นักลงทุนผวา “ตลาดโลก” ครึ่งปีแรกแดงเดือด... กด “ผลตอบแทน” ดิ่ง- “เงินทุนไหลออก” ทำ ‘21 บลจ.’ งานเข้า AUM โตติดลบ !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่อง “กองทุนรวมไทย” ในช่วงครึ่งแรกปี22 กันดูบ้าง ซึ่งถือว่า...เป็นครึ่งปีที่ไม่สู้ดีเท่าไรนัก สินทรัพย์สุทธิลดลงเหลือ 4.88 ล้านล้านบาท ลดลง 4.84 แสนล้านบาทจากสิ้นปี21 หรือลดลงกว่า -9.02%
บลจ.ส่วนใหญ่ 21 แห่งจาก 23 บลจ. คิดเป็นสัดส่วน 91.30% มี AUM ปรับตัวลดลงตั้งแต่ -0.41% ถึง -18.65% ในจำนวนนี้มี 15 บลจ. หรือกว่า 65% ดิ่งหนักกว่าอุตสาหกรรมด้วย หนักสุดได้แก่ “บลจ.วรรณ” AUM ลดลง -18.65%
ในขณะที่ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” แชมป์โตสุดช่วงครึ่งปีแรก +11.07% !!!
จึงทำให้ช่วงที่เหลือของปี22 นี้น่าจะเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับทุกบลจ.เลยทีเดียว ที่จะต้องปั้นตัวเลขการเติบโตของตัวเองกันในท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจและการลงทุนที่ “บั่นทอน” ความมั่นใจของนักลงทุนอยู่เช่นนี้
ช่วงไตรมาสที่2/22 ที่ผ่านมา ชีพจรความเคลื่อนไหวในธุรกิจ “กองทุนรวมไทย” จะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

ไตรมาส2 มีเพียง “4 บลจ.” ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ- “บลจ.เอไอเอ” แชมป์ เงินไหลเข้าสุทธิ 3.1 พันล้านบาท...ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” เงินไหลออกมากสุดกว่า -3.5 หมื่นล้านบาท
ช่วงไตรมาสที่2/22 ที่ผ่านมานั้น มีบลจ.เพียง 4 แห่งเท่านั้น ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า นอกจากเรื่องของผลตอบแทนการลงทุนที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงแล้ว ในแง่ของเม็ดเงินไหลเข้า-ออกสุทธิของแต่ละบลจ. (ที่ไม่รวม Term Fund) เองนั้น ส่วนใหญ่ก็มีทิศทางของเม็ดเงินไหลออกสุทธิเช่นเดียวกัน โดยมีบลจ.เพียง 4 แห่ง เท่านั้น ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิในช่วงไตรมาส2 ที่ผ่านมา นำโดย
-“บลจ.เอไอเอ (ปทท.)” มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.1 พันล้านบาท โดยกองทุนส่วนใหญ่เป็นกองทุนผสมหรือกองทุนหุ้น ขณะเดียวกันกองทุนตราสารหนี้ของบลจ.แห่งนี้ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
- “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.5 พันล้านบาท แม้ว่าจะมีเงินไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้ทั้ง 3 กองทุน แต่มีเงินไหลเข้าในกองทุนผสมและกองทุนหุ้นต่างประเทศ เช่น BCAP Global Multi Asset, BCAP China Technology, BCAP Global Tactical รวมถึง BCAP Gold ที่มีเงินไหลเข้าระดับร้อยถึงพันล้านบาท ทำให้ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิในไตรมาสที่2 อยู่
- “บลจ.ทาลิส” มีเงินไหลเข้าสุทธิ 78 ล้านบาท และ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” มีเงินไหลเข้าสุทธิเล็กน้อย

หันมาดูฝั่งบลจ.ที่เงินไหลออกมากสุด 5 อันดับกันบ้าง ทั้งหมดเป็นบลจ.ลูกแบงก์ นำมาโดย
-“บลจ.กสิกรไทย” มีเงินไหลออกสุทธิมากที่สุดเกือบ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากกองทุนตราสารหนี้เป็นหลักกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท กองทุน K SF Plus มีเงินไหลออกมากที่สุด 3.6 หมื่นล้านบาท ตามมาด้วยกองทุน K Fixed Income-A 7.4 พันล้านบาท ในขณะเดียวกันมีเงินไหลเข้าสุทธิกองทุน K Cash Management สูงสุด 3.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนในกลุ่ม money market (มูลค่าเงินไหลออกสุทธิ 3.5 หมื่นล้านบาทดังกล่าวนับรวมเม็ดเงินไหลออกจากกองทุน K-FI22G, K-FI22H, K-FI22I, และ K-FI22J ที่เดิมเป็นกองทุน Term Fund)
- “บลจ.กรุงไทย” มีเงินไหลออกสุทธิ 3.1 หมื่นล้านบาท โดยไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้ และมีเงินไหลเข้ากองทุนในกลุ่ม money market (มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาทดังกล่าวนับรวมเงินไหลออกจากกองทุน Krung Thai Fixed Income : KTF13 ถึง KTF22 ที่เดิมเป็นกองทุน Term Fund)
- “บลจ.ไทยพาณิชย์” มีเงนไหลออกสุทธิ 2.9 หมื่นล้านบาท
- “บลจ.กรุงศรี” มีเงินไหลออกสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท
- “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” มีเงินไหลออกสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท
“BCAP-GMA” กลุ่ม Global Allocation แชมป์ไตรมาส2 เงินไหลเข้าสุทธิมากสุด 1.1 พันล้านบาท...ส่วน “TMBGINCOME” กลุ่มกองตราสารหนี้โลกเงินไหลออกมากสุด -1.2 พันล้านบาท
ในส่วนของ “กองทุนรวมที่ลงทุนต่างประเทศ” (FIF) ไม่รวมกองทุนกลุ่ม Foreign Investment Miscellaneous และ Term Fund ในช่วงไตรมาสที่2/22 ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุดนั้น เป็นการไหลเข้ากระจายไปใน 5 ธีมการลงทุน ได้แก่
-Global Allocation: ได้แก่ BCAP-GMA มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.1 พันล้านบาท
-หุ้นสหรัฐ: ได้แก่ SCBNDQ(A) มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.1 พันล้านบาท
-หุ้นเวียดนาม: ได้แก่ SCBVIET(A) มีเงินไหลเข้าสุทธิ 810 ล้านบาท
-หุ้นจีน: ได้แก่ ASP-EVOCHINA มีเงินไหลเข้าสุทธิ 610 ล้านบาท
-ธีมเซมิ คอนดักเตอร์: ได้แก่ KKP SEMICON-H มีเงินไหลเข้าสุทธิ 580 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มที่มีเงินไหลออกสุทธิมากสุดในช่วงไตรมาสที่2 นั้น กระจายใน 5 ธีม ได้แก่
-กองตราสารหนี้โลก: ได้แก่ TMBGINCOME มีเงินไหลออกสุทธิ 1.2 พันล้านบาท
-กองเทคโนโลยี: ได้แก่ KKP TECH-H มีเงินไหลออกสุทธิ 920 ล้านบาท
-Global Allocation: ได้แก่ K-GREAT มีเงินไหลออกสุทธิ 850 ล้านบาท
-กองหุ้นโลก: ได้แก่ M-EDGE มีเงินไหลออกสุทธิ 830 ล้านบาท
-กองหุ้นยุโรป: ได้แก่ KFHEUROP มีเงินไหลออกสุทธิ 670 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้เป็นความเคลื่อนไหวในช่วงไตรมาสที่2/22 ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนภาพความยากลำบากของธุรกิจ “กองทุนรวมไทย” ได้เป็นอย่างดี จากสารพัดปัจจัยลบที่กดดันตลาดทั่วโลกให้แดงเดือด นักลงทุนขวัญเสีย “ขาดความมั่นใจ” โยกเงินเข้าไปพักในกลุ่ม “กองตราสารตลาดเงิน” เพื่อความปลอดภัย จนเป็นกลุ่มที่ “เงินไหลเข้ามากสุด” ในช่วงไตรมาส2 และช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ด้วยเงินไหลเข้าสุทธิ 4.5 หมื่นล้านบาท และ 6.0 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งความเชื่อมั่นจะกลับมาหรือไม่นั้น คงต้องตามลุ้นในช่วงครึ่งปีหลังกันต่อไป
