แนะ “สินทรัพย์ควรลุย” & “สินทรัพย์ควรเลี่ยง”... รับมือ ‘ศก.ถดถอย’ 3 กรณี - “หุ้นตลาดเกิดใหม่-ตราสารหนี้” ติดทุกโผ !!!
Fun of Funds: ตอนนี้ความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกพุ่งเป้าไปที่ “ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว” (Recession) กันแล้ว หลังล่าสุด “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ได้หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือ 3.2% และปีหน้า 2.9%
โดยเฉพาะประเทศหลักอย่าง “สหรัฐ” ที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร หลังเกิด Technical Recession ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อตัวเลข GDP ในไตรมาส1 และ 2 ติดลบต่อเนื่อง -1.6% และ -0.9% ตามลำดับ
ส่วนของ “ไทย” เอง ตัวเลข GDP ไตรมาสที่2 ออกมาโต 2.5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 3.1% ไปบ้าง แต่ก็ยังโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ 2.3% ได้ ทำให้ภาพไทยเองยังไม่ดูแย่เท่าไรนัก
จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งปีที่สถานการณ์การลงทุนไม่เป็นใจ ทั้ง “นักลงทุนหน้าใหม่” และ “นักลงทุนหน้าเก่า” ผู้ที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนเพิ่มเติมจากสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอมุมมองการลงทุนและคำแนะนำในช่วงที่เหลือของปีนี้ มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ
คาด “ศก.สหรัฐ” จะแค่ “ซอฟท์ แลนดิ้ง”...ประเมินดอกเบี้ยสหรัฐจบสิ้นปีนี้ที่ 3.5%
อย่างที่นักลงทุนทราบกันดีว่า ภาพการลงทุนในปีนี้ต้องเผชิญกับตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นสูงและนโยบายการการเงินอย่างอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่ยังไม่จบลงแต่ประการใด
โดย “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย) และบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งปีหลังเข้าสู่ “การชะลอตัวลง” แต่สิ่งที่ต้องติดตามยังคงเป็นเรื่องตัวเลขเงินเฟ้อว่าจะสามารถชะลอลงได้หรือไม่และการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ จะทำให้เกิด “ซอฟท์แลนดิ้ง” หรือ “ฮาร์ดแลนดิ้ง”
ซึ่งนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ ‘ธนาคารกลางสหรัฐฯ’ ณ สิ้นปี 65 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5% ส่วนที่ของธนาคารกลางแห่งประเทศไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 1.25% หรือมีรูมให้ขึ้นได้อีก 0.25% จำนวน 3 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้พร้อมกับติดตามผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจ

(ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์)
“ทำให้ภาพการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังนักลงทุนจะต้องติดตาม 2 ปัจจัยหลักอย่าง ‘ตัวเลขเงินเฟ้อ’ และ ‘ภาวะเศรษฐกิจถดถอย’ ซึ่งช่วงพีคของตัวเลขเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงท้ายของปีนี้ ส่วนภาวะเศรษฐกิจก็ติดตามว่าจะออกมาในรูปแบบ ‘ซอฟท์แลนดิ้ง’ หรือ ‘ฮาร์ดแลนดิ้ง’ ซึ่งทางเรายังเชื่อว่าจะเกิดเป็น ‘ซอฟท์แลนดิ้ง’ ได้”
แนะ “สินทรัพย์ควรลุย” และ “สินทรัพย์ควรเลี่ยง”...รับมือ ‘ศก.ถดถอย’ 3 กรณี
สำหรับคำแนะนำการจัดพอร์ตในช่วงที่เหลือของปีนี้ทางเราได้แบ่งออกเป็น 3 กรณี ประกอบไปด้วย
กรณีที่เลวร้ายที่สุดและมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากอย่าง Stagflation (ภาวะเงินเฟ้อสูง): จะมีสินทรัพย์ที่รับมือกับภาวะดังกล่าวหรือเหมาะสม หุ้นมูลค่า หุ้นวัฏจักร หุ้นตลาดเกิดใหม่ และตราสารหนี้ ส่วนสินทรัพย์ที่ควรหลีกเลี่ยง หุ้นเติบโต กองรีท และทองคำ
กรณีถัดมาเป็น Disinflation (ภาวะเงินเฟ้อลดลง)และเศรษฐกิจเป็นไปในรูปแบบ “ซอฟท์แลนดิ้ง”: ซึ่งเป็นกรณีที่เราคาดว่ามีโอกาสจะเกิดขึ้นมากที่สุด จะมีสินทรัพย์ที่รับมือกับภาวะดังกล่าวหรือเหมาะสม หุ้นเติบโต กองรีท หุ้นตลาดเกิดใหม่ และตราสารหนี้ ส่วนสินทรัพย์ที่ควรหลีกเลี่ยง หุ้นวัฏจักร หุ้นมูลค่า และทองคำ
United States GDP Annual Growth Rate

และกรณีสุดท้ายเศรษฐกิจเป็นไปในรูปแบบ “ฮาร์ดแลนดิ้ง”: ที่จะกระทบต่อตตลาดแรงงานและอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯเปลี่ยนทีท่าได้ในปีหน้า จะมีสินทรัพย์ที่รับมือกับภาวะดังกล่าวหรือเหมาะสม หุ้นเติบโต ทองคำ หุ้นตลาดเกิดใหม่ และตราสารหนี้ ส่วนสินทรัพย์ที่ควรหลีกเลี่ยง หุ้นวัฏจักร หุ้นมูลค่า และกองรีท
“จากทั้ง 3 กรณีจะมีเพียง 2 สินทรัพย์ คือ ‘ตราสารหนี้’ และ ‘หุ้นตลาดเกิดใหม่’ โดยเฉพาะในเอเชียและอาเซียน ที่สามารถลงทุนได้ในทุกสถานการณ์และค่อนข้างทนทานต่อสถานการณ์ของตลาดทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งนักลงทุนอาจจะต้องติดตามภาพการลงทุนตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้าให้ดี”
จะเห็นได้ว่า...ไม่ว่าทิศทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวในลักษณะใดในทั้ง 3 กรณี ก็ตาม ก็จะมี “สินทรัพย์ที่ลงทุนได้” อยู่ในทุกภาวะตลาด เพียงแต่ต้องเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับสถาพตลาดและเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ เท่านั้นเอง
