เปิด 17 “Thai CG Fund” ลุย “หุ้นไทย-น้ำดี” ตอบโจทย์ลงทุน… ไม่ต้อง “ผวาหุ้นร่วงหนัก” เพราะข่าวบจ. ‘ขาดธรรมาภิบาล’ !!!
Fun of Funds: ในปัจจุบันธีมการลงทุน “ESG” หรือ ตามแนวคิด “สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล” เป็นสิ่งที่นักลงทุนพูดถึงและได้เริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น ซึ่งการลงทุนก็จะสามารถลงทุนได้ผ่านทั้งหุ้นรายตัวไปจนถึงกองทุนรวม
แต่นอกจากธีม ESG นั้น ในตลาดหุ้นไทยเองก็ได้มีการริเริ่มการลงทุนผ่าน “กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” ที่เน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมภิบาลที่ดีไปเมื่อเดือนก.พ.2017 เป็นปฐมฤกษ์ 11 กองทุน จวบจนปัจจุบันมีทั้งสิ้น 17 กองทุน มูลค่ารวมกันกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท
ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้ถูกพูดถึงจากนักลงทุนหรือบางรายเองก็อาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีกองทุนที่มีนโยบายลงทุนภายใต้แนว ESG ที่เน้นในเรื่อง “ธรรมาภิบาล” (Corporate Governance: CG) โดยเฉพาะในไทยมาก่อน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล “กองทุนธรรมมาภิบาลไทย” (Thai CG Fund) ดังกล่าวมานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“กองทุนธรรมาภิบาลไทย” ผลงาน 7 เดือนแรกไม่สวย ‘แดงยกแผง’...ผลตอบแทน -1.05% ถึง -14.59%
ปัจจุบันมี “กองทุนธรรมาภิบาลไทย” (Thai CG Fund) จำนวน 17 กองทุน ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนได้ลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 10 บริษัท และมีเกณฑ์การพิจารณาจากการจัดอันดับ “CG Scoring” ที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
“แต่หากพูดถึงในด้านของผลการดำเนินงานหรือผลตอบแทนนั้น ก็อาจจะไม่ได้เป็นที่ดึงดูดความสนใจหรือความโดดเด่นมากนัก เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ส.ค. 22) ผลตอบแทนของทั้งกลุ่มก็ยังคงติดลบกันหมดตั้งแต่ -1.05% ถึง -14.59% แตกต่างจากกองทุนหุ้นไทยประเภทอื่นๆ ที่จะมีทั้งบวกและลบคละเคล้ากันไป”

เหตุผลสำคัญน่าจะมาจาก Universe ของหุ้นที่เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์ CG ตามเงื่อนไข อาจจะยังมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับหุ้นในตลาดที่มีอยู่กว่า 700 หลักทรัพย์ เมื่อ Universes ของหุ้นตามธีม CG นี้ยังมีไม่มาก การจำนำมาสร้างพอร์ตให้แตกต่างและมีความหลากหลายก็เป็น “ข้อจำกัด” เช่นเดียวกัน แต่เชื่อว่าในอนาคตเมื่อมีหุ้นไทยเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น ก็จะทำให้กองทุนกลุ่มนี้มี Universe ของหุ้นมากขึ้นเพื่อจะนำมาสร้างเป็นพอร์ตโฟลิโอ ที่จะสามารถสร้างความแตกต่างของผลงานได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน
“M-SELECTCG” ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี ‘แย่สุด’ ในกลุ่ม...ผลตอบแทนติดลบ -14.59%
ซึ่ง “กองทุนธรรมาภิบาลไทย” ที่ติดลบหนักสุดในกลุ่มก็จะมี “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีซีเล็คหุ้นทุนธรรมาภิบาลไทย” (M-SELECTCG) ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันติดลบ -14.59%
“ที่ลงทุนในหลักทรัพย์บริษัทจดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC)”
และ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ESG หุ้นไทยยั่งยืน ชนิดจ่ายเงินปันผล” (TISESG-D) ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -9.21%
“ที่มีการเพิ่มเกณฑ์การคัดเลือกอย่างในบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพิ่มเข้ามา แต่จะต้องเป็นบริษัทที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและประกาศโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือหรือผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของบริษัทจัดการ”

“TISESG-A” แชมป์ผลตอบแทน 1 ปี ‘สูงสุด’ ของกลุ่ม +14.95%
อย่างไรก็ดีหากมองผลตอบแทนย้อนหลังไป 1 ปี “กองทุนธรรมาภิบาลไทย” ก็มีผลการดำเนินงานที่ดีให้แก่ผู้ลงทุนได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่มีผลตอบแทนเป็นบวก ซึ่งกองที่สามารถทำได้อย่างโดดเด่นก็จะเป็น “กองทุนเปิด ทิสโก้ ESG หุ้นไทยยั่งยืน ชนิดสะสมมูลค่า” (TISESG-A) ที่มีนโยบายลงทุนแบบเดียวกันกับ TISESG-D ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ได้ +14.95%
และอีกหนึ่งกองทุนที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน คือ “กองทุนเปิดทาลิส หุ้นธรรมาภิบาลไทย” (TLEQ-THAICG) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ได้ +14.12%
“ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ,ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”
“กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” (Thai CG Fund) แม้ผลตอบแทนตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบันอาจจะไม่โดดเด่นเท่ากองทุนรวมประเภทอื่นๆ แต่หากดูในระยะยาวกองทุนก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีไม่แพ้กองทุนหุ้นไทยประเภทอื่นๆ เช่นเดียวกัน และ “จุดเด่น” ที่สำคัญ คือความเสี่ยงจากเรื่องที่บริษัท ‘ขาดธรรมาภิบาล’ จนส่งผลลบกับราคาหุ้นในกระดานจะมีน้อยกว่าหุ้นทั่วๆ ไปอีกด้วย จึงไม่ต้องมากังวลว่า...วันไหน “หุ้นจะร่วงหนัก” เพราะมีข่าวประเด็นเหล่านี้แต่ประการใด”
