“ตลาดดูแย่” ขยับไป “RMF-หุ้นตปท.” ช่วยได้... “Top5” โชว์ผลงาน 5 ปี สุดแจ่ม 7.22-9.83% ต่อปี “หุ้นสหรัฐ-เฮลธ์แคร์-ญี่ปุ่น” ครองแชมป์ !!!
Fun of Funds: ช่วงที่ตลาดการลงทุนของโลกผันผวนและเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างรวดเร็วเช่นในปัจจุบันจากสารพัดปัจจัยที่เข้ามากระทบ จนบางครั้งก็ไม่รู้จะขยับไปลงทุนอะไรดี เพราะดูจะไม่ดีไปเสียทั้งหมด (สำหรับภาพระยะสั้นที่กำลังเป็นไป)
ในภาวะผันผวนเช่นนี้ ที่สินทรัพย์เสี่ยงพาเหรดกัน “แดงเดือด” นั้น นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะถือสภาพคล่องผ่าน “เงินฝากธนาคาร” เพื่อหวังผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ที่มีความเสี่ยงต่ำและยังได้ผลตอบแทนที่แน่นอน เข้าตำรา “Low Risk/Low Return” แต่ก็ยังชนะชนะหุ้นที่ติดลบได้นี่นา
นั่นเพียงภาพในระยะสั้นๆ เท่านั้น...แต่ถ้ามองในระยะยาวไปแล้วเงินจะพลาดโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งครั่งในระยะยาวไปได้ โดยเฉพาะเมื่อยังมีทางเลือกอย่าง “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF)
ถ้าไม่รู้จะลงทุนอะไรในช่วงนี้ ขยับมาลงทุนกองทุน RMF ดีกว่ามั้ย? เป้าหมายอีกยาวไกล แต่ระยะสั้นเอา “ประโยชน์ทางภาษี” ไปไว้ก่อนเลย 5-35% ตามฐานภาษีของแต่ละคน แล้วค่อยไปลุ้นผลตอบแทนกันอีกทีดีกว่ามั้ย?
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานเฉลี่ย 5ปีของ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ที่ลงทุนหุ้นต่างประเทศที่ดีที่สุดมานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“RMF” ไม่จำกัดการลงทุนแค่ในไทย...เพราะโอกาสลงทุนมีอยู่ทั่วโลก
สำหรับ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) นั้นมีให้นักลงทุนไทยเลือกสรรหลากหลายนโยบายการลงทุนตั้งแต่ที่มีความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง สินทรัพย์ก็มีให้เลือกทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกประเภทต่างๆ ตามระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนที่จะรับได้
“ซึ่งถือเป็นช่องทางลงทุนที่ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีบุคคลธรรมดาทุกคนไม่ควรพลาด เพราะมี ‘แต้มต่อ’ ทางภาษีที่ภาครัฐให้ไว้เพื่อจูงใจให้นักลงทุนได้เก็บเงินเพื่อเกษียณเพื่อตัวเอง ช่วยลดภาระในการดูแลของภาครัฐในอนาคตข้างหน้านั่นเอง”
โดยเฉพาะ “จักรวาลการลงทุน” ในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ในประเทศไทยอีกต่อไป แต่มีมากมายอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งการวางแผนการลงทุนเพื่อเกษียณของเราเองก็ไม่ควรละเลยทางเลือกการลงทุนในต่างประเทศแต่ประการใด โดยเฉพาะในกลุ่มของ “RMF-หุ้นต่างประเทศ”

“TMBUS500RMF” แชมป์กลุ่ม ‘RMF-หุ้นตปท.’ ผลงานย้อนหลัง 5 ปี “ดีสุด”...โชว์ผลตอบแทน +9.83% ต่อปี
แต่ข้อกังขาหรือคำถามสำคัญ “ผลตอบแทน” ในระยะยาวนั้นที่ต้องแลกมากับ “ความเสี่ยง” ที่นักลงทุนจะต้องแลกมาจะเหมาะสมหรือน่าสนใจเพียงใด?
คำตอบนี้...น่าจะสะท้อนผ่านภาพผลตอบแทนระยะยาวของกลุ่ม “กอง RMF-หุ้นต่างประเทศ” ได้เป็นอย่างดี ซึ่งใน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่เราได้หยิบมานี้จะเป็นกองทุนที่มีการลงทุนใน ‘หุ้นต่างประเทศ’ ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมทั้ง 5 กอง ในช่วงย้อนหลัง 5 ปี
สำหรับ 2 กองแรกที่มีผลงานดีสุดนั้น ลงทุนหุ้นขนาดใหญ่สหรัฐในดัชนี S&P500 และเป็นกองทุน Passive Fund ทั้งคู่ คือเน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิงนั่นเอง เพียงแต่เลือกลงทุนในกองทุนหลักที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง
เริ่มจาก “กองทุนเปิดทหารไทย US500 เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “TMBUS500RMF” หนึ่งในกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์ปริง (ประเทศไทย) จำกัด’ ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +9.83% ต่อปี
“ซึ่งจะนำเงินของผู้ถือหน่วยไปลงทุนในหุ้นสหรัฐฯอย่าง S&P 500 ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Core S&P 500 ETF”
ถัดมาเป็น “กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” หรือ “TUSRMF-A” ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +9.45% ต่อปี
“ซึ่งเป็นกองทุนที่พานักลงทุนไปลงทุนในหุ้นสหรัฐฯหรือ S&P 500 เช่นเดียวกัน แต่กองทุนหลักที่เลือกลงทุนจะเป็นหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF”
ต่อมาเป็น “กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “KGHRMF” ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +8.84% ต่อปี
“ซึ่งจะแตกต่างจาก 2 กองทุนก่อนหน้าที่ลงทุนในสหรัฐฯ โดยกองทุนดังกล่าวจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพหรือเฮลธ์แคร์ทั่วโลก ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) – USD ที่มุ่งเน้นการเติบโตในระยะยาวไปกับหนึ่งใน Megatrend ของโลกอย่างธีมหุ้นสุขภาพ”
ไม่ใช่เพียงแค่หุ้นสหรัฐฯและหุ้นที่เจาะจงเป็นรายอุตสาหกรรมที่ทำผลการดำเนินงานได้โดดเด่น แต่หุ้นญี่ปุ่นก็ทำได้ดีไม่แพ้กันอย่าง “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่นเพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “SCBRMJP” ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ +7.35% ต่อปี
“ที่ได้พานักลงทุนไปลงทุนผ่านกอง ETF อย่าง NEXT FUNDS Nikkei 225 Exchange Traded Fund หรือหุ้นทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีให้มากที่สุดนั่นเอง”
และสุดท้ายเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวกับธุรกิจด้านสุขภาพในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกหรือในชื่อ “กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล เฮลธ์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “TGHRMF-A” ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีได้ +7.22% ต่อปี
“ที่จะนำเงินผู้ลงทุนไปลงทุนผ่านกองทุนและกองทุน ETF ต่างประเทศอย่าง ISHARES GLOBAL HEALTHCARE ETF และ HEALTH CARE SELECT SECTOR SPDR FUND เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวไปกับธีมสุขภาพ”
“กองทุนรวมRMF-หุ้นต่างประเทศ ที่เราหยิบยกมาในครั้งนี้เป็นเพียงส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรม ซึ่งยังมีกองทุนที่นโยบายและผลการดำเนินงานที่น่าสนใจไม่แพ้กันและอาจจะเหมาะกับความเสี่ยงหรือความชอบของแต่ละบุคคลได้เลือกสรรเพื่อจัดพอร์ตการลงทุนตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณของตัวเองได้อีกมากมายเลยทีเดียว”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
