจและการขนส่งที่หุ้นจีนขนาดใหญ่อย่างกลุ่ม internet หรือ e-commerce ได้ประโยชน์ไปด้วย”





เมื่อไปดูที่การลงทุนของแต่ละกองทุนนั้นจะพบว่ากองทุนที่มีการฟื้นตัวได้สูงสุดในรอบ 3 เดือนคือการลงทุนในกองทุน ETF หุ้นจีน” (US Fund China Region) ทำผลตอบแทนในไตรมาส2 เฉลี่ย +7.4% ตามทิศทางกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวมาได้ค่อนข้างดีตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาสเป็นต้นมา


“ด้าน กองทุนหุ้น A-Shares’ นั้นมักจะมีสัดส่วนในกลุ่มหุ้นอุตสาหกรรม กลุ่มการเงิน หรือกลุ่มการบริโภคเป็นสัดส่วนหลัก แม้จะมีผลตอบแทนไตรมาสที่2 ไม่มากนักเฉลี่ย +1.9% แต่ในภาพของผลตอบแทน 1 ปียังติดลบน้อยกว่ากองหุ้นจีนกลุ่มอื่นๆ อยู่นั่นเอง”



ชี้ “วัฏจักรศก. ของจีน” ตรงข้ามกับโลกตะวันตก...พร้อม
มาตรการกระตุ้นศก.คาดปีนี้โตตามสั่ง 5.5%

โดย “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า  “ตลาดหุ้นจีน” มีความน่าสนใจที่ในกลุ่มตลาดกำลังพัฒนาด้วยความเป็นผู้นำของวัฏจักรในปัจจุบัน ทั้งเป็นผู้ที่ออกจากสถานการณ์แพร่ระบาด COVID-19 เป็นประเทศแรก เป็นผู้ที่ดึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกเป็นประเทศแรกและกลับมาใช้อีกครั้งเป็นประเทศแรก



(ดร.สมชัย อมรธรรม)



“แตกต่างจากประเทศอื่นๆ อย่าง สหรัฐฯ ที่เริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือยุโรป เอง ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยก็ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นออกมาให้เห็น จึงทำให้วัฏจักรของประเทศจีนตรงข้ามหรือนำผู้อื่นไปหนึ่งก้าว”


ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะออกมาตรการกระตุ้นค่อนข้างสูง เนื่องจากได้มีการตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 5.5% ในปีนี้ตามคำมั่นของ “นายกสี จิ้นผิง” จึงทำให้ในปัจจุบันหน่วยงานภาคได้เร่งทำการบ้าน เพื่อที่จะต้องออกมาตรการมาช่วยเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี



“ศก.จีน” ยังแกร่ง “หลุมหลบภัย” ชั้นดี...เป้าหมายเงินลงทุนหนี “ตลาดพัฒนาแล้ว”

ด้าน “การบริโภคในประเทศ” ก็ยังค่อนข้างแข็งแกร่ง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเจอปัจจัยกดดันอย่างการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จนทำให้เกิดการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ไปเป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งภายหลังที่ได้มีการคลายล็อกดาวน์ แต่ยังไม่มีปล่อยคนให้มาเที่ยวต่างประเทศ จึงทำให้เกิดการท่องเที่ยวและเงินหมุนเวียนในประเทศ


“ส่วนประเด็น การเมืองระหว่างประเทศ ที่เป็นส่วนสำคัญของการลงทุนในปัจจุบัน จีนและรัสเซียได้มีความสัมพันธ์กันค่อนข้างเหนี่ยวแน่น ซึ่งทำให้ได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวสะท้อนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำจากการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียในราคาที่ต่ำกว่าประเทศอื่นราว 30% แต่ก็อาจทำให้โดนยุโรปและสหรัฐฯ เล่นงานในประเด็นดังกล่าวได้ซึ่งผลกระทบอาจไม่หนักมาก”


โดยจากปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ของประเทศจีนที่ยังแข็งแกร่งทั้งภาคการบริโภคและแนวโน้มของเศรษฐกิจที่จะเริ่มฟื้นพร้อมกับมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นตาม จึงทำให้ภาพการลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” มีความน่าสนใจ ซึ่งอาจจะโยกเงินจากตลาดหุ้นพัฒนาแล้วมายังตลาดหุ้นจีน เพื่อเป็น “หลุมหลบภัย”


ตลาดหุ้นจีนเป็นตลาดหุ้นที่มีนักลงทุนให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ไม่แพ้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรป เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมาตลาดถูกลดทอนความน่าสนใจด้วยปัจจัยลบทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามากระทบเท่านั้นเอง ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลงแต่ประการใด

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม